SHOOT FOR THE MOON

ทำความรู้จักกับมูนเฟส ฟังก์ชั่นที่สวยที่สุดและมีประโยชน์น้อยที่สุดในนาฬิกาจักรกล
WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่ถึง 10 ปีมานี้ ผู้ซื้อนาฬิกาจำนวนมากบอกว่าไม่สนใจนาฬิกามูนเฟส เพราะเป็นฟังก์ชั่นที่ไม่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่สถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนไปเป็นอย่างมากแล้ว นับวันมีแต่คนบอกว่าอยากจะได้นาฬิกามูนเฟสมากขึ้น แม้ว่าจะซื้อมาเพื่อดูสวยงามเฉยๆ ก็ตาม ด้วยเหตุนี้เอง แบรนด์ต่างๆ จึงเพิ่มจำนวนนาฬิกามูนเฟสทั้งของชายและหญิง จนมาถึงจุดที่ว่าคอลเลคชั่นของทุกคนน่าจะมีนาฬิกามูนเฟสไว้สักเรือนถ้าเป็นไปได้ เรียกว่ามีติดไว้ให้ครบๆ

There was a time, not longer than a decade ago, when many watch buyers dismissed the moon phase as a whimsical feature of no real world use. This situation has changed dramatically since, with more and more people embracing it, even if they do so for purely aesthetic reasons. Consequently, an increasing number of brands offer watches with this complication for men and ladies alike. And it came to the point where a collection should include a moon phase watch if possible, for the sake of rounding things off nicely.

————————————————–

MOON PHASE ESSENTIALS

ถ้าคุณต้องการเฉพาะมูนเฟสเพียงแค่อย่างเดียว ไม่ต้องการฟังก์ชั่นอื่นใดเลย ลองดู Cartier Drive de Cartier Moon Phases ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจาก SIHH ปีนี้ Drive de Cartier เป็นนาฬิกาแบบมีรูปทรงพิเศษที่ไม่กลม รุ่นใหม่ที่มีมูนเฟสนี้ก็มีทั้งตัวเรือนสเตนเลสสตีลและพิงค์โกลด์ให้เลือกในขนาด 40 x 41 มม. โดยจะมีมูนเฟสอยู่ที่ตำแหน่งหกนาฬิกา ทำให้นาฬิกาดูมีลูกเล่นมากขึ้นโดยไม่ถึงกับทำให้เสียสมมาตรอย่างในรุ่น Large Date, Retrograde Second Time Zone and Day/Night Indicator และไม่ได้ราคาแพงอย่างรุ่น Flying Tourbillon มูนเฟสของนาฬิการุ่นนี้จะเที่ยงตรงถึงระดับที่คลาดเคลื่อนเป็นเวลาหนึ่งวันในเวลา 125 ปี

Cartier Drive de Cartier Moon Phases

Rolex Cellini Moonphase เป็นดาวเด่นดวงหนึ่งของ Baselworld ปีนี้ ตัวเรือนเอเวอร์โรสโกลด์ขนาด 39 มม. บนหน้าปัดสีขาวแล็คเกอร์มีจุดสนใจคือจานเอนาเมลสีน้ำเงินซึ่งเป็นมูนเฟสที่มีลักษณะไม่ค่อยจะเหมือนใคร หากสัญลักษณ์อุกกาบาตอยู่ตรงกับเครื่องหมายสามเหลี่ยมข้างบนก็หมายความว่าดวงจันทร์เต็มดวง ในทางกลับกัน ถ้าวงแหวนสีเงินไปอยู่ตรงตำแหน่งนั้นแทนก็เท่ากับว่าเป็นคืนเดือนมืด ความเที่ยงตรงของมูนเฟสอยู่ในระดับ 122 ปีจึงจะคลาดเคลื่อนหนึ่งวัน เข็มสีน้ำเงินทรงยาวชี้ไปยังวันที่ซึ่งอยู่รอบนอก เพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้กับนาฬิกาเครื่องออโต้ที่สวมใส่ด้วยสายหนังสีโทแบคโค่นี้ได้เป็นอย่างดี

Rolex Cellini Moonphase

ใครชอบดีไซน์หน้าปัดแบบเยื้องศูนย์กลางก็ต้อง Jaquet Droz Grande Seconde Moon เลย เพราะหน้าปัดบางชั่วโมงและนาทีถูกดันไปไว้ด้านบน ทำให้เหลือพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อแสดงค่าวินาที วันที่และดวงจันทร์เป็นทองคำแท้ ในภาพนี้เป็นรุ่นเร้ดโกลด์หน้าปัดสีงาช้าง แต่ Jaquet Droz ก็ยังมีการผลิตนาฬิกาขนาด 43 มม. รุ่นนี้เป็นสเตนเลสสตีลคู่กับหน้าปัดสีเงินหรือหน้าปัดโอนิกซ์ด้วยอีก มูนเฟสเป็นแบบความเที่ยงตรงสูงเหมือนของ Rolex ซึ่งจะแสดงค่าถูกต้องต่อเนื่องได้นาน 122 ปี (และ 46 วันหากจะเอาตัวเลขโดยละเอียด) ก่อนที่จะต้องปรับตั้งหนึ่งครั้ง

Jaquet Droz Grande Seconde Moon

นาฬิกามูนเฟสบางรุ่นมอบอรรถประโยชน์มากยิ่งกว่านี้ เช่น Omega Speedmaster Moonphase ตัวเรือน 44.25 มม. ซึ่งทำงานด้วยเครื่องโครโนกราฟที่ใช้จับเวลาได้นาน 12 ชั่วโมงโดยมีวงและเข็มทดชั่วโมงและนาทีซ้อนอยู่ในวงเดียวกันที่ตำแหน่งสามนาฬิกา เครื่องนี้มีคุณสมบัติพิเศษตรงที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของสนามแม่เหล็กอีกด้วย ส่วนดวงจันทร์สีขาวดำนั้นออกแบบมาให้ดูสมจริงเหมือนภาพถ่าย จะต่างก็เพียงที่มีการฝากรอยเท้าของนีล อาร์มสตรองไว้แบบขำๆ เป็นลูกเล่น ชุดเกียร์เทรนของนาฬิการุ่นนี้ทำให้กลไกมูนเฟสแสดงค่าได้เที่ยงตรงนาน 10 ปีซึ่งก็ถือว่าตรงได้นานกว่านาฬิกามูนเฟสทั่วไปเกือบสี่เท่าแล้ว

Omega Speedmaster Moonphase

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Moon เป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องคิดมากเลยหากคุณต้องการนาฬิกาที่บอกเวลาได้สองประเทศอยู่แล้ว หรืออยากได้นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยม Reverso รุ่นนี้มีหน้าปัดสองหน้าทางด้านหน้าและหลัง เฉพาะด้าหน้าที่เป็นสีเงินลายเกรนเท่านั้นที่มีมูนเฟสและล้อมรอบด้วยวงวันที่ ที่เห็นกลมๆ ตรงตำแหน่งเดียวกันทางด้านหลังนั้นเป็นเครื่องหมายบอกกลางวัน/กลางคืนซึ่งผูกไว้กับเข็มชั่วโมงของหน้าปัดหลังที่เป็นสีน้ำเงิน นาฬิกา Reverso Tribute Moon ผลิตเป็นตัวเรือนสเตนเลสสตีลเท่านั้น ขนาดกำลังใส่สะดวก 49.4 x 29.9 มม.

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Moon

หากจะไม่กล่าวถึงนาฬิกามูนเฟสที่มีเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ด้วยก็คงจะไม่ครบถ้วน เราขอเลือกเป็น Chopard L.U.C Lunar One ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็น L.U.C ได้เป็นอย่างดี นาฬิกาเครื่องไมโครโรเตอร์ขนาดตัวเรือน 43 มม. รุ่นนี้เปิดตัวมานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 แต่ในปีนี้มีการออกโฉมใหม่เป็นแพลทตินัม จำกัดจำนวนการผลิต 100 เรือน หน้าปัดสีน้ำเงินมีลวดลายซันเรย์แผ่ออกจากบริเวณหน้าหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ มูนเฟสออกแบบพิเศษให้ปรากฏลอดผ่านช่องเปิดบนแผ่นจานท้องฟ้ายามค่ำคืนและโคจรรอบจุดศูนย์กลางไปเรื่อยๆ ด้วย ระดับความเที่ยงตรงอยู่ที่ 122 ปี

Chopard L.U.C Lunar One

If you only want the moon phase and nothing else, check out Cartier Drive de Cartier Moon Phases – one of the watches introduced by the maison at SIHH this year. Presented as a shaped and elegant watch for men in stainless steel or pink gold, Drive de Cartier encompasses the addition of the moon phase indicator above the six o’clock position, bringing the sophistication level of the timepiece up two notches without disrupting the dial symmetry as the Large Date, Retrograde Second Time Zone and Day/Night Indicator model or costing a fortune like the Flying Tourbillon model. The moon phase deviation on this 40 x 41 mm watch is one day in 125 years.

Rolex Cellini Moonphase represents a much talked about star at (and immediately after) Baselworld 2017. Offered in a 39 mm Everose gold case, the main attraction on its white lacquer dial is the blue enamelled disc for a rather unusual moon phase display. The meteorite applique meets with the triangular marker at the top during the full moon. Conversely, the presence of the silver ring indicates the new moon. It takes 122 years until the accumulation of a one-day deviation. A long, blue hand points to the date on the peripheral, adding to the practicality of this self-winding watch on a tobacco leather strap.

For those in favour of an off-centred design, it will be hard to beat the Jaquet Droz Grande Seconde Moon. The hour and the minute hands are pushed up, making space for a large display of the second, the date, and of course, the moon in solid gold. In addition to this red gold version with the ivory dial, the watch is produced in stainless steel with either silver or onyx dials. Similar to the Rolex and other astronomical moon phases, the lunar indication on this 43 mm watch is accurate to 122 years (and 46 days, to quote the exact specifications).

Some moon phase watches deliver even more – and the Omega Speedmaster Moonphase comes quickly to mind. Thanks to the use of an antimagnetic chronograph movement as its base, this 44.25 mm watch affords the possibility of timing an event lasting up to 12 hours with the combined hour and minute totalisers at three o’clock. Meanwhile, the black and white moon on the starry background is rendered in a photo-realistic fashion, save for the exaggerated footprint of Neil Armstrong. The gear train of this moon phase is developed to be accurate to only 10 years, but that is already almost four times more accurate than regular moon phase watches.

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Moon reflects an easy choice if you are in the market for a watch that indicates time in two zones, or on a rectangular display. Like a few other Reverso watches, this one features one dial on each side of the case. Only the front, silver-grained dial includes the moon phase window in the embrace of a date ring. The corresponding location on the rear dial houses a graphical day/night indicator, linked to the independent hour hand on a dark blue canvas. The Reverso Tribute Moon, produced exclusively in stainless steel, measures a wearable 49.4 x 29.9 mm.

Lastly, it is impossible to finish this section without highlighting a moon phase watch with a perpetual calendar. The perfect candidate seems to be Chopard L.U.C Lunar One: an exemplary example of what L.U.C is all about. Although first unveiled in 2005, the 43 mm self-winding, micro rotor model is refreshed this year with a 100-piece limited edition in platinum. The galvanic blue dial with a sunray pattern, emanating from just above the big date windows, comprises the most distinctive feature for the edition. Its moon indication, peering through a circular opening on the night sky disc, is designed to be orbital and accurate to 122 years.

————————————————–

EXTRA MILE

นาฬิกามูนเฟสบางรุ่นขอไปไกลกว่านั้น ไม่ว่าจะในเชิงวิศวกรรมหรือศิลปกรรมหรือทั้งสองอย่างประกอบกัน อย่างเช่น Andreas Strehler Lune Exacte นาฬิกาไขลานตัวเรือนเร้ดโกลด์หรือแพลทตินัมซึ่งนอกจากจะแสดงค่ามูนเฟสด้วยสัญลักษณ์ดวงจันทร์เหมือนนาฬิกาอื่นๆ แล้วยังมีสเกลเวอร์เนียร์ทรงกลมที่ตำแหน่งหกนาฬิกาเพื่อการอ่านค่าอายุของดวงจันทร์อย่างละเอียดว่ากี่วันและกี่ชั่วโมงแล้ว ความเที่ยงตรงของมูนเฟสทำลายทุกสถิติเพราะว่าเคลมไว้ที่สองล้านปี

Andreas Strehler Lune Exacte

De Bethune DB25L Milky Way ก็เก๋แต่ฉีกออกไปอีกแนว บนหน้าปัดไทเทเนียมทำสีน้ำเงินมีการใช้เลเซอร์ยิงเป็นลายทางช้างเผือก ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกามีมูนเฟสแบบสามมิติซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ De Bethune ลูกดวงจันทร์นี้ครึ่งหนึ่งเป็นบลูด์สตีลและอีกครั้งหนึ่งเป็นแพลทตินัม การทำงานเที่ยงตรงยาวนานถึง 122 ปี นาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิกาไขลานกำลังลานสำรองหกวัน ประดับเพชรทรงบาแก็ตคัทจำนวน66 เม็ดบนแถบด้านข้างตัวเรือนแพลทตินัมขนาด 44.6 มม.

De Bethune DB25L Milky Way

หากคุณชอบศิลปะ เรามีนาฬิกามูนเฟสจะให้ดูอีกสองรุ่น รุ่นแรกคือ Glashütte Original Senator Moon Phase Skeletonized Edition ที่มีเครื่องแบบสเกเลตั้นอยู่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 42 มม. แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะดูเวลาไม่ชัดเจนเพราะว่าเข็มเป็นแบบบลูด์สตีลจึงมีสีตัดกันกับพื้นหลังอย่างชัดเจน แล้วยังมีขอบหน้าปัดที่มีหลักชั่วโมงและแถบนาทีอยู่ครบตรงรอบนอก กำลังลานสำรองออกจะสั้นไปสักนิดเพียง 40 ชั่วโมง แต่เวลาซื้อนาฬิกาสไตล์นี้ก็ไม่ได้ซื้อเพราะเรื่องกำลังลานสำรองอยู่แล้ว ความน่าหลงใหลอยู่ในงานผลิตแบบช่างเยอรมันและมูนเฟสที่อยู่ระหว่างตำแหน่ง 10 และ 11 นาฬิกา

Glashütte Original Senator Moon Phase Skeletonized Edition

ใครที่ชอบอะไรล้ำๆ (และดูร่วมสมัยกว่าตัวเลือกอื่นๆ ที่เสนอมา) ลองดู Sarpaneva ผลงานจากช่างนาฬิกาชาวฟินแลนด์ที่มีทักษะเด่นดังทั้งในด้านเทคนิคและการออกแบบ หลายคนรู้จักเขาเพราะว่าเขาชอบทำมูนเฟสเป็นรูปใบหน้าตนเอง เช่นเดียวกันกับในรุ่น Sarpaneva Korona K3 Northern Stars Guilloche ใหม่นี้ซึ่งใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. หน้าปัดสีเขียวที่เป็นแบบแกะกิโยเช่นั้นเป็นฝีมือของ Comblemine Cadrans ซึ่งเป็นเวิร์คช็อปของคาริ วูทิไลเนน เครื่องนาฬิกาภายในเป็นเครื่องออโต้ Soprod A10 ที่นำมาปรับแต่งใหม่ สามารถตั้งค่ามูนเฟสผ่านเม็ดมะยมได้ สวมใส่ด้วยสายหนังสีน้ำตาลอ่อน

Sarpaneva Korona K3 Northern Stars Guilloche

Some moon phase watches go the extra mile, either in terms of engineering, arts or a little bit of both. Take the Andreas Strehler Lune Exacte as an example. This watch pays special attention to how the moon phase is read off a watch dial. In addition to a regular depiction of the moon, Andreas Strehler presents a circular moon vernier scale at the six o’clock position for a most precise reading of the moon age in days and hours. Available in either red gold or platinum, the hand-winding Lune Exacte maintains an unbeatable moon phase precision of two million years.

De Bethune DB25L Milky Way takes on a totally different approach. Apart from the micro laser gilded Milky Way across the blued titanium dial, the six-day, hand-winding watch is quite sparse. Its main attraction includes a three-dimensional moon phase – a De Bethune’s signature feature – below the 12 o’clock position. The sphere, half of which is blued steel while the other half is platinum, offers good precision – the DB25L Milky Way has an astronomical moon that will be accurate to 122 years. Sixty-six baguette-cut diamonds line the caseband of this 44.6 mm platinum watch.

If art moves you, we have two more timepieces to showcase. The Glashütte Original Senator Moon Phase Skeletonized Edition in 42 mm white gold makes a striking impression with its skeletonised movement. Legibility is thankfully preserved with the use of blued hands for contrast, and an open dial where the flange is retained, complete with hour markers and minute track. Power reserve is on the rather short side at 40 hours, but a long running time is not the reason you buy such a timepiece. The appeal lies in the German craftsmanship, and of course, that moon phase between 10 and 11 o’clock.

For unrestrained (and more contemporary) execution, peruse the offerings from Sarpaneva, a Finnish watchmaker with strong technical and design skills. He is also well known for stylising the moon after his own face. That is true for this new version of Sarpaneva Korona K3 Northern Stars Guilloche in 42 mm stainless steel with a green guilloché dial crafted by Comblemine Cadrans – a specialised workshop owned by Kari Voutilainen. The movement is a modified, self-winding Soprod A10 with the setting of the moon phase through the crown. A light brown leather strap completes this rather unusual and playful setup.

————————————————–

FEMININE ELEGANCE

โลกของนาฬิกาไม่ได้สงวนไว้สำหรับผู้ชายเพียงเท่านั้น ยิ่งทุกวันนี้ลูกค้าผู้หญิงยิ่งถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่พอสมควรในตลาด หากสุภาพสตรีท่านใดอยากซื้อนาฬิกาที่มีคอมพลิเคชั่นแล้วต้องไปซื้อนาฬิกาผู้ชายมาใส่ก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะผู้หญิงสมควรจะมีนาฬิกาที่เหมาะกับทั้งขนาดข้อมือและความหวานของตนเอง เรามาเริ่มกันที่ Blancpain Villeret Date Moon Phases นาฬิกามูนเฟสที่มีหน้าตาแบบมาตรฐานของวงการ ขนาดตัวเรือนสเตนเลสสตีลเล็กๆ เพียง 29.20 มม. และมาพร้อมกับสายหนังห้าเส้นห้าสีให้เลือกเปลี่ยนได้ตามแต่ละโอกาสและอารมณ์

Blancpain Villeret Date Moon Phases

ถ้ามาทาง A. Lange & Söhne Little Lange 1 Moon Phase จะเป็นขาวล้วนทั้งหน้าปัดและสาย สีและความสดใสจะมาจากตัวเรือนขนาด 36 มม. เข็มและหลักชั่วโมงที่เป็นพิงค์โกลด์ ชื่อรุ่น Little Lange 1 อาจฟังดูเหมือนมีอะไรน้อยกว่าขนาดปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีอะไรด้อยลงเลย เครื่องไขลานที่ใช้ในนาฬิการุ่นนี้ได้รับการขัดแต่งในระดับสูงสุดอย่างที่เราสามารถคาดหวังได้จาก A. Lange & Söhne และมูนเฟสเป็นแบบที่เที่ยงตรงยาวนานถึง 122.6 ปี

A. Lange & Söhne Little Lange 1 Moon Phase

หากคุณอยากได้เพชร เรือนใดเรือนหนึ่งในสามเรือนสุดท้ายนี้จะเข้าทางคุณแน่ๆ รุ่นแรกคือ Vacheron Constantin Traditionnelle Moon Phase and Power Reserve ตัวเรือนไวท์โกลด์หรือพิงค์โกลด์ขนาด 36 มม. หน้าปัดเปลือกหอยมุกดูอ่อนหวาน เครื่องนาฬิกาเป็นแบบไขลาน มีมูนเฟสที่ตำแหน่งเก้านาฬิกาซึ่งจะทำงานเที่ยงตรงถึงระดับที่ผิดเพี้ยนเพียงหนึ่งวันในช่วงเวลา 122 ปี บนขอบตัวเรือนและขาตัวเรือนมีเพชรทรงราวด์คัทจำนวน 80 เม็ดและแถมอีกเม็ดหนึ่งบนเม็ดมะยมเพื่อความชัวร์ ภาพลักษณ์โดยรวมดูคลาสสิก มีระดับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีลูกเล่นที่ดูร่วมสมัยด้วยเช่นกัน

Vacheron Constantin Traditionnelle Moon Phase and Power Reserve

ทางด้าน Bulgari Lucea ก็ดูดีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแบบเกลี้ยงๆ หรือแบบมีคอมพลิเคชั่นอย่างเช่นตูร์บิยองหรือมูนเฟส ถ้ามีมูนเฟสจะเรียกชื่อรุ่นว่า Bulgari Lucea Moon Phases เป็นนาฬิกาขนาด 36 มม. ทำงานด้วยเครื่องออโต้ที่ขับเคลื่อนจากมูนเฟสขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้หน้าต่างบริเวณด้านบนของหน้าปัดเปลือกหอยมุก ประดับเพชรตามตำแหน่งหลักชั่วโมง หากเป็นรุ่นโรสโกลด์หรือไวท์โกลด์จะมีเพชรบนขอบตัวเรือนและขาตัวเรือนด้วย แต่ถ้าเป็นรุ่นสเตนเลสสตีลจะตกแต่งภายนอกด้วยโรสโกลด์แทนเพชร

Bulgari Lucea Moon Phases

สุดท้าย ถ้าต้องการเพชรและเพชรและเพชร ขอนำเสนอ Piaget Limelight Stella ตัวเรือนไวท์โกลด์ที่จัดเต็มให้ในแบบไม่เกรงใจ เฉพาะบนตัวเรือน เม็ดมะยมและหน้าปัดนับเพชรทรงบาแก็ตคัทได้ 89 เม็ดและเพชรทรงบริลเลียนท์คัท 264 เม็ด จากนั้นบนสายยังมีเพชรทรงบาแก็ตคัทอีก 224 เม็ด รวมน้ำหนักทั้งหมด 42.15 กะรัต เครื่องออโต้ที่ใช้ในนาฬิการุ่นนี้พัฒนาขึ้นโดยเวิร์คช็อปของ Piaget ที่ลาโค๊ตโอฟีส์และเจนีวา จานมูนเฟสเป็นแบบ 135 ซี่ทำให้เที่ยงตรงยาวนานถึง 122 ปี

Piaget Limelight Stella

ดังที่กล่าวไปแล้วตอนเริ่มบทความว่ามูนเฟสอาจจะไม่ได้เป็นคอมพลิเคชั่นที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังเป็นคอมพลิเคชั่นที่น่าชมและน่ามีไว้ในครอบครองอยู่ดี นาฬิกามูนเฟสมีหลายดีไซน์ หลายขนาดและหลายราคา เริ่มมองเริ่มเลือกสักเรือนในเวลานี้ก็ยังไม่สาย เพราะจันทร์บนฟ้านั้นเราไม่อาจคว้ามาได้ ไม่เหมือนจันทร์ในร้านนาฬิกาที่กลับบ้านกับเราได้ทุกเมื่อ

The watch world is never exclusive to gentlemen, especially not in the present day. We live during a time when the female clientele forms a sizable part of the watch buying community. It is certainly not proper for ladies to depend on men’s watches for the complications. After all, ladies deserve to have watches that suit them in terms of not only size but also grace. The Blancpain Villeret Date Moon Phases marks a quintessential specimen in this regard. Quite dainty at the diameter of only 29.20 mm, this stainless steel watch is delivered with five leather straps in different colours to match various occasions.

Choosing instead to be all white for the strap and the dial, the A. Lange & Söhne Little Lange 1 Moon Phase hand-winding watch retains vibrancy with the use of pink gold for its 36 mm case, the hands and the markers. The Little Lange 1 Moon Phase may carry a name that sounds small, but that is not to say that its engineering is inferior in any way. The movement is exquisitely finished, as would be expected of A. Lange & Söhne, and the moon phase indication keeps accurate to 122.6 years.

If diamonds are required, one of these last three watches will do the job just fine. The Vacheron Constantin Traditionnelle Moon Phase and Power Reserve, in 36 mm white gold or pink gold, exudes delightful sweetness with the use of a mother-of-pearl dial. Its hand-winding movement ensures accuracy of the moon phase at nine o’clock for 122 years. Eighty round-cut diamonds adorn the bezel and the lugs, while one more on the crown is provided for good measure. The overall appearance radiates classicism and sophistication but not without distinctive flair and contemporary freshness.

The Lucea collection of Bulgari looks good with and without complications such as the tourbillon and the moon phase. The latter is simply referred to as Bulgari Lucea Moon Phases. This 36 mm self-winding watch invariably proffers a large moon phase window that consumes the upper half of the mother-of-pearl dial, save for where the diamond markers are located. While the rose gold and the white gold versions sport diamonds on the bezel and the lugs, the stainless steel model features a touch of rose gold instead of diamonds.

For the full-blown diamond effect, the Piaget Limelight Stella does not fail to inspire awe. This exceptional creation in white gold is loaded with diamonds: 89 baguette-cut and 264 brilliant-cut diamonds on the case, crown and dial, plus 224 baguette-cut diamonds on the bracelet. That is 42.15 carats altogether. A self-winding movement at the heart of this timepiece has been developed and created by the two Piaget workshops in La Côte-aux-Fées and Geneva. The 135-tooth moon phase wheel guarantees accuracy to the point where the watch will require an adjustment of only one day in 122 years.

As mentioned at the beginning of this article, the moon phase may not be a useful complication in everyday life, but it is still a charming one to have. Moon phase watches come in all shapes, sizes and prices. It is not too late to start looking for one that suits you, and perhaps you too can enjoy owning a slice of the heavens.

 

By |2017-10-02T09:49:29+00:00October 2nd, 2017|Insights|0 Comments

About the Author: