WEAVING EXCELLENCE

เยือนโรงงานสายผ้าของ Tudor ที่ฝรั่งเศสเพื่อพิสูจน์ ณ ต้นกำเนิดว่าต่างจากสายนาโต้ราคาถูกอย่างไร
TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA

Tudor เล่นเกมรุกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 โดยมีพันธกิจสำคัญคือการผลิตนาฬิกาที่มีคุณภาพและความทนทานสูงสุดในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ Tudor จะไม่รีบเร่งทำอะไรออกมาโดยที่ยังไม่แน่ใจในผลระยะยาว อย่างเรื่องนาฬิกาบรอนซ์ที่เห็น Tudor เริ่มผลิตหลังคนอื่นนั้นก็เพราะว่าเขายังคงเลือกแต่งส่วนผสมของอัลลอยอยู่ ให้ได้เป็นสูตรพิเศษของตนเองที่เนื้อบรอนซ์จะไม่ขึ้นคราบสีเขียวที่ไม่น่าดูชมเหมือนบรอนซ์ทั่วไป

ในด้านการผลิตนั้น Tudor ก็ไม่ลังเลที่จะจับมือกับแบรนด์อื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อนำคุณภาพมามอบให้กับลูกค้า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามความเคลื่อนไหวในวงการนาฬิกาอยู่แล้วก็จะทราบว่า Tudor มีการส่งเครื่องนาฬิกาแบบสามเข็มให้ Breitling ใช้ และในทางกลับกัน Breitling ก็มีการส่งเครื่องโครโนกราฟมาให้ Tudor ใช้ในรุ่น Black Bay Chronograph เช่นกัน แต่อีกหนึ่งความร่วมมือที่คนไม่พูดถึงกันมากเท่าก็คือการที่ Tudor ว่าจ้างให้ Julien Faure ผลิตสายผ้าสไตล์นาโต้ให้กับนาฬิการุ่นต่างๆ ในคอลเลคชั่น Heritage เพราะว่าบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสรายดังกล่าวนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตริบบิ้นผ้า

[ ทิวทัศน์ระหว่างทางจากเจนีวาไปแซงเตเตียน ]

World of Watches Thailand ได้รับเชิญจาก Tudor ให้เดินทางไปเยือนโรงงานผลิตสายนาฬิกาดังกล่าวนี้ร่วมกับนักข่าวจากมาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ตลอดจนตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา Tudor ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราใช้เวลานั่งรถบัสร่วมสามชั่วโมงจากเจนีวาไปยังแซงเตเตียนซึ่งอยู่ใกล้กับลียงทางภาคตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส Julien Faure เป็นธุรกิจครอบครัวอายุ 154 ปีซึ่งปัจจุบันดำเนินงานโดยทายาทรุ่นที่ห้า ลูกค้าส่วนมากเป็นแบรนด์ระดับโอตกูตูร์ที่ต้องการริบบิ้นคุณภาพสูงไปใช้ประดับสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของตน แม้แต่วาติกันเองก็ยังเป็นลูกค้าซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อเราได้เห็นห้องเก็บประวัติผลงานเก่าที่มีย้อนกลับไปได้ถึงสมัยที่อุตสาหกรรมสิ่งทอของแถบนี้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด

[ อาคารสำนักงานและโรงงานของ Julien Faure ]

Tudor มาทาบทามให้ Julien Faure ผลิตสายนาฬิกาให้เมื่อปี ค.ศ. 2009 ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะโดยพื้นฐานแล้วสายสไตล์นาโต้ไม่ได้มีรายละเอียดหวือหวาเหมือนอย่างริบบิ้นที่ Julien Faure ผลิตตามปกติ ขณะที่เราอยู่ที่โรงงานนั้นเราได้เห็นริบบิ้นของแบรนด์โอตกูตูร์มากมายกำลังออกมาจากเครื่องทอ บางเส้นไม่ได้มีโลโก้ชื่อแบรนด์แต่ด้วยลักษณะของการตกแต่งด้วยลายดอกไม้โตๆ แล้วคุณผู้หญิงในกลุ่มของเราร้องเลยว่านี่ต้องเป็นของแบรนด์อิตาเลียนแบรนด์หนึ่งแน่ๆ และทางโรงงานก็ตอบว่าใช่ เป็นของแบรนด์ที่ว่านั้นจริงๆ

[ สายผ้าสไตล์นาโต้สีและลายต่างๆ ของ Tudor ]

[ ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกแสดงโครงสร้างของสายผ้าของ Tudor ]

แต่เรื่องความแข็งแกร่งของสายต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับ Tudor ทั้งสองบริษัทจึงต้องร่วมกันคิดหาโครงสร้างและเนื้อวัสดุที่จะประกอบกันจนเป็นสายนาฬิกาที่ลงตัว ทนทานและใส่สบาย ช่วงที่เริ่มหารือกันนั้นจึงต้องมีการผลิตสายต้นแบบมาให้ Tudor ทดสอบว่าทนทานพอหรือไม่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังต้องมีการนำเอาไปแช่น้ำเพื่อให้แน่ใจได้ว่าสายผ้านี้จะไม่เปื่อยง่ายจนเกินไป ตลอดจนฉายแสงยูวีด้วยเพื่อดูว่าสีจะซีดเสียก่อนหรือไม่

สายผ้าของ Tudor แต่ละเส้นที่ Julien Faure ผลิตให้จะประกอบด้วยเส้นใยขนาดเล็กที่สานกันอย่างแน่นหนาเป็นสี่ระดับชั้น ตามแนวยาวของสายจะมีเส้นด้ายจำนวน 500 เส้น และตามแนวขวางจะมีเส้นด้ายจำนวน 90 เส้นในทุกช่วงความยาวหนึ่งเซนติเมตรของสาย การที่ Julien Faure ใช้เส้นด้ายขนาดเล็กจำนวนมากนี้เองทำให้สายไนล่อนของ Tudor ต่างจากสายนาฬิกาลักษณะคล้ายกันในตลาดซึ่งใช้เส้นด้ายขนาดโตจำนวนน้อยเส้น เมื่อสวมใส่บนข้อมือแล้วก็จะให้ความรู้สึกนุ่มสบายมากกว่าสายไนล่อนราคาถูกทั่วไปเป็นอย่างมาก

[ กระดาษเจาะรูซึ่งเป็นเทคนิคการตั้งค่าโปรแกรมการทำงานของเครื่องทอแบบกึ่งอัตโนมัติ ]

[เครื่องทอผ้าเทคนิคฌาคกาด์ที่โรงงานของ Julien Faure บางเครื่องอายุเป็นร้อยปี ]

คุณเชื่อหรือไม่ว่าเทคโนโลยีการทอผ้าที่ทำให้ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นได้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว และ Julien Faure ก็ยังคงเป็นผู้ผลิตเพียงหนึ่งในไม่กี่รายที่สืบทอดเทคนิคดังกล่าวมาจนถึงทุกวันนี้ เครื่องทอผ้าสไตล์ฌาคกาด์อย่างที่เราได้เห็นสามารถย้อนกลับไปได้ถึงนวัตกรรมเมื่อปี ค.ศ. 1804 ของโจเซฟ มารี ฌาคกาด์ ชาวฝรั่งเศสซึ่งเกิดในครอบครัวช่างทอผ้าที่เมืองลียง ความตั้งใจของเขาในเวลานั้นคือการพัฒนาเครื่องทอผ้าซึ่งสามารถสร้างลวดลายที่ซับซ้อนได้ในแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยใช้บัตรเจาะรูป้อนเพื่อโปรแกรมลายให้เครื่องทอผ้ารู้ว่าจะต้องยกด้ายหรือลงด้ายตรงตำแหน่งใดบ้างในแต่ละบรรทัดของผ้า

[ พนักงานตั้งความตึงของเส้นด้ายให้เหมาะสมก่อนเดินเครื่องต่อ ]

[ กระสวยบรรจุด้ายที่พุ่งไปมาในแนวนอน]

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วกระบวนการสร้างลายจึงดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องกว่าการที่ผู้คุมเครื่องจะต้องมาสั่งการเองอย่างต่อเนื่อง และในการผลิตสายนาฬิกาของ Tudor นั้น สายลายพรางทหารของ Heritage Black Bay 36 และ Heritage Ranger น่าจะเป็นสายรุ่นที่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการทอผ้าแบบกึ่งอัตโนมัตินี้อย่างเต็มที่ที่สุด

แต่การทอผ้าด้วยเครื่องทอแบบฌาคกาด์ก็ยังคงเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างช้าอยู่ดี อย่างสายของ Tudor นั้น เครื่องทอผ้าหนึ่งหัวจะผลิตสายได้ความยาววันละหกเมตร แต่ละเมตรตัดเป็นสายได้สามเส้น แต่จำนวนเครื่องทอหรือหัวทอที่ใช้ผลิตสาย Tudor ในแต่ละช่วงของปีนั้นจะมีจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นคุณไม่ต้องพยายามคิดคำนวณย้อนกลับว่าในหนึ่งปี Tudor มีนาฬิกาคอลเลคชั่น Heritage ออกสู่ตลาดกี่เรือน เราไม่อาจสืบย้อนด้วยวิธีนี้ได้แต่อย่างใด

[ นอกจากสีแล้ว Julien Faure ยังสามารถทำให้ผิวสัมผัสของสายต่างกันตามที่ Tudor สั่งได้ด้วย ]

ด้วยความที่เราเป็นสื่อนาฬิกา เราอาจมีความรู้เรื่องการทอผ้าไม่พอหรือเลือกใช้คำพูดได้ไม่ถูกต้องในบางจุด แต่เท่าที่เราพยายามทำความเข้าใจนั้น ลักษณะการทอประสานกันของเส้นด้ายแนวตั้งและแนวนอนจะมีผลต่อผิวสัมผัสของสายด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมื่อจับสายผ้าของ Heritage Chronograph แล้วจึงรู้สึกอย่างหนึ่ง แล้วเมื่อไปจับสายผ้าของ Heritage Black Bay Bronze แล้วรู้สึกพองฟูไม่เท่ากัน แต่ที่รู้สึกแตกต่างกว่าใครเลยก็ย่อมเป็นสายลายพรางทหารอีกแล้วเพราะบริเวณที่เป็นสีเข้มนั้นจะมีผิวสัมผัสราวกับว่านูนขึ้นมาจากพื้นหลังสีอ่อนอย่างสัมผัสได้

[ รูปนี้แสดงลายบนเนื้อของสายผ้าสีเขียวทหารที่มากับรุ่น Heritage Black Bay S&G ได้เป็นอย่างดี ]

ถ้าถามว่าที่ Tudor พาเราไปโรงงาน Julien Fauer ในครั้งนี้ เราได้เรียนรู้อะไรมากหรือไม่ คำตอบก็คือมาก แต่ที่น่าประทับใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือการที่เราได้เห็นระดับความจริงจังของผู้คนที่ทำงานให้กับทั้งสองบริษัทนี้ เพราะเราถือเป็นเรื่องน่ายินดีว่าในโลกที่นับวันผู้คนมีแต่จะทำอะไรฉาบฉวยกันมากขึ้นก็ยังมีผู้ผลิตบางรายที่ยึดมั่นในความเป็นเลิศในสิ่งที่ตนเองทำ แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะเลือกเล่นง่ายและลดขั้นตอนเพื่อความสะดวกหรือความรวดเร็วได้ก็ตาม

ก่อนจบบทความนี้ของทิ้งท้ายว่าสายผ้าของ Tudor ดูเป็นเส้นยาวเส้นเดียวเหมือนสายนาโต้ทั่วไปก็จริง แต่ออกแบบมาให้มีช่องสอดสปริงบาร์เพื่อยึดกับตัวเรือน นั่นหมายความว่าตัวเรือนนาฬิกาจะไม่เลื่อนขึ้นลงตามความยาวของสายโดยอิสระเหมือนการใส่สายนาโต้แบบปกติ และสายของ Tudor นี้รัดกับข้อมือด้วยระบบหัวเข็มขัดเหมือนสายหนังธรรมดา ดังนั้นใครที่ปกติบอกว่าไม่ชอบใส่สายนาโต้เพราะรู้สึกวุ่นวายหรือซับซ้อนก็ขอให้ไปลองสายของ Tudor ดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่อย่างไร

————————————————–

Tudor has been playing hard and fast since their game-changing move in 2010. Their simple mission is most sensible: to deliver the best possible quality at the best possible price. The company prides itself on being able to bring to the market well-made and durable watches that users can depend on. For example, they were a little late to join the bronze watch trend but that was because they were perfecting a formula of alloys which will ensure absence of unsightly green coloration on the characteristic patina of bronze.

As a manufacture, they are also not shy to work with providers of specific expertise to realise the highest quality for their customers. Informed watch buyers are already aware of the collaboration where Tudor supplies their a three-hander movement to Breitling and the Grenchen company in return sends a particular chronograph movement to Geneva for the Tudor Black Bay Chronograph watches. Less well documented though is the collaboration with Julien Faure whose specialty in the weaving of textile ribbons made them the ideal maker of NATO-style fabric strap for Tudor’s Heritage watches.

World of Watches Thailand joined a few other Southeast Asian journalists and retailers for the 3-hour bus ride from Geneva to Saint-Étienne near Lyon in eastern France. Today, the 154-year-old company is managed by fifth generation family members. They cater mostly to haute couture brands who require sophisticated ribbons, not the cheaply printed kind, for their products and packaging. The Vatican is reportedly a client as well, and that should not come as a surprise once you see the archive of samples and orders which go back at least to the peak of the region’s textile industry.

Tudor approached Julien Faure around 2009 to discuss the design and composition of the fabric watch strap they have in mind. This is a rather new and but not foreign area for the passementerie. After all, the NATO-style watch straps that Tudor need is even less ornamented than what Julien Faure does on a regular basis. When we were there, we saw some very elaborated ribbons coming out of the looms. One lady among the group was very quick to identify, “Oh, this is so very [Italian brand name omitted],” and the ribbon bearing fanciful flowers was confirmed as being produced for the said brand.

Durability, on the other hand, should be the focus in the case of Tudor as the straps are meant for sportive and outdoorsy watches. The teams at Tudor and Julien Faure worked together to arrive at an optimal design structure where strength and comfort are concerned. Prototypes were initially tested at Tudor for wear and resistance against the elements including water and the ultraviolet rays.

Each Tudor fabric strap made by Julien Faure comprises interwoven yarns in four layers. There are 500 warp yarns along the length, and there are 90 weft yarns across for each centimetre sector of the strap. Thin yarns in larger quantity is the key factor distinguishing the nylon straps of Tudor from the generic products with thicker yarns in smaller quantity. It is also why the Julien Faure straps made for Tudor offer much better on-wrist comfort than cheap nylon straps.

Quite interestingly, the mechanical technology that made this all possible is two centuries old and kept alive at Julien Faure. The Jacquard looms used here descended from the 1804 invention of Joseph Marie Jacquard. The Frenchman was a born to a weaver family of Lyon and was looking for develop a loom that could generate complex patterns in a semi-automatic manner. Programming was done by way of punched cards with holes corresponding to the positions to raise or not raise the threads.

The desired pattern is thus achieved without manual determination at each and every line of the fabric. Perhaps, the camouflage straps as offered with the Heritage Black Bay 36 and the Heritage Ranger watches are the ones that benefit the most from this semi-automated weaving technique.

Weaving with a Jacquard loom is a relatively slow process still. For the kind of strap work required by Tudor, one loom can produce six metres of strap in each day, and one metre equals three straps. However, the number of looms assigned to Tudor production varies through the year so it is not possible to guesstimate the production output of Tudor Heritage watches, if that was what you were trying to do a few seconds ago!

As a watch title, we are not an expert in textile matters and may not describe such details very accurately. But so far as we understand, the way the warp and the weft yarns are intertwined also determine the tactile feeling when you touch the strap with your fingertips. This is most discernible when you have the strap of the Heritage Chronograph next to that of the Heritage Black Bay Bronze which feels a bit more quilted (for lack of a more accurate word). Once again, the camouflage strap is the most distinctive of all with the darker patches feeling raised from the lighter canvas almost in the same fashion as a dimensional topographic map.

Did we learn a lot from the Tudor-sponsored visit to Julien Fauer? Yes, we did. What is more impressionable though is the level of commitment as demonstrated by the people of both companies. In a world of disposable consumerism, it is a joy to see the work of purveyors who take the time to arrive at excellence even when they can very easily cut corners.

One note before closing: Tudor’s fabric straps are one-piece but affixed to the case by spring bars. The configuration means the watch does not slide up and down along the length of the strap as is the case with regular NATO straps. And there is a tang buckle to secure the strap to your wrist in the same way as a regular leather strap. If you did not like NATO straps as they were in the past, give these ones a chance first to see if they make a difference for you.

By | 2018-02-16T09:56:21+00:00 February 16th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: