PAVING THE FUTURE

Longines Future Tennis Aces 2018 และนาฬิการุ่นพิเศษเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กและเยาวชน
TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA

และแล้ว French Open หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Roland Garros ก็จบลงอย่างสวยงามเมื่อคืนนี้โดยมีราฟาเอล นาดาลจากสเปนและซิโมน่า ฮาเลปจากโรเมเนียคว้าแชมป์ชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยวตามลำดับ WOW Thailand ได้ไปดูแมทช์หนึ่งระหว่างราฟาเอล นาดาลและริชาร์ด กาสเกท์ด้วย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่เราไปปารีส เพราะที่จริงแล้วเราได้รับเชิญให้ไปดูนักเทนนิสรุ่นเยาว์ที่ได้รับโอกาสพิเศษด้วยความตั้งใจดีจาก Longines มากกว่า

ด้วยความที่ Longines เป็นพาร์ทเนอร์และผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนท์นี้มานานแล้วจึงก่อตั้งโครงการที่มีชื่อเรียกว่า Longines Future Tennis Aces ขึ้นในปี ค.ศ. 2010 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเทนนิสรุ่นเล็กวัยไม่เกิน 13 ปีได้มีประสบการณ์ในการแข่งขันกับตัวแทนจากชาติอื่นๆ ที่ปารีสช่วงเวลาเดียวกันกับ Roland Garros นี้เอง ที่ผ่านมา LFTA จัดการแข่งขันระหว่างเด็กชายปีหนึ่งและเด็กหญิงปีหนึ่งสลับกันไป แต่ในปี ค.ศ. 2018 นี้ทางผู้จัดขอเต็มที่ด้วยการจัดทัวร์นาเมนท์ของทั้งชายและหญิงพร้อมกันไปเลย รวมจำนวนผู้เข้าแข่งขัน 40 คนจาก 20 ประเทศซึ่งรวมถึงน้องน๊อต ศุภวัฒน์ แซ่อุ้ย และน้องหมิว สลักทิพย์ อุ่นเมืองของไทยเราด้วย

[ นาย ณภัทร เสียงสมบุญไปเซอร์ไพรส์ให้กำลังใจน้องน๊อต ศุภวัฒน์ แซ่อุ้ย ]

เมื่อมีเด็กจำนวนมากถึงเพียงนี้จึงต้องแบ่งการแข่งขันเป็นสามสนามด้วยกัน โดยเด็กชายใช้สนาม Tennis Club de la Châtaigneraie นอกเมืองปารีสเป็นที่ฝึกซ้อมและเป็นสนามแข่งในรอบแรกแบบแบ่งสายแล้วพบกันหมด ในขณะที่เด็กหญิงไปใช้สนาม Forest Hill Country Club ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนักเช่นกัน ผลการแข่งขันวันแรกของไทยดูดีทีเดียวเมื่อทั้งน้องน๊อตและน้องหมิวชนะรวดแล้วเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลแบบสบายๆ โดยมีเพียงประเทศไทย สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเท่านั้นที่เด็กชายและเด็กหญิงผ่านเข้ารอบทั้งคู่

[ น้องหมิว สลักทิพย์ อุ่นเมืองขณะแข่งกับไต้หวัน ]

วันถัดมาเด็กผู้ชายยังคงตีรอบควอเตอร์ไฟนอลอยู่ที่สนามเดิม แต่เด็กผู้หญิงย้ายมาตีที่สนามชั่วคราวที่ฐานหอไอเฟลแล้ว ถือเป็นบรรยากาศที่พิเศษสำหรับทั้งนักกีฬาและผู้ชมจริงๆ ใครที่บังเอิญไปเที่ยวหอไอเฟลในวันนั้นก็สามารถขึ้นอัฒจันทร์ไปนั่งดูและเชียร์ได้เลยด้วยในขณะที่น้องๆ วาดลีลาบนคอร์ทดินกันแบบเต็มที่ไม่แพ้ผู้ใหญ่ โดยมีเงาจากโครงเหล็กอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวหอไอเฟลพาดผ่านบนคอร์ทเป็นระยะ แล้วในช่วงบ่ายเด็กผู้ชายที่เข้ารอบเซมิไฟนอลก็ย้ายมาตีที่สนามที่ฐานหอไอเฟลนี้ด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่น้องหมิวพ่ายต่อเคลอร์วี งูนูจากสหรัฐอเมริกาและน้องน๊อตก็แพ้รูดี ควอนจากสหรัฐอเมริกาเช่นกันจึงได้เพียงนั่งดูเพื่อนๆ ที่เหลือตีต่อไป แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเชื่อว่าอนาคตในเกมกีฬาของทั้งสองยังมีอีกยาวไกลแน่ๆ เพราะอายุเพิ่งจะเท่านี้กัน

[ การแข่งขันรอบไฟนอลช่วงเช้าของวันสุดท้ายที่หอไอเฟล ]

ในที่สุดเราก็ได้แชมป์ของรายการ Longines Future Tennis Aces 2018 นั่นก็คือวิคตอเรีย ฮิเมเนซจากสเปนและคิลเลียน เฟลด์บาวช์จากสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากถ้วยรางวัลที่คู่ควรแล้ว น้องๆ ผู้ชนะทั้งสองยังมีโอกาสได้ตีในแมทช์โชว์คู่กับอังเดร อากัสซีและสเตฟานี กราฟ ก่อนที่วิคตอเรียและคิลเลียนจะสลับมาจับคู่กันเองเพื่อตีกับคู่สามีภรรยาอดีตมือวางอันดับหนึ่งของโลกบ้าง

แต่ทำไมต้องมีอังเดร อากัสซีและสเตฟานี กราฟ นั่นก็เป็นประเด็นที่จะต้องขยายความกันต่อไปในบทความนี้ เรื่องของเรื่องก็คือว่าทั้งสองเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Longines มานานถึง 10 ปีแล้วและ Longines ก็ให้การสนับสนุนมูลนิธิที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อเด็กและเยาวชนของทั้งสองเรื่อยมา ของอากัสซีมี Andre Agassi Foundation for Education ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1994 เพื่อหาทางปรับปรุงระบบการศึกษาภาครัฐในสหรัฐอเมริกา ทางฝั่งกราฟก็มี Children for Tomorrow ซึ่งถือกำเนิดขึ้นที่เยอรมนีเพียงสี่ปีให้หลังเพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ผู้ลี้ภัยที่เป็นเด็กและเพื่อให้เงินทุนสนับสนุนแก่โปรเจคต่างๆ ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามหรือความขัดแย้ง

[ งานกาล่าดินเนอร์เพื่อการกุศลที่ Longines จัดในสวนสวยของพิพิธภัณฑ์โรแดง ]

ดังนั้นในค่ำคืนของวันแข่งขันวันสุดท้าย Longines จึงจัดงานกาล่าดินเนอร์ขึ้นในสวนสวยของพิพิธภัณฑ์โรแดงเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของความสัมพันธ์กับอากัสซีและกราฟ และเพื่อเปิดตัวนาฬิการุ่นสำคัญที่จะใช้หารายได้มาสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิของนักเทนนิสทั้งสองคนนี้ นาฬิกาสเตนเลสสตีลรุ่นนี้เป็นแพ็คคู่สองเรือนในชื่อ Longines Conquest V.H.P. Stefanie Graf & Andre Agassi Foundations ผลิตทั้งหมดเป็นจำนวน 10 ชุด ในแต่ละชุดจะมีนาฬิกาขนาด 43 มม. หน้าปัดดำสำหรับผู้ชายหนึ่งเรือน และนาฬิกาขนาด 41 มม. หน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาว ขอบตัวเรือนประดับเพชร 70 เม็ดสำหรับผู้หญิง ทั้งสองรุ่นทำงานด้วยเครื่องควอตซ์รหัส L288.2 แบบความเที่ยงตรงสูงอย่างที่ Longines เรียกว่า V.H.P. หรือ Very High Precision ซึ่งจะคลาดเคลื่อนไม่เกิน +/- 5 วินาทีต่อปี ด้วยคุณสมบัติมากมายทั้งการกันน้ำถึงระดับ 50 เมตร ระบบรีเซ็ทเข็มอัตโนมัติหลังจากที่นาฬิกาได้รับการกระทบกระเทือนหรือสัมผัสกับอิทธิพลของสนามแม่เหล็ก อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นและระบบปฏิทินแบบเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ ทำให้นาฬิการุ่นนี้พร้อมสำหรับทั้งวันที่คุณต้องการหวดวอลเลย์แรงๆ หน้าเน็ทและวันที่ไม่จับแร็คเก็ทด้วยเหมือนกัน

[ Longines Conquest V.H.P. Stefanie Graf & Andre Agassi Foundations ]

สารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่าสีส้มที่ใช้บนเข็มบอกเวลาและหลักชั่วโมงตลอดจนขอบส้มบนสายยางสีดำนั้นสื่อถึงสีของดินในคอร์ทของ Roland Garros และกล่องของนาฬิการุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบเป็นพิเศษให้ด้านในเป็นสีส้มพร้อมเส้นขาวที่ตีเป็นกรอบเหมือนกับรูปทรงของคอร์ทดินจริงๆ อีกต่างหาก

Longines เป็นผู้ซื้อนาฬิกา Longines Conquest V.H.P. Stefanie Graf & Andre Agassi Foundations ชุดแรกขึ้นเองด้วยเงินสมทบทุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะนำนาฬิกาหมายเลข 1/10 คู่นี้ไปจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่เมืองแซงทิมิเยร์ หากคุณสนใจจะเป็นเจ้าของหนึ่งในเก้าชุดที่เหลือให้ไปที่ http://www.longines.com/auction แล้วลงทะเบียนเพื่อแจ้งราคาประมูลที่คุณพร้อมสู้ก่อนหมดเขตในวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้เวลา 18.00 น. (ตามเวลาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือช้ากว่าไทยห้าชั่วโมง) ผู้ชนะการประมูลจะได้บินไปรับนาฬิกาจากอากัสซีและกราฟด้วยตนเองที่มูลนิธิของทั้งสองคนที่ลาสเวกัสและแฮมเบิร์ก ทั้งหมดนี้ทำให้ได้เห็นแล้วว่า Longines มีความตั้งใจดีทั้งในและนอกคอร์ทอย่างต่อเนื่องในระดับที่แบรนด์นาฬิกาแบรนด์หนึ่งพอจะทำได้เพื่อสังคม

————————————————–

And so the French Open or Roland Garros ended graciously yesterday with Rafael Nadal from Spain and Simona Halep from Romania winning the men’s singles and women’s singles, respectively. While WOW Thailand caught a game between Rafael Nadal and Richard Gasquet, that was not the main reason we visited Paris. We were there to see future professionals in the making with the help of Longines.

As the long-time official partner and timekeeper of the tournament, the Swiss watchmaker used the opportunity to create a program called Longines Future Tennis Aces (LFTA) in 2010, giving young players aged 13 and below a chance to participate in an international competition that takes place in Paris during the course of Roland Garros. LFTA has been for boys and girls in alternate years. However, for the 2018 edition, the organiser decided to make it big by hosting both genders at the same time. A total of 40 contestants from 20 countries participated, including Suphawat Sae-Oui and Salakthip Ounmuang from Thailand.

Three sites accommodated LFTA 2018. For the training and the round robin match days, the boys were at the Tennis Club de la Châtaigneraie, just outside of Paris. The Forest Hill Country Club, also a short drive from the city, was used for the girls’ venue. Initial results were encouraging for Thailand. Both Suphawat and Salakthip made it through to the quarterfinals with straight wins, making Thailand one of four countries, together with Switzerland, the United States of America and Japan, to have both a boy and girl player advance to that round.

While the boys had their quarterfinals at the same venue, the girls moved the following day to a temporary venue constructed right at the base of the Eiffel Tower! Visitors to this tourist attraction were encouraged to take a seat on the stand as the contestants gave their best on the clay court, sometimes in the long shadow cast by the latticework of the iconic structure. The boys, after completing their quarterfinals, moved over to the Eiffel Tower for the semifinals, same as the girls. Unfortunately for Thailand, Salakthip was defeated by Clervie Ngounoue and Suphawat lost to Rudy Quan, also of the USA, so both sat out of the semifinals. But surely, more success awaits them in their future tennis careers.

Longines Future Tennis Aces 2018 was won by Victoria Jiménez of Spain and Kilian Feldbausch of Switzerland. In addition to the trophies they deserved, the young champions had a chance to play an exhibition double match, first with and then against none other than Andre Agassi and Stefanie (better known as Steffi) Graf – the committed ambassadors of Longines. This leads us to the next part of the article.

A charity gala dinner was held by Longines on the same day in the beautiful garden of Musée Rodin. It marked the 10th anniversary of the partnership between the firm and the two former number one players of the world. The married couple lead their respective charitable organisations. The Andre Agassi Foundation for Education, established in 1994, focuses on the improvement of the public sector education system in the United States. Graf’s Children for Tomorrow started four years later. Based in Germany, the foundation offers medical assistance to refugee children and finances projects in countries affected by war or conflict.

Longines is once again contributing to these commendable causes. On this occasion, the Longines Conquest V.H.P. Stefanie Graf & Andre Agassi Foundations watches were introduced. There are two stainless steel timepieces in each of the 10 sets: one 43 mm with a black dial for men and one 41 mm with a white mother-of-pearl dial and 70 diamonds on the bezel for ladies. Both watches are powered by the Longines L288.2 “Very High Precision” quartz movement, precise to the level of +/- 5 seconds per year. With 50-metre water resistance, automatic hand reset after exposure to the impact of a magnetic influence, extended battery life and a perpetual calendar, these watches are as ready for some hard volleys as they are for a day off the court.

The use of orange SuperLuminova on the hands and hour markers, as well as the orange accent on the black rubber strap, subtly references the clay courts of Roland Garros. Elsewhere in the package, the interior of the special box these pair of watches come in are fashioned in orange, complete with white tennis court lines.

The first set of Longines Conquest V.H.P. Stefanie Graf & Andre Agassi Foundations watches was pre-emptively acquired by the company itself at the contribution amount of USD100,000. This set, numbered 1/10, will be put on display at the brand’s private museum at their headquarters in Saint-Imier. If you are interested in being an owner of the remaining nine sets, go to http://www.longines.com/auction and place your bid. The auction ends on Monday, 2 July 2018, at 18:00 (Swiss time, UTC+2). The winners will be presented with the watches by their namesakes during a visit to their foundations in Las Vegas or Hamburg. Once again, Longines is paving the future on the courts … and off of them.

By |2018-06-11T18:25:37+00:00June 11th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: