INTRODUCING BAUME

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Richemont Group เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่เพื่อเจาะตลาดแฟชั่นโดยเฉพาะ
TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA

เซอร์ไพรส์กันไปตามๆ กันเมื่อเมื่อจู่ๆ Richemont Group ก็ประกาศเปิดตัวแบรนด์นาฬิการาคาย่อมเยาเพื่อเจาะตลาดแฟชั่นโดยเฉพาะ แยกออกมาเป็นบริษัทลูกของแบรนด์ Baume & Mercier เดิมโดยใช้ชื่อเพียงสั้นๆ ว่า Baume

ในความเป็นจริงแล้วนาฬิกา Baume ไม่ได้มีอะไรเหมือนหรือเกี่ยวข้องกับนาฬิกา Baume & Mercier เลย ช่วงเริ่มแรกนี้มีนาฬิการุ่น Custom Timepiece 41 mm และ Custom Timepiece 35 mm ทั้งแบบที่มีและไม่มีคอมพลิเคชั่น เหตุที่ใช้ชื่อรุ่น Custom ก็เพราะว่าผู้ซื้อสามารถเปิดเข้าไปในเว็บของแบรนด์เพื่อเลือกรุ่นและฟังก์ชั่นที่ต้องการก่อน แล้วเลือกสีหน้าปัด เข็มและตัวเรือน แล้วจึงเลือกสายนาฬิกาที่ผลิตจากวัสดุที่ช่วยประหยัดทรัพยากรทางธรรมชาติและไม่ได้เป็นหนังสัตว์ เช่น ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย ผ้าอัลคานทาร่าและไม้คอร์ค สุดท้ายก็เลือกพิมพ์ข้อความที่จะแกะสลักบนฝาหลังได้เลยหากต้องการ นาฬิกาในไลน์นี้ทำงานด้วยเครื่องควอตซ์ของ Miyota หรือ Ronda ราคาเริ่มต้นที่ 560 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น รวมค่าจัดส่งทั่วโลกแล้ว ถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเปรียบเทียบกับราคานาฬิกาทั่วไปในสมัยนี้

สำหรับรุ่นที่เป็นเครื่องจักรกลนั้นมีเพียงรุ่นเดียว คือ Iconic 41 mm Automatic สวมใส่ด้วยสายพีอีทีที่รีไซเคิลมา ราคาอยู่ที่ 1,020 ดอลลาร์สหรัฐ บนหน้าปัดมีการเจาะช่องเพื่อโชว์บางส่วนของเครื่อง Miyota 82D7 ที่เป็นหัวใจการทำงานของนาฬิการุ่นนี้

ขณะนี้นาฬิกา Baume มีฐานการผลิตอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ แนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตจะมีการผลิตสินค้าที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นอย่างแน่นอน และจะมีการร่วมมือกับบุคคลที่สามเพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาด้วย Baume สื่อสารว่าความยั่งยืน การลดขยะและความรับผิดชอบต่อสังคมว่าเป็นเรื่องสำคัญซึ่งก็น่าจะตรงใจกลุ่มผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับประเด็นที่วงการนาฬิกาใช้โฆษณาชูอยู่แต่เดิม เช่น งานขัดแต่งชิ้นส่วนเครื่องนาฬิกาอันเลอเลิศหรือการเก็บรักษานาฬิกาเป็นสมบัติไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน ทั้งนี้ Baume ประกาศด้วยว่าจะแบ่งรายได้ 2% จากราคาขายไปช่วยสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ตามที่จะได้ประกาศให้ได้รับทราบกันต่อไป

ข้างต้นนั้นคือข้อเท็จจริง ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น

ที่ผ่านมาผู้เขียนก็รับทราบมาโดยตลอดว่าอุตสาหกรรมนาฬิกาจะต้องเปิดช่องให้ผู้ซื้อสามารถปรับแต่งนาฬิกาได้มากกว่าเดิม และจะต้องมีผลิตภัณฑ์ในระดับราคาที่จับต้องได้มากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่า Richemont Group จะก่อตั้งแบรนด์ใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะโดยมีรูปแบบธุรกิจดังที่บรรยายมาข้างต้นนี้ ถือเป็นการบุกตลาดใหม่เพื่อไปตีกับคู่แข่งในอีกกลุ่มหนึ่งเลยด้วยศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหลือเฟืออยู่แล้ว Baume จะเป็นบริษัทที่ดำเนินงานได้จากศูนย์กลางโดยมีต้นทุนต่ำหากไม่มีการเปิดจุดขายตามที่ต่างๆ เพราะจะประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและสถานที่ไปได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นหากมีต้นทุนต่ำและกำไรสูงได้จริง Baume ก็ควรจะเป็นเครื่องมือที่สร้างรายได้ให้กับเครือบริษัทได้ในสภาวะที่นาฬิการะดับแพงขายได้บ้างไม่ได้บ้างเช่นนี้

ที่สำคัญก็คือ รูปแบบธุรกิจนี้จะทำให้ Baume สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่เดิมซื้อแต่นาฬิกาแฟชั่นหรือดีไซเนอร์เป็นหลัก และหากจะมองภาพในระยะยาวแล้ว นาฬิกา Baume ที่เห็นว่ามีราคาไม่แพงนี้ก็อาจจะเป็นการปลูกฝังความคิดให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจในนาฬิกาในระดับที่สูงขึ้นไปได้อีกในภายหลัง และเมื่อถึงเวลาที่อยากจะเลือกดูนาฬิกาจักรกลที่มีคอมพลิเคชั่นต่างๆ ขึ้นมาก็อาจจะเริ่มมองจาก Baume & Mercier หรือแบรนด์อื่นในเครือก็เป็นได้ ต่อให้ทุกวันนี้คนเราจะมีแบรนด์ลอยอลตี้ลดลงกว่าแต่ก่อนก็ตาม ถือว่าเป็นสถานการณ์แบบวิน-วินสำหรับทุกคน ยกเว้นแบรนด์นาฬิกาที่จะได้รับผลกระทบจากการที่มี Baume เกิดขึ้นในตลาดเท่านั้น

ส่วนตัวแล้วผู้เขียนมีประเด็นที่ไม่เห็นด้วยแค่เพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือชื่อแบรนด์ เพราะคิดว่าควรจะใช้ชื่ออะไรที่สดใหม่ไปเลยโดยไม่ต้องอ้างอิงถึงอดีตจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้งใจจะขายสินค้าให้กับลูกค้าที่ไม่ได้สนใจเรื่องประวัติศาสตร์อันยาวนานของวงการนาฬิกาอยู่แล้ว แต่จะว่าไป ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนี้ก็อาจจะไม่ได้รู้จัก Baume & Mercier อยู่แต่เดิมจึงไม่เกิดการเชื่อมโยงอะไรในเรื่องชื่อนี้ก็เป็นได้ ไม่ว่าอย่างไร หากคุณอยากเป็นคนแรกๆ ในประเทศไทยที่ได้เป็นเจ้าของนาฬิกา Baume ก็ลองเปิดเข้าไปเลือกดูเองก็แล้วกันที่ http://www.baumewatches.com

————————————————–

A new business concept and watch brand is introduced by the Richemont Group. Meet Baume, a young off-spin company under the umbrella of Baume & Mercier.

In reality, Baume watches have nothing to do with Baume & Mercier watches. The two companies are separate entities, with Baume referring to Baume & Mercier as the mother company. The initial range of timepieces launched by Baume includes the Custom Timepiece 41 mm and the Custom Timepiece 35 mm, with and without complications. In a nutshell, you can use the configurator on their website to specify the colour of the dial, the hands and the case. Then, select from the many options of interchangeable straps made from sustainable, non-animal materials like linen, cotton, alcantara and cork. It is also very easy to have a short engraving on the caseback. These Miyota or Ronda powered quartz watches are priced from USD 560, inclusive of worldwide shipping cost. That is a whole lot of watch for the money, by any standard.

Only one mechanical model is available at the moment: the Iconic 41 mm Automatic on a recycled PET strap for USD 1,020. It features an opening on the dial to show parts of the Miyota 82D7 movement below.

Baume watches are currently produced in the Netherlands. The brand makes it clear from the beginning that limited edition products will be made available in the near future, and that there will be collaborations with third parties. Baume indeed emphasises a strong message of sustainability, waste minimisation and social mindfulness in their communications – the right message for a newer generation of consumers who are not thrilled by terms like finissage or heirloom. It should also be noted that 2% of the purchase price supports environment-oriented initiatives of NGO partners.

Those are the facts. Here come the opinions.

Increase in customisation and accessibility in this industry was expected. But a whole new watch brand from Richemont Group? And with this approach and targeting? Well, I, like a lot of people, did not see that coming, even after all those talks concerning “affordable segment” or “commercial pieces” and whatnot. This is a whole new ball game and the conglomerate is attacking a totally different echelon of competitors. Certainly, they have the edge over most with their existing set of skills and resources. Baume can be a very lean and centralised operation. If they choose not to establish physical presence, they will not have to bear the costs for maintaining points of sale and staff. Low expenses and high turnover can make Baume a new cash cow for the group in this climate of suppressed activities in the higher ranges of the industry.

More importantly, this business model will enable the company to reach a previously untapped audience that has, so far, spent mainly on fashion or designer brands. And when you think about the long-term possibility, these new Baume watches are a good way of planting the seeds for higher horology. Despite reduced brand loyalty in today’s consumer environment, Baume & Mercier and associated brands stand to benefit from the arrival or rise of a new cohort of customers who may one day choose to explore the more sophisticated (and expensive) wristware. It marks a win-win situation for most, except for the brands whose market share will be negatively affected by Baume.

This writer has only one complaint. I would like to have seen a fresher name that does not reference the past, especially considering the fact that the products are meant for customers who did not buy into heritage or legacy. But then again, they may not know Baume & Mercier in the first place, and the retrospective connection of the name is never made. Anyway, a name is just a name, and we should let the strategy unfold, as the whole endeavour seems to have been quite well thought-out in the first place. Please visit http://www.baumewatches.com if you feel like having your name on one of their first shipments to Thailand.

By |2018-05-18T17:07:06+00:00May 18th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: