THE WOW FACTOR

ครั้งแรกกับ WOW Awards เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่แบรนด์ที่เติมเต็มความต้องการของคนรักนาฬิกา
TEXT: JONATHAN HO

เราต้องออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ใช่ GPHG หากแต่เป็นเพียงนิตยสารนาฬิกาที่เน้นผู้บริโภคเป็นสำคัญและมีเป้าประสงค์ในการแยกแยะ ทำความเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใดก็ตามที่ชื่นชอบนาฬิกา การแบ่งประเภทรางวัลและการคัดกรองนาฬิกาเข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ตลอดจนการเลือกนาฬิกาที่ชนะรางวัลนั้นล้วนแล้วแต่อยู่บนพื้นฐานของการเลือกซื้อนาฬิกาของผู้บริโภคเป็นสำคัญ เราขอให้สมาชิกในกองบรรณาธิการสองคนและนักสะสมที่เป็นคนนอกอีกสองคนช่วยเสนอชื่อนาฬิกาใหม่ในปี ค.ศ. 2018 เข้าชิงรางวัลในแต่ละสาขา หากคะแนนโหวตเท่ากันและจะต้องมีการออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเพื่อตัดสิน หน้าที่นั้นจะเป็นของบรรณาธิการบริหาร WOW Singapore โจนาธาน โฮ หรือรักดี โชติจินดาจาก WOW Thailand แต่จากปี ค.ศ. 2019 เป็นต้นไป เราจะให้แบรนด์ต่างๆ และผู้อ่านเสนอชื่อนาฬิกาเข้าชิงรางวัลในแบบวงกว้างได้ด้วย

Perhaps it is best to explain. GPHG we are not. What we are is a consumer-focused trade title which seeks to discern, understand and anticipate the burning questions and desires of anyone who loves watches. To that end, the categories and the novelties that have been nominated or selected as eventual winners are reflective of how a watch consumer might shop or embark on a decision-making process. A panel of two editorial staff and two collectors were selected to pick from the new 2018 novelties. When required, a tie-breaking vote is casted by either WOW Singapore Editor-in-Chief Jonathan Ho or WOW Thailand’s Ruckdee Chotjinda. Beginning from 2019, each subsequent edition of WOW Awards will invite brands and readers to nominate their favourites in each category.

————————————————–

THE WOW WATCH
Patek Philippe Aquanaut Chronograph Ref. 5968A

รางวัลใหญ่นั้นย่อมต้องเป็นเรือนเวลาที่คุณเห็นแล้วต้องร้องว้าว แต่นาฬิกาเรือนนี้ไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงลิ่วแบบเลขศูนย์รัวๆ และไม่ต้องมีคอมพลิเคชั่นอะไรที่แปลกใหม่แบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ขอเพียงว่ามีความแตกต่างจากปกติทั่วไป (ไม่เหมือนที่ปกติแบรนด์นั้นทำหรือไม่เหมือนอย่างที่คนคุ้นเคยกับแบรนด์นั้น) ก็พอแล้ว

Patek Philippe เปิดตัวนาฬิกา Aquanaut เป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1997 ให้เป็นนาฬิกาที่มีความเป็นเลิศทางเทคนิค ประกอบกับประสิทธิภาพและการออกแบบที่สร้างสรรค์ในระดับสูง นับแต่นั้นมาเราก็ได้เห็นฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในคอลเลคชั่นนี้ เช่น ทราเวิลไทม์ หรือแม้แต่รุ่น Advanced Research ก็ตาม แต่นาฬิกาสปอร์ตระดับหรูรูปทรงแปดเหลี่ยมรุ่นนี้ก็มาในภาพลักษณ์ทีเข้มขรึมและสง่างามมาโดยตลอด ไม่ว่าจะผลิตด้วยตัวเรือนสตีลหรือทองก็จะมีหน้าปัดสีมืดอย่างดำ น้ำเงิน น้ำตาและเทาเสมอ จนทุกคนต้องถึงกับเซอร์ไพรส์เมื่อได้เห็น Aquanaut Chronograph Ref. 5968A ในงาน Baselworld 2018 เพราะนอกจากบนหน้าปัดจะมีการแต้มสีส้มแล้ว สายยางยังเป็นสีส้มทั้งเส้นอีกด้วย ทำให้นี่เป็นนาฬิกา Patek ที่เราคาดไม่ถึงที่สุดรุ่นหนึ่งและทำให้เราได้เห็น Patek Philippe ในมุมมองที่สดใหม่ยิ่งขึ้น อย่างนี้นี่ว้าวเลย

Obviously, this is the big prize for a timepiece which makes you go WOW! It does not necessarily have to be the most expensive watch or one featuring a never-before-seen complication, but whatever it embodies, it must be different enough from the norm (from the perspective of the brand or how consumers perceive it).

Combining technical excellence with high performance and creative design, Patek Philippe launched the Aquanaut in 1997. Since then, we have witnessed the Geneva manufacture take the Aquanaut in a new direction with travel time and even an “Advanced Research” edition but the youthful, sports luxury timepiece with rounded octagon was always elegantly serious in execution. Available in steel, gold and in sombre hues like black, blue, brown and charcoal, Baselworld 2018 surprised us all with the Aquanaut Chronograph Ref. 5968A with orange accents and an orange rubber strap, making it one of the most unexpected Pateks we have seen, casting new light and perspective on the venerable brand. Wow.

————————————————–

WRIST PRESENCE KING
Bell & Ross BR-01 Laughing Skull

Wrist Presence King ในความหมายของเราคือนาฬิกาที่ใครเห็นก็ต้องหันมามอง ใส่ไปไหนคนก็อยากรู้ว่าคืออะไร นาฬิกาที่จะได้รับรางวัลนี้ได้ต้องเป็นนาฬิกาที่มีขนาดใหญ่ หรือมีการตกแต่งตัวภายนอกตัวเรือนอย่างน่าสนใจ (ไม่ว่าจะด้วยการแกะสลักหรือการประดับเพชร) หรืออีกทีเลยก็ต้องมีรูปทรงที่แปลกตา

Bell & Ross เริ่มผลิตนาฬิการูปหัวกะโหลกเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2009 กับรุ่น BR-01 Skull จากนั้นมาก็มีคนสนใจนาฬิกาแนวนี้ของ Bell & Ross มากเสียจนต้องออกตามมาอีกสามรุ่น ล่าสุดนี้ก็เป็นรุ่น Bell & Ross BR-01 Laughing Skull ที่ยังคงรูปลักษณ์สไตล์เดิมไว้ แต่ปรับเปลี่ยนด้วยการใช้พื้นผิวแบบพ่นทรายและแกะลายคลูส์เดอปารีส์เหมือนที่ปกติพบเห็นได้บนหน้าปัดนาฬิกาแนวคลาสสิก และมีออโตมาตอนอย่างง่ายด้วย ความไม่ธรรมดาที่ได้แถมมาก็คือเครื่องอินเฮ้าส์รุ่นพิเศษที่ติดตั้งในตัวเรือนโดยใช้กระดูกทั้งสี่ยึดไว้ราวกับเป็นบริดจ์ ทำให้เมนเพลทคงที่และดูราวกับว่าสถาปัตยกรรมของเครื่องนั้นลอยอยู่ตรงกลางตัวเรือนนาฬิกา

Some watches simply turn heads and attract attention to themselves. These watches are what we call Wrist Presence Kings. The winner of this category must be large or possess extensive exterior case decoration (engraving or stone settings) or an unusual case shape.

Beginning in 2009 with the BR-01 Skull, Bell & Ross began to attract a cult following for its skull-inspired watches, case in point, the brand followed with three other skull editions. The new Bell & Ross BR-01 Laughing Skull follows the similar aesthetic codes which defined the popular collection but updated with matte micro-blasted steel and decorated with Clous de Paris pattern usually seen on classic watch dials, and a simple automaton. Icing on cake, Bell & Ross developed a special in-house calibre to perfectly fit the case via the extension of the four bones (a.k.a. bridges), securing the main plate and forming floating architecture in the centre of the timepiece.

————————————————–

STEALTH OPERATOR
Chopard L.U.C Heritage Grand Cru

ในทางตรงกันข้ามกับ Wrist Presence King นาฬิกาที่จะเข้าข่าย Stealth Operator นั้นได้จะต้องมีความเรียบนิ่ง ราวกับว่ารออยู่ใต้ชายเสื้อและรอคอยให้ใครมาบังเอิญเห็น Stealth Operator ไม่จำเป็นต้องเป็นนาฬิกาสปอร์ตรมดำแต่อย่างใด อาจจะเป็นนาฬิกาเดรสตัวเรือนแพลทตินัมก็ได้ จะมีหรือไม่มีคอมพลิเคชั่นก็ได้ ขอแค่ว่าดูแล้วไม่เยอะ ไม่เสียงดัง คนมองผ่านๆ แล้วไม่รู้ราคา เท่านั้นพอ

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วก็ต้องมอบรางวัลให้กับ Chopard L.U.C Heritage Grand Cru เลย นี่อาจไม่ใช่นาฬิกาที่มีรูปทรงพิเศษรุ่นแรกของ Chopard แต่ใส่แล้วไม่ว่าอย่างไรก็ดูผู้ดีแน่ๆ แถมยังมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับไวน์อีกด้วย เพราะคุณประธานร่วม คาร์ล-ฟรีดิช ชอยเฟเล เธอมีไร่ไวน์ Chateau Monestier La Tour อยู่ในย่านแบร์เชอราคของประเทศฝรั่งเศส สำหรับตัวนาฬิกาในรุ่นปี ค.ศ. 2018 นี้ก็มีการตกแต่งขอบตัวเรือนด้วยเพชรอย่างคมคายแต่ก็ดูกลมกลืนยามสวมใส่ เครื่องนาฬิการุ่น L.U.C 97 ที่ใช้ในนาฬิการุ่น Heritage Grand Cru นี้ก็มีรูปทรงตอนโนเหมือนตัวเรือนด้วย นับเป็นความแปลกที่นานๆ ครั้งจะได้พบเห็นกัน

This prize is awarded to the novelty which runs contrary to the Wrist Presence King. The Stealth Operator does not even have to be a black, sportive watch, it can be a platinum dress watch, without complication, on a leather strap. It sits, quietly, under your shirt sleeve, waiting to be discovered. Here, subtlety rules, it is likely an expensive timepiece whose financial cost is not immediately obvious to the casual observer.

Quiet, understated, the Chopard L.U.C Heritage Grand Cru is not the Maison’s first form watch but with its wine inspiration, it is definitely its most elegantly genteel version. Finding muse in Chateau Monestier La Tour, Co-President Karl-Friedrich Scheufele’s wine estate in the region of Bergerac, France, the 2018 version of the timepiece comes embellished with a fully paved diamond bezel on the barrel which is somehow both attractively bold yet blends perfectly upon the wrist. Furthermore, shaped movements are rare, and a tonneau-shaped L.U.C 97 calibre drives the Heritage Grand Cru.

————————————————–

PERFECT WEEKENDER
Omega Seamaster Aqua Terra 150M

เวลาเราเลือกนาฬิกาใส่ไปทำงานวันธรรมดาหรือใส่ไปงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ช่วงค่ำคืนนั้นเราต้องใช้สมองคิดมากพอแล้ว ดังนั้นเมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ขอให้มีอะไรใส่แบบง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อนบ้าง หรือกล่าวคือขอความแคชวลนั่นเอง นี่คือที่มาของรางวัลในสาขา Perfect Weekender สำหรับนาฬิกาที่จะสวมใส่ด้วยสายโลหะหรือสายแบบกันน้ำอื่นก็ได้เพื่อให้พร้อมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมทางน้ำหรือใกล้น้ำ เรื่องสนนราคานั้นไม่ใช่ประเด็นพิจารณาเพราะว่าจะแพงหรือถูกก็ได้ ขอเน้นเรื่องความเหมาะสมสำหรับการสวมใส่ในชีวิตช่วงวันหยุดมากกว่า

Omega Seamaster Aqua Terra 150M เป็นนาฬิกาสไตล์สปอร์ตที่มีความสง่างาม และโลดแล่นด้วยจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล นี่ไม่ใช่นาฬิกาที่คุณจะใส่ไปดำน้ำแบบจริงแม้ว่าคุณจะสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่ถ้าพูดถึงการใส่ไปนั่งเรือยาทช์แบบหล่อๆ มือกำเครื่องดื่มอะไรสักแก้ว อยากกระโดดน้ำเมื่อใดก็โดดตามสะดวก อย่างนี้ Aqua Terra ทำได้แน่นอน หล่อรอบด้านแบบเรียบง่าย เกลี้ยงเกลา มีสมดุลแถมยังเที่ยงตรงระดับมาสเตอร์โครโนมิเตอร์เช่นนี้จึงต้องได้รางวัล Perfect Weekender ไปครอง

There is a lot of conscious effort which goes into picking a watch for the work week or even the right watch to wear for the right party. Thus, for the weekend, we need something easy and uncomplicated, in other words, something casual. The Perfect Weekender is emblematic of this requirement. It can either be worn on a bracelet or a water-resistant strap in order to meet with the demands of potentially outdoorsy or water-bound activities. Price is not a factor here. The watch can be expensive or it can be accessible – it just has to be practical for weekends.

Reconciling sportiness and elegance, the Omega Seamaster Aqua Terra 150M is a sophisticated watch imbued with ocean spirit. You are not going to take it diving even if you could, but you certainly would not be out of place on a yacht with a drink in hand, ready to take a plunge (if you so desire). Clean, simple and balanced, it is a great, all-round, perfect weekend watch and a stylish Master Chronometer to boot.

————————————————–

BEST BANG FOR BUCK
Mido Commander Shade

บางครั้งบางคราวเราจะได้เห็นนาฬิกาที่ออกมาพร้อมด้วยป้ายราคาที่น่ารักเหลือเชื่อจนทุกคนในตลาดอ้าแขนรับแทบไม่ทัน นาฬิกาที่ว่านี้อาจจะเป็นแบบใส่ทำอะไรในชีวิตประจำวันปกติก็ได้ หรืออาจจะเป็นนาฬิกาที่มีคอมพลิเคชั่นหากทว่ามีราคาต่ำกว่านาฬิการุ่นอื่นที่มีคอมพลิเคชั่นเดียวกันเป็นอย่างมาก นาฬิกาที่จะเข้าข่ายรับรางวัล Best Bang for Buck นั้นไม่จำเป็นต้องมีคุณค่าในเชิงการสะสม (แต่บางครั้งก็กลับกลายเป็นนาฬิกาที่น่าสะสมไปเองเพราะว่ามีราคาคุ้มค่าอย่างที่ทุกคนต้องการ)

Commander Shade นี้เป็นการสดุดีคอลเลคชั่น Commander อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mido ด้วยหน้าปัดที่ดูสวยงามแปลกตา กล่าวคือ เป็นหน้าปัดลายซันเรย์แบบขัดซาตินและไล่สีจากอ่อนตรงจุดศูนย์กลางออกไปเข้มโดยรอบนอก ตัวเรือนรูปทรงกลมมีโครงสร้างแบบโมโนค็อคและมีสายโลหะสไตล์มิลานีสที่ดูดียิ่งนัก ทั้งหมดนี้ในราคาที่ไม่มีนาฬิการุ่นใดจากแบรนด์ใดสู้ได้ นาฬิกาที่ดูมีชั้นเชิงรุ่นนี้มีตัวเรือนขนาด 37 มม. และนอกจากรุ่นในภาพนี้แล้วก็ยังมีรุ่นที่เคลือบสีโรสโกลด์บนตัวเรือนและสายด้วยกระบวนการพีวีดีและมีหน้าปัดสีน้ำตาลอมเทาที่ดูเข้ากันดี

Every now and then, a brand makes a watch so compelling, offering more than what the price tag promises, that the market embraces it with readily open arms. This value-for-money watch can be one of a utilitarian nature or a complicated watch at a price significantly lower than the competition. The Best Bang for Buck watch does not have to be collectible (but sometimes, because of its value offering, it inevitably becomes one).

Paying homage to one of Mido’s iconic timepieces, the new Commander Shade brings a stunning new face to the original model, its smoked sunray, satin-finished dial, elegant, streamlined round monocoque case and fully integrated Milanese bracelet not only provides irresistible charm but unbeatable value. Sophisticated and dressy, there is no other competitor in its price bracket. The 37 mm watch is also available with taupe dial and rose gold PVD treatment on the stainless steel case and bracelet.

————————————————–

THE PROVENANCE PIECE
Tudor Black Bay Fifty-Eight

นาฬิกาวินเทจนั้นเป็นที่นิยมมาโดยตลอด แต่นาฬิกาแนวรีอิชชูหรือเอาของเก่ามาทำใหม่นั้นเป็นเทรนด์ที่เริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อนนี้เองและยังไม่มีวี่แววจะเลิกกันด้วย ดังนั้นนาฬิกาที่จะได้รับรางวัล Provenance Piece จะต้องเป็นนาฬิกาที่ทำออกมาใหม่แล้วเหมือนรุ่นดั้งเดิมมากๆ หรือเป็นการนำรุ่นเก่ามาตีความใหม่โดยที่ยังมีเค้าโครงของรุ่นดั้งเดิมอย่างที่เห็นได้ชัดเจน หรือมีเพียงรายละเอียดให้พอแยกแยะความแตกต่างจากต้นฉบับได้เท่านั้น

Black Bay Fifty-Eight มีชื่อนี้เพราะว่าถอดแบบมาจากนาฬิกา Tudor Oyster Prince Submariner Ref. 7924 จากปี ค.ศ. 1958 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า Big Crown ตัวเรือนขยายขนาดขึ้นจากเดิม 37 มม. เป็น 39 มม. แต่ก็ยังคงสัดส่วนได้ดี หากคุณเคยใส่ Submariner ที่เป็นวินเทจก็จะรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์เวลาอยู่บนข้อมือนั้นเป็นอย่างไรแม้ว่าตัวเรือนจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อยอย่างนี้ เรามองว่าเป็นการดีที่ Black Bay Fifty-Eight ไม่ทำผิดเหมือนนาฬิการีอิชชูอีกหลายรุ่นที่ทำออกมาแล้วใหญ่กว่ารุ่นดั้งเดิมเกินไปมากเพียงเพราะต้องการเอาใจผู้ซื้อนาฬิกาในยุคสมัยนี้

Vintage watches have always been popular. Vintage watch re-issues on the other hand, are a trend that began 10 years ago, with no sign of abating. The winner of the Provenance Piece category must be either a very faithful reproduction of a piece in the past, or an impressive reinterpretation whose predecessor must be quickly identifiable or carries enough design elements to distinguish it from the pioneering model.

Taking its name and muse from Tudor’s 1958 “Big Crown” Oyster Prince Submariner Ref. 7924, the namesake 2018 Black Bay may not be 37 mm like the original model. But at 39mm, it is still incredibly authentic in its reproduction. The Black Bay Fifty-Eight is perfectly proportioned and if you have ever worn a vintage Submariner, you would know it wears exactly the way it should despite its slightly larger case proportions, avoiding the pitfall of so many vintage re-issues when they are made much bigger than the original to appeal to modern tastes.

————————————————–

WELL SUITED
Bulgari Octo Finissimo Automatic Sandblasted

รางวัลนี้มีไว้สำหรับนาฬิกาแนวเดรสที่อย่างที่เราอยากจะเลือกใส่ในโอกาสสำคัญที่เป็นทางการ ตัวนาฬิกาจะมีหรือไม่มีคอมพลิเคชั่นก็ได้ แต่รูปทรงโดยรวมจะต้องดูเรียบร้อย ใส่กับเสื้อผ้าดีๆ ได้ ใส่กับสูทและไทได้ ถ้าจะมีลูกเล่นให้เกิดความหวือหวาบ้างก็ยิ่งดี ตราบเท่าที่ยังอยู่ในกรอบข้างต้นได้

Octo Finissimo Automatic Sandblasted คือผลงานที่ผ่านการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีจนเกิดเป็นความบริสุทธิ์ นี่คือผลงานครั้งที่สองและน่าจะเป็นครั้งที่สวยงามที่สุดของ Bulgari ในการออกแบบนาฬิกาตามโครงที่ฌองต้าวาดไว้แต่แรก (ก่อนที่จะมีการรวมบริษัท) Octo Finissimo รุ่นนี้เป็นสมาชิกรายล่าสุดของคอลเลคชั่นนาฬิกาแนวอัลตร้าธินที่ทำลายสถิติมาหลายครั้งและคว้าชัยมาหลายรางวัลแล้ว พื้นผิวของตัวเรือนที่มีเหลี่ยมมุมได้รับการพ่นทรายจนดูเหมือนกับว่าจะหยาบ แต่เมื่อสัมผัสแล้วกลับนุ่มนวล ทำให้นี่เป็นนาฬิกาแนวเดรสวอทช์ที่มีความร่วมสมัยอย่างน่าชม ทำงานด้วยเครื่องรุ่น BVL 138 ซึ่งเป็นผู้ครองตำแหน่งเครื่องออโต้ที่บางที่สุดในโลกในขณะนี้

This is essentially an elegance prize for the dressiest watch a person can wear on formal occasions. It can be simple or complicated, but the form must be within the confine of what looks best when you want to appear dressed up in a conservative, sartorial sense. Bonus points are given if the timepiece can push the boundaries of “suit and tie” without entirely breaking it.

Distilled to its essence, the Octo Finissimo Automatic Sandblasted is essentially Bulgari’s second and inarguably, perfect execution of Genta’s initial creation (pre-manufacture integration). Simple yet gorgeously finished, the latest Octo Finissimo is the latest in a line of highly awarded and record-breaking extra-thin watches from the Le Sentier manufacture. Home to the Caliber BVL 138, the new record holder for the world’s thinnest automatic movement, the faceted case design now adorned with a sandblasted treatment that is rough in appearance yet smooth to touch, making it an incredible dress watch with all the contemporary charms.

————————————————–

UNCONVENTIONALL YOURS
Hermès Slim d’Hermès GMT

เห็นชื่อรางวัลแล้วอย่าเพิ่งไปนึกถึงระบบบอกเวลาแบบดาวเทียมหรือวานเดอริ่งอาว เราตั้งรางวัลนี้ขึ้นมาเพื่อมอบให้กับนาฬิกาที่แสดงค่าในรูปแบบที่แตกต่างจากนาฬิกาอื่นๆ นาฬิกาที่ใช้วัสดุที่แปลกใหม่หรือมีความพิเศษมากกว่า หรือหากว่าเป็นเรือนเวลาที่ในวงการนี้ยังไม่เคยพบไม่เคยเห็นก็พอจะเข้าข่ายแล้ว

Hermès Slim d’Hermès GMT ใหม่ตัวเรือนพัลลาเดียมนี้ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางท่องโลกโดยเฉพาะและมีรูปแบบการบอกเวลาในประเทศที่สองที่ไม่เหมือนใคร วงหน้าปัดเล็กที่ตำแหน่งหกนาฬิกานั้นมีเข็มวันที่อยู่แทนที่จะเป็นเข็มวินาทีเล็กเหมือนในนาฬิกาทั่วไป และเข็มบอกเวลาในประเทศที่สองซึ่งปกติมักจะเป็นเข็มใหญ่ที่เดินครบหนึ่งรอบหน้าปัดในเวลา 24 ชั่วโมงนั้นก็เปลี่ยนเป็นวงหน้าปัดเล็กสีเงินที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกาแทน แถมยังมีตัวเลขที่ดูเหมือนกระโดดไปมาอีกต่างหาก ฟังก์ชั่นนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการใช้โมดูลของ Agenhor ประกอบกับเครื่องอินเฮ้าส์รุ่น H1950 ของ Hermès เองซึ่งรวมแล้วมีความหนาเพียง 4 มม. หน้าปัดสีเทาเข้มมีลวดลายซันเบิสท์รอบนอกที่มีตัวเลขชั่วโมงในฟอนท์อันเป็นเอกลักษณ์ของฟิลิป อาเปลัวก์ ตัดกับบริเวณตรงกลางที่แกะลายด้วยกระบวนการกิโยเช่จนดูตัดกันตามสไตล์ของ Hermès

This category is not about satellite time or wandering hours. It is more than that as it also takes into account how the same indications are displayed on other watches, or if an unconventional material is used. This prize is for the watch which the industry has never really encountered or experienced before.

Executed in palladium, the new Hermès Slim d’Hermès GMT takes the novel globe-traveller’s complication and turns it on its head. At six o’clock, the subdial traditionally associated with running seconds is actually a date indicator. Meanwhile, the GMT function, usually executed as an additional 24-hour hand, is designed as a silvered subdial at 10 o’clock with an apparent jumble of numbers is really an ingenious design. Combining an Agenhor module with its H1950 in-house movement for a height of 4 mm in total, the broad slate grey dial with distinctive Philippe Apeloig fonts is contrasted with sophisticated finishing like sunburst chapter ring and guilloche centre which plays up the polished countenance associated with Hermès.

————————————————–

HAUTE MÉTIERS
Cartier Révélation d’une Panthère

ตามชื่อบอกเลยว่านี่คือรางวัลสำหรับนาฬิกาที่มีการใช้เทคนิคศิลป์พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือน หน้าปัดหรือสาย หรืออาจจะเป็นนาฬิกาที่มีคอมพลิเคชั่นในแนวสุนทรียะหรือศิลปะมากกว่าที่จะเป็นแนวเทคนิคอล นาฬิกาที่จะได้รับรางวัลนั้นอาจจะเป็นนาฬิกาผู้ชาย นาฬิกาผู้หญิงหรือนาฬิกายูนิเซ็กซ์ก็ได้ทั้งหมด

งานประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและงานศิลป์ชั้นสูงนั้นมักเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องการบอกเวลานั้นมักจะต้องมาก่อนเพราะไม่ว่าอย่างไรนาฬิกาก็ย่อมต้องมีหน้าที่บอกเวลา แต่ Cartier Révélation d’une Panthère เลือกยกเอางานศิลป์ขึ้นมาไว้เหนือเข็มชั่วโมง เข็มนาทีและหน้าปัดลายซันเรย์ที่อยู่ข้างใต้ด้วยการบรรจุเม็ดทองจำนวนกว่า 900 เม็ดไว้ในแคปซูลแซฟไฟร์ เวลาที่ขยับข้อมือก็จะเห็นเม็ดทองเหล่านี้ไหลขึ้นลงจนเกิดเป็นภาพหน้าเสือแพนเธอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Cartier แต่ภาพจะปรากฏอยู่เพียงไม่นานเพราะเม็ดทองจะไหลไปกองกันอยู่ที่อีกด้านในไม่ช้า หากมีสำนวนอะไรที่สอนให้คนเฝ้าคอยช่วงเวลาที่มีความสำคัญเพราะมันอาจจะไม่หวนกลับคืนมาอีก นาฬิการุ่นนี้ก็น่าจะเป็นตัวแทนของข้อความดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

As the category name implies, this prize is reserved for the timepiece with special artistic merit either on the case, dial or bracelet. It can also recognise complications of an aesthetic or artistic nature rather than technical. Winner of this category can be a men’s watch, a ladies’ watch or a unisex watch.

Haute horlogerie and haute metiers often go hand-in-hand, though the timekeeping elements often take precedence and rightfully so as these are watches after all. Nevertheless, when Cartier revealed their Révélation d’une Panthère it was a powerful symbol of metiers where time-keeping had taken a backseat. Sandwiched in a sapphire capsule, over 900 gold beads take the lead over the hour and minute hands on sublime sunray dial below. Tilt your wrist forward, and the beads simply rains over time, forming the face of Cartier’s signature panther and in the briefest, most fleeting moment, it is gone. If there is an artistic analogy for “taking in each precious moment because it might not come again”, this work of art exemplifies it.

————————————————–

GIRL BOSS
Van Cleef & Arpels Lady Arpels Planétarium

นาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้คือนาฬิกาที่เกิร์ลบอสควรจะพยายามหามาไว้ในครอบครอง เพราะนี่คือเรือนเวลาที่บ่งบอกถึงอำนาจในไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพียงเห็นบนข้อมือก็รู้เลยว่าคนนี้ไม่ธรรมดา ความโดดเด่นนั้นอาจจะเกิดจากขนาด รูปทรง คอมพลิเคชั่น การตกแต่ง (เช่น เพชรและอัญมณี) หรือสี เกณฑ์ที่เราใช้คัดเลือกนาฬิกาสำหรับรางวัลนี้คล้ายกับที่เราใช้เลือกนาฬิกาสำหรับรางวัล Wrist Presence King แต่ในกรณีนี้จะต้องเป็นนาฬิกาผู้หญิงและจะต้องมีราคาแพงให้สมกับชื่อด้วย

บนหน้าปัดอเวนจูรีนของ Van Cleef & Arpels Lady Arpels Planétarium นี้เป็นระบบสุริยจักรวาลขนาดย่อมโดยมีมุกสีชมพูแทนดาวพุธ เอนาเมลสีเขียวแทนดาวศุกร์ เทอร์ควอยซ์แทนโลกและเพชรแทนดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ทั้งหมดนี้จะใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นานเท่ากับในความเป็นจริง คือ ดาวพุธใช้เวลา 88 วัน ดาวศุกร์ใช้เวลา 224 วัน และโลกใช้เวลา 365 วัน ทำให้ Lady Arpels รุ่นนี้เป็นองค์รวมที่สมบูรณ์แบบระหว่างงานประดิษฐ์นาฬิกาและงานจิวเวลรี่ ความงามดั่งบทกวีที่พร่างพราวอยู่บนฟากฟ้านี้นี่เองที่เป็นการบอกว่าแถวนี้ใครใหญ่แบบชัดๆ กันทุก มม. เลยทีเดียว

It is the watch that each Girl Boss should strive to own. The timepiece must exude power in one way or another, and convey the Girl Boss’s status immediately from her wrist. The novelty can be defined by size, shape, complication, execution (e.g. diamonds and stones) or colours. The criteria are somewhat similar to the Wrist Presence King but here it must be feminine and the price tag must be suitably high.

With a face of aventurine, dressed with pink mother-of-pearl for mercury, green enamel for venus, turquoise for earth, and a diamond for the moon, the Van Cleef & Arpels Lady Arpels Planétarium provides visual shorthand for being the mistress of your domain, thanks to the poetic illusion of a star-studded, miniature vision of the solar system on your wrist. The planets orbit the sun in real time, with mercury completing one orbit every 88 days, venus every 224 days, and earth every 365 days, this Lady Arpels is the perfect union of horology and jewellery. This timepiece is every millimetre the ultimate Girl Boss watch.

————————————————–

THE “YES” WATCH
Roger Dubuis Velvet Haute Couture

การสัญญาว่าจะอยู่กับใครคนหนึ่งไปชั่วชีวิตหรือจนกว่าความตายจะมาแยกจากกันนั้นหมายความว่าคู่ชีวิตของคุณเป็นผู้กุมหัวใจและวิญญาณของคุณเอาไว้แล้ว ครั้นเมื่อจะขอสาวแต่งงานนี่ตามปกติแล้วก็ต้องใช้แหวน แต่พวกเราที่ World of Watches ก็คิดว่าขอด้วยนาฬิกาบ้างก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้าจะเลือกนาฬิกามาเพื่อการนี้ก็ขอให้เป็นรุ่นที่มีการประดับประดาอะไรประมาณหนึ่ง หากมีรุ่นสำหรับผู้ชายให้ใส่คู่กันด้วยได้ก็จะยิ่งได้รับคะแนนพิเศษ

Roger Dubuis Velvet Caviar คือตัวแทนแห่งงานนาฬิกาชั้นสูงและงานอาภรณ์ชั้นสูงในหนึ่งเดียว สายที่ดูสะดุดตาของนาฬิการุ่นนี้เกิดจากการนำเอาเม็ดคริสตอลสีดำหรือสีขาวที่มีขนาดเล็กจิ๋วไปผสมกับโพลีเมอร์เหลวแล้วติดตั้งบนโครงสายที่ผลิตจากยางที่ตอกย้ำรูปทรงที่ไม่เหมือนใครของตัวเรือน Velvet เพิ่มความตระการตาด้วยหนักปัดเปลือกหอยมุกล้อมเพชรทรงบริลเลียนท์คัทบนขอบตัวเรือนและขาตัวเรือน เมื่อเห็นประกายแวววาวอย่างนี้แล้วใครเลยจะปฏิเสธความงามของ Roger Dubuis คอลเลคชั่นนี้ได้

When one proposes to have and to hold for as long as you both shall live, it is with a certainty that your spouse is possessed of the world’s first key to your heart and soul. A ring is traditionally used to propose to a lady. However, World of Watches is open to the idea of proposing with a watch! The “YES” Watch should be reasonably embellished. Bonus points are given if the nominated timepiece has a counterpart for the male party to wear.

Haute couture meets haute horlogerie in the new Roger Dubuis Velvet Caviar in a world’s first of a different kind. Thanks to the artisanal skill, head-turning straps from tiny black or white crystal beads mixed with molten polymer and lined with rubber, subtly accentuating the unique case shape of the Velvet. From case to strap, this timepiece is stunning but topped with mother-of-pearl dials and surrounded by brilliant-cut diamonds studded along the bezel and lugs, the multi-faceted gleam of Roger Dubuis’ diva timepiece is an offer that is impossible to refuse.

By |2018-12-31T09:27:47+00:00December 31st, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: