SPORTIVE ELEGANCE

Jaeger-LeCoultre ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรุษสมัยใหม่
ด้วยคอลเลคชั่นนาฬิกาแนวสปอร์ตที่พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์
TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA

World of Watches Thailand เคยนำเสนอเรื่องนาฬิกาและตัวแบรนด์ Jaeger-LeCoultre มาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ที่เราเริ่มผลิตนิตยสารในประเทศไทย เหตุผลหลักข้อที่หนึ่ง คือ เรามองว่านาฬิกา Jaeger-LeCoultre มีเนื้องานดีสมราคาหรือเกินราคา และเหตุผลหลักข้อที่สอง คือ เรามองว่านี่คือแบรนด์หนึ่งที่มีศักยภาพในระดับสูง สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งใครมากนัก แถมยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานในแบบที่นักสะสมนาฬิกาส่วนมากให้คุณค่าอีกด้วย ทุกวันนี้ Jaeger-LeCoultre มีอายุ 185 ปีแล้วและยังคงผลิตนาฬิกาทุกเรือนตามรูปแบบหรือขนบแบบดั้งเดิมด้วยจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหุบเขาลึกชื่อชูซ์ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเจนีวาและโลซาน

นอกจากนั้นแล้ว Jaeger-LeCoultre ก็เป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญของเรา ดังที่จะเห็นได้ว่าปกเดือนมิถุนายนของเราทุกปีจะเป็นนาฬิกา Jaeger-LeCoultre รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ส่วนมากจะเป็นแบบที่มีคอมพลิเคชั่นชั้นสูงอย่างออร์บิทอลตูร์บิยองหรือมัลติแอ็กซิสตูร์บิยอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแบรนด์นี้จะทำเรือนเวลาแนวสมบุกสมบันไม่เป็น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเราก็ได้เห็นนาฬิกาสปอร์ตจากแบรนด์นี้อยู่เป็นช่วงๆ

รุ่นหนึ่งที่มีความโดดเด่นก็คือ Jaeger-LeCoultre Memovox Polaris ในปี ค.ศ. 1968 ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำที่มีฟังก์ชั่นอลาร์มไม่เหมือนใคร การออกแบบประกอบด้วยเม็ดมะยมสามเม็ดแทนที่จะมีหนึ่งเม็ดเหมือนนาฬิกาทั่วไป นั่นเป็นเพราะว่าจะต้องมีเม็ดหนึ่งสำหรับระบบอลาร์มโดยหมุนสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมให้ชี้ไปที่เวลาที่ต้องการให้ระบบทำงาน และมีอีกเม็ดหนึ่งสำหรับการหมุนขอบตัวเรือนที่อยู่ใต้คริสตอล

[ Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox ]

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของนาฬิการุ่นดังกล่าวในปีนี้ ทางแบรนด์จึงเตรียมการใหญ่เพื่อนำ Jaeger-LeCoultre Memovox Polaris กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่เรือนเดียวแต่นำเอาดีไซน์เดิมไปตีขยายต่อจนเกิดเป็นคอลเลคชั่นนาฬิกาสปอร์ตเต็มรูปแบบในชื่อว่า Jaeger-LeCoultre Polaris จุดเด่นบนหน้าปัดคือหลักชั่วโมงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูที่เรียงรายอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ สลับกับตัวเลขอารบิกที่ตำแหน่งบน ล่าง ซ้ายและขวา สารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่าที่ใช้มีการเจือสีวานิลลาอ่อนๆ เพื่อให้ดูเหมือนของวินเทจที่ขึ้นพาทิน่า ทั้งนี้ก็เพื่อสุนทรียะที่กลมกลืนกับยุคสมัยอันเป็นต้นกำเนิดของดีไซน์นี้ แต่นอกเหนือจากเรื่องการออกแบบที่เป็นแนววินเทจแล้ว รายละเอียดอื่นๆ ของการผลิตของคอลเลคชั่น Jaeger-LeCoultre Polaris นั้นเป็นแบบสมัยใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นเรือนเวลาที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายสมัยใหม่ที่รักชีวิตเอาท์ดอร์และกล้าผจญภัย แต่ในขณะเดียวกัน เขาเหล่านี้ก็เป็นคนที่มีความละเอียดและมีรสนิยมจึงต้องการนาฬิกาสปอร์ตที่มีความสง่างามสมเกียรติด้วย

ที่ใจกลางของคอลเลคชั่นนี้ก็คือรุ่น Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการกลับมาเกิดใหม่ของรุ่นดั้งเดิม ผลิตเป็นจำนวนจำกัด 1,000 เรือน ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. ทำงานด้วยเครื่องออโต้รุ่น 956 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจากเครื่องนาฬิกาแบบอลาร์มของ Jaeger-LeCoultre รุ่นหนึ่งที่ออกมาในยุคทศวรรษที่ 1950 แล้วมีการปรับปรุงเรื่อยมาเพื่อให้มีความทนทานและเที่ยงตรงยิ่งขึ้น การทำงานของฟังก์ชั่นอลาร์มยังใช้ระบบก็องเพื่อตีให้เกิดเป็นเสียงสัญญาณเตือน สวมใส่ด้วยสายยางลวดลายคลูส์เดอปารีส์ที่เป็นเหมือนลายถักขนาดเล็ก

[ Jaeger-LeCoultre Polaris Date ]

นาฬิการุ่นอื่นทั้งหมดในคอลเลคชั่น Jaeger-LeCoultre Polaris ที่เปิดตัวพร้อมกันนี้ไม่มีฟังก์ชั่นอลาร์มและไม่ได้เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น ในภาพรวมแล้วต้องบอกว่า Jaeger-LeCoultre เอาดีไซน์แบบดั้งเดิมนั้นเป็นตัวตั้งต้นเพื่อต่อยอดได้อย่างสร้างสรรค์ ลงตัวและไม่เสียของ

[ Jaeger-LeCoultre Polaris Automatic ]

หากคุณชอบนาฬิกาเรียบๆ ก็มี Jaeger-LeCoultre Polaris Date ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. ซึ่งหน้าตาเหมือนกับ Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox เกือบจะทุกประการ เพียงแค่ตัดเม็ดมะยมออกหนึ่งเม็ด เหลือเพียงสองเม็ดสำหรับการตั้งเวลาและการตั้งขอบหมุน บนหน้าปัดมีหน้าต่างวันที่ที่ตำแหน่งสามนาฬิกาเหมือนกันด้วย แต่ถ้าจะลดทอนยิ่งกว่านั้นอีกก็มี Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. ซึ่งเป็นที่สุดแห่งความมินิมอลด้วยการทิ้งหน้าต่างวันที่ไปเลยแล้วเติมตัวเลขสามเข้ามาแทนเพื่อความสมมาตรที่บริสุทธิ์ ทั้งสองรุ่นนี้มีให้เลือกซื้อพร้อมกับสายโลหะ สายหนังจระเข้หรือสายหนังลูกวัวตามความชอบของลูกค้าแต่ละคน

[ Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph ]

ถ้าคุณชอบนาฬิกาที่มีรายละเอียดมากกว่านั้นบนหน้าปัด ชอบให้มีวงหน้าปัดย่อยและชอบให้มีปุ่มกดก็ต้อง Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph ขนาด 42 มม. นาฬิการุ่นนี้เป็นการนำเอารูปลักษณ์แบบเดิมมาปรับเปลี่ยนให้เป็นโครโนกราฟแบบสองวงได้อย่างลงตัวและน่าชม ขอบหมุนใต้คริสตอลถูกแทนที่ด้วยแทคคิมิเตอร์ซึ่งก็เข้าทีเพราะว่า Jaeger-LeCoultre เคยผลิตอุปกรณ์สำหรับติดตั้งบนแดชบอร์ดของรถยนต์เป็นธุรกิจเสริมในอดีต วงทดเวลาทั้งสองอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยคงตัวเลขหกและเลข 12 ไว้เพื่อให้ได้เห็นฟอนท์ที่บ่งบอกถึงความเป็น Jaeger-LeCoultre Polaris และ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph เป็นนาฬิการุ่นเดียวในคอลเลคชั่นนี้ที่นอกจากจะมีเวอร์ชั่นสเตนเลสสตีลแล้วยังมีเวอร์ชั่นที่เป็นพิงค์โกลด์ด้วย

[ Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph Worldtime ]

Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph Worldtime คือนาฬิการุ่นสุดท้ายของคอลเลคชั่นใหม่และถือเป็นรุ่นท็อป ฟังก์ชั่นสำคัญก็คือระบบเวิลด์ไทม์ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่นาฬิกาทราบเวลาของประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้พร้อมกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเพื่อการประกอบธุรกิจหรือด้วยเหตุผลส่วนตัวก็ตาม และจะใส่ขณะอยู่เมืองไทยหรือขณะเดินทางก็ย่อมได้ ในการนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนวงแหวนบนขอบหน้าปัดอีกครั้งให้แสดงชื่อเมืองซึ่งเป็นแทนของไทม์โซนต่างๆ ทั่วโลกแทน วงแหวนนี้ควบคุมด้วยเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกาและใช้อ่านควบคู่กับสเกล 24 ชั่วโมงซึ่งมีเลขชั่วโมงกลางวันในแถบสีขาวและเลขชั่วโมงกลางคืนในแถบสีดำ ด้วยความที่บนหน้าปัดต้องมีการแสดงค่ามากมายถึงเพียงนี้ ทางแบรนด์เลยต้องขยายตัวเรือนไทเทเนียมของ Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph Worldtime ให้ใหญ่กว่ารุ่นอื่นโดยมีขนาด 44 มม. แทน

[ เครื่องรุ่นคาลิเบอร์ 752 ]

จริงอยู่ที่ว่าคอมพลิเคชั่นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และจะหาซื้อจากแบรนด์อื่นก็ย่อมได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ Jaeger-LeCoultre Polaris คุณจะไม่ได้ความลงตัวระหว่างหลักชั่วโมงและตัวเลขเหมือนอย่างนี้ ตัวเรือนก็จะไม่มีรายละเอียดที่ตัดกันระหว่างพื้นผิวขัดด้านและขัดเงาอย่างนี้ ขาตัวเรือนก็จะไม่เพรียวและลู่ลงรับกับข้อมืออย่างนี้

เราจะเรียก Jaeger-LeCoultre Polaris ว่าเป็นนาฬิกาที่มีอายุ 50 ปีหรือเป็นนาฬิกาที่เพิ่งแจ้งเกิดในปีนี้ก็ได้ และเพื่อเป็นการตอกย้ำพหุภาพในด้านรูปลักษณ์นี้ Jaeger-LeCoultre จึงมีการผลิตนาฬิกาหลายรุ่นเป็นแบบหน้าปัดสีน้ำเงินสดด้วย ยกเว้นรุ่น Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox ที่จำเป็นต้องคงไว้ซึ่งความดั้งเดิม และยกเว้นรุ่น Jaeger-LeCoultre Polaris Date ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมจึงไม่มีสีน้ำเงินทั้งที่จะมีก็ได้ นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Polaris ทุกรุ่นในบทความนี้ทำงานด้วยเครื่องออโต้ และเราเชื่อว่าจะได้เห็นรุ่นอื่นๆ ออกตามมาอีกในอนาคตเพราะว่าในเอกสารของ Jaeger-LeCoultre เองก็มีการเรียกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ว่าเป็นชุดแรกเท่านั้น

————————————————–

We have written extensively about Jaeger-LeCoultre and their watches over the years, thanks to two reasons: the products are superbly executed for their respective price ranges, and the brand is imbued with a unique level of authenticity in everything that they do. Seriously, what is not to like about a manufacture that is so capable, self-reliant and rich in heritage? Each and every watch from this 185-year-old brand is still created in the traditional way, with heart and soul, in the secluded Swiss valley named Joux, neither near nor far from Geneva and Lausanne.

Jaeger-LeCoultre is also an ardent supporter of WOW Thailand – all of our June covers were graced with a rotation of their watches. The range of complications displayed is simply amazing with no less than an orbital tourbillon and a multi-axis tourbillon; however, that does not mean that they do not know how to produce watches that can take a proverbial beating. Jaeger-LeCoultre also dabbles with sports watches every now and then.

In 1968, the company introduced an innovative dive watch with an alarm function: the Jaeger-LeCoultre Memovox Polaris. The watch was notable for the presence of three crowns instead of one. The extra crowns were needed to operate the alarm mechanism and the inner rotating bezel underneath the crystal. To set the audible reminder, one only needed to point the triangular mark on the central rotating disc to the desired time.

This year, on the 50th anniversary of its creation, the legendary Jaeger-LeCoultre Memovox Polaris watch returns to the scene, bringing some flair – its unassuming, unpretentious aesthetic code has been expanded into a full collection of sports watches known as the Jaeger-LeCoultre Polaris. Trapezoidal markers between Arabic numerals at the cardinal positions easily distinguish the collection. The SuperLuminova used for the glow is given a slight vanilla tint to create the vintage patina effect, linking it firmly with its heritage. The watches are otherwise as modern as can be to serve the purpose of their existence – the new Jaeger-LeCoultre Polaris collection is conceptualised as a wrist companion for today’s active gentlemen who are not deterred by adventure, challenges or the unknown. And yet, they are the refined individuals who prefer their sports watches to be as elegant as their lifestyles.

Undoubtedly the central pillar of the Polaris collection, the Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox watch marks an almost faithful recreation of the original alarm dive watch. Limited to a series of 1,000 units, it is in effect the Jaeger-LeCoultre Memovox Polaris reborn. Its 42 mm stainless steel case houses the self-winding Calibre 956 whose mechanical foundation can be traced back to the original in the 1950s. While improvements were made over time to make it more robust and accurate, the movement retains the striking mechanism with a gong to carry out its alarm duty. It is delivered on a rubber strap with a subtle Clous de Paris pattern.

Other models within the Jaeger-LeCoultre Polaris family do not have the alarm functionality, nor are they limited. Jaeger-LeCoultre has taken this opportunity to be creatively liberal about what else can be offered within this design framework. The possibilities are quite diverse indeed.

If you do not require the alarm, the Jaeger-LeCoultre Polaris Date awaits in a 42 mm stainless steel case. There are only two crowns now: one for time setting and the other for the manipulation of the inner rotating bezel. The watch otherwise looks like a true sibling of the Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox, complete with the date window at three o’clock. Similarly, the Jaeger-LeCoultre Polaris Automatic is offered in stainless steel but at the 41 mm size. It takes the ideals of minimalism to heart by foregoing the date window altogether and adding the number three instead, resulting in pure and perfect symmetry. Both watches are available on a metal bracelet, alligator leather strap or calfskin leather strap.

Watch buyers with a weak spot for counters and pushers can look at the Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph. With a 42 mm case, this bi-compax creation reflects a neat and respectable spin on the vintage design. It eschews the inner rotating bezel in favour of the tachymeter. As a matter of fact, the world of speed was never foreign to this grand maison of Vallée de Joux because they used to produce dashboard instruments as a side business. Elsewhere on the dial, the designers were very effective with their placement of the two subdials, leaving the hour numerals at the top and bottom positions intact to quickly establish the model as a member of the family. The Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph is, at the time of this writing, the only model in the range to be produced in pink gold in addition to stainless steel.

Lastly, at the top of the range, the Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph Worldtime serves as the ideal accessory for globetrotters and those whose professional or personal lives require time telling in multiple cities of the world. In order to implement this world time complication, the design of the dial flange has been changed once again to show the cities that represent the time zones around the globe. This is manipulated by an additional crown at the 10 o’clock position, and read against the 24-hour ring with daytime in white and night time in black. Given the amount of information that goes on the dial, the manufacture has decided to execute this titanium watch in a more generous 44 mm size.

Of course, the complications themselves are not a novelty in the strictest sense of the word. You can have an alarm watch from one brand or a world time watch from another, but they are not a Jaeger-LeCoultre and their aesthetics would have nothing to do with the Jaeger-LeCoultre Polaris. Apart from the emblematic dial design, we are talking about that crafty interplay between the brushed and polished surfaces, and the slim and plunging lugs, which make these timepieces incredibly wearable.

Jaeger-LeCoultre Polaris can be 50 years old or young. To prove that point of duality, the manufacture has released references with an ocean blue dial in addition to the standard black, with the exception of the Jaeger-LeCoultre Polaris Memovox (which is totally understandable) and the Jaeger-LeCoultre Polaris Date (which is more or less an anomaly, all things considered). A self-winding movement powers all Jaeger-LeCoultre Polaris models introduced so far. In their official press communication, the manufacture refers to these products as part of an initial release. Therefore, we can be sure that more great things will follow very soon.

By |2018-07-09T12:52:15+00:00July 9th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: