FABRICS OF TIME

หนึ่งวันกับการเรียนรู้และชื่นชมงานฝีมือจากสองซีกโลกที่มีต้นกำเนิดจากยุคสมัยเดียวกัน
TEXT: JOMKAEW VISETCHOLAHAN PHOTO: L’OFFICIEL THAILAND

Patek Philippe, PMT The Hour Glass และ L’Officiel Thailand ร่วมกันจัดกิจกรรมพิเศษชื่อ Weaving Art Through Time by Patek Philippe เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อสุภาพสตรีที่รักนาฬิกาและชื่นชมในทุกรายละเอียดแห่งศิลปะที่เกี่ยวข้อง สถานที่จัดงานในครั้งนี้คือบ้านเลขที่ 1 ซอยกัปตันบุช ย่านบางรัก ซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคของสถานที่นี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับสองประเด็นสำคัญที่นำเสนอ ได้แก่ งานประดิษฐ์นาฬิกาและเสน่ห์ของผ้าไทยแบบโบราณซึ่งแม้จะมีที่มาจากคนละทวีปแต่ต่างก็รุ่งเรืองในยุคศตวรรษที่ 19 เช่นกัน และยังเป็นสิ่งสร้างเพื่อชนชั้นสูงเหมือนกันอีกด้วย

ในภาคของนาฬิกานั้น Patek Philippe ได้เผยภาพนาฬิกาโบราณที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของสุภาพสตรีโดยเฉพาะจากยุคศตวรรษที่ 17 ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ กัน ทั้งแบบที่เป็นเข็มกลัดและแหวนซึ่งสามารถสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้อย่างแนบเนียน ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคสมัยที่แบรนด์ Patek Philippe เริ่มต้นขึ้นแล้วในปี ค.ศ. 1839 เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่าแบรนด์ดังจากเจนีวานี้มีการผลิตนาฬิกาในรูปแบบและฟังก์ชั่นต่างๆ ให้ผู้หญิงได้สวมใส่เทียบเท่ากับของผู้ชายมาโดยตลอด อย่างเช่นนาฬิกากลไกรีพีทเตอร์บอกเวลาด้วยเสียงในตัวเรือนแพลทตินัมสำหรับสุภาพสตรีจากปี ค.ศ. 1916 แต่นอกจากรีพีทเตอร์แล้ว Patek Philippe ก็ยังผลิตกลไกนาฬิกาเพื่อผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโครโนกราฟ เวิลด์ไทม์ เพอร์เพทชวลคาเลนดาร์หรือแอนนวลคาเลนดาร์อย่างในภาพเปิดของบทความนี้ กล่าวได้เลยว่าคุณสุภาพบุรุษมีนาฬิกาสวยๆ กลไกฉลาดๆ ใส่ ผู้หญิงเราก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน

เทคนิคงานศิลป์ที่ใช้ในการสรรค์สร้างนาฬิกาแต่ละเรือนก็เป็นอีกเรื่องที่ Patek Philippe มีความเชี่ยวชาญและนำมาจัดแสดงให้แขกผู้มีเกียรติได้ทำความรู้จักและชื่นชมกันอย่างใกล้ชิด ที่โดดเด่นที่สุดคือการประดับเพชรบนส่วนต่างๆ ของตัวเรือนซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มีเทคนิคหลากหลาย บ้างก็ต้องคัดเพชรแบบไล่เรียงขนาดมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะเริ่มลงมือฝังลงบนเนื้อโลหะมีค่าในมุมที่จะเล่นกับแสงได้อย่างแพรวพราวที่สุด หรืองานหน้าปัดที่ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องมากมายกว่าที่จะกลายมาเป็นเวทีเพื่อการบอกเวลาแบบรุ่นสู่รุ่นตามที่แคมเปญโฆษณาของแบรนด์ได้กล่าวไว้มาโดยตลอด

และเพื่อสร้างความแตกต่างจากงานนาฬิกาโดยทั่วไป Patek Philippe และพาร์ทเนอร์ผู้จัดงานจึงเลือกให้มีอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของงาน Weaving Art Through Time นั่นก็คือการบรรยายที่ให้ความรู้เกี่ยวกับผ้าที่สตรีชาวไทยใช้นุ่งห่มในช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา นำโดยอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เครื่องนุ่งห่มผ้าไทย ซึ่งอาจารย์เผ่าทองก็ได้เรียบเรียงเนื้อหาและภาพประกอบเกี่ยวกับผ้าไทยประเภทต่างๆ ที่สตรีชาวไทยทั้งที่เป็นราษฎรทั่วไปหรือนางในพระราชสำนักเลือกใช้ ทำให้แขกที่มาร่วมงานติดตามและเข้าใจวิวัฒนาการได้โดยง่าย

ครั้นเมื่อจบภาคของการบรรยายแล้วจึงเป็นการพาชมคอลเลคชั่นผ้าโบราณชื่อ “ภูษาผ้าทรงในราชสำนัก” ที่หลายชิ้นมีอายุเป็นร้อยปีแล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดีและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่ต่างอะไรจากนาฬิกาโบราณที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของ Patek Philippe ที่กรุงเจนีวา ถือเป็นหนึ่งบ่ายแห่งการเรียนรู้และชื่นชมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าเป็นอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจในนาฬิการะดับสูงเช่นนี้อยู่แล้ว

————————————————–

The Weaving Art Through Time by Patek Philippe marked a small event, held in February in collaboration with PMT The Hour Glass and L’Officiel Thailand. It was intended for female customers of fine watches, who harbour a penchant for all things artistic.

House No. 1 in Captain Bush Lane served as the venue for the program. This building in the Bangrak area boasts a history that can be traced back to the time of King Rama V. Its neoclassical architecture aptly set the stage for the presentation of the event’s two key elements, traditionally developed with the elite in mind: mechanical horology and traditional Thai fabrics, both of which flourished in the 19th century.

Where watches were concerned, Patek Philippe offered an overview of the evolution in ladies’ timepieces, beginning from the 17th century when some watches were made in the form of wearable jewellery such as a brooch or a ring. The timeline progressed into the era when Patek Philippe was established in 1839. The Genevan firm consistently addressed their female clientele; as early as 1916, they already produced a platinum repeater watch for women. Other complications included the chronograph, world time, perpetual calendar and annual calendar like the one shown in the opening photograph of this article. We can say with certainty that women do not feel like second-class customers at Patek Philippe.

Artistic crafts used to decorate the different parts of a watch were covered as well, showcasing Patek Philippe as a true manufacture with high levels of capabilities. They are one of the few to master the science and arts of gem setting, where diamonds of exacting sizes are chosen to be forever implanted into the precious metal cases in such a way that they dance most beautifully with the light. Watch dials undergo similar elaboration with specific procedures before they become the stage on which time is displayed from one generation to the next, as conveyed through the company’s famous communications campaign.

Despite this being a watch event, it was the wish of Patek Philippe and their partners to include an additional artistic component with works that may be compared to watchmaking in terms of tradition and craftsmanship. Thai fabrics were a relevant choice as they too reflect a rich heritage. Ajarn Paothong Thongchua, a respected expert on the subject of Thai textile history, led the latter part of the program. He focused on the various types of Thai fabrics used by laymen and royal court ladies to make clothing items during the reign of King Rama V. Thanks to the way he compacted the details and his use of illustrations, participants easily followed the presentation with great interest.

Following the engaging talk, Ajarn Paothong provided all guests with a walkthrough of the displays from a collection of ancient royal court fabrics and dresses. Some of the exhibits were more than a century old yet they remained incredibly well preserved. They could certainly tell stories of the time in which they were made, just like the antique timepieces in the showcases of the Patek Philippe Museum in Geneva. All in all, the event flew by, packed with knowledge, culture and an appreciation for fine artistry on a level befitting the discerning guests.

By | 2018-03-13T17:53:45+00:00 March 13th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: