SECOND CHANCES

Hamilton Intra-Matic Auto Chrono หน้าแพนด้าที่เกือบจะเหมือนแต่ไม่เหมือนรุ่นลิมิเต็ดเมื่อปีที่แล้ว TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA Hamilton มีนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นดังเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นในตระกูล Intra-Matic เมื่อปีที่แล้วชื่อรุ่น Intra-Matic 68 Auto Chrono แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดนั้นทำให้มีเจ้าของได้เพียง 1,968 คนเท่านั้น (หากสมมุติว่าทุกคนซื้อเก็บไว้แค่คนละหนึ่งเรือน) นาฬิการุ่นดังกล่าวนั้นเป็นโครโนกราฟแบบสองวง หน้าปัดสีรีเวิร์สแพนด้าหรือหน้าดำวงขาว สวมใส่ด้วยสายหนังสีดำแบบเจาะรู ถ้าคุณซื้อไม่ทันในตอนนั้นก็กำเงินรอได้เลยเพราะเวลานี้มี Hamilton Intra-Matic Auto Chrono แบบผลิตปกติแล้ว ความแตกต่างจากรุ่นลิมิเต็ดคือเป็นหน้าปัดแพนด้าตรงๆ เลย (ตาดำบนหน้าขาว) ไม่ใช่รีเวิร์สแพนด้า และขนาดตัวเรือนสเตนเลสสตีลก็มีขนาดเล็กลงด้วยจาก 42 มม. เหลือ 40 มม. เรียกว่าแตกต่างพอให้คนที่ซื้อตัวลิมิเต็ดไปแล้วไม่ต้องรู้สึกแย่หรือน้อยใจแต่อย่างใด หากคุณชอบนาฬิกาเรือนใหญ่หน่อยก็อาจไม่ถูกใจ แต่ถ้าคุณไม่ได้อยากได้นาฬิกาเรือนโตนักแล้วเมื่อปรับขนาดเช่นนี้แล้วก็ย่อมเข้าทางคุณเลย อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือสายหนังซึ่งในรุ่นไม่ลิมิเต็ดนี้จะไม่เจาะรูแล้ว ทำให้ดูสปอร์ตน้อยลงเล็กน้อย อาจใส่ไปทำงานวันธรรมดาได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ใส่เที่ยววันหยุดได้แบบสบายๆ อยู่แล้ว และเรื่องความวินเทจก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย รายละเอียดที่ไม่เปลี่ยนไปจากรุ่นลิมิเต็ด ได้แก่ แซฟไฟร์คริสตอลแบบเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก และเครื่องนาฬิกาแบบออโต้รหัส H-31 ที่มีกำลังลานสำรอง 60 [...]

By |2018-10-19T17:19:51+00:00October 19th, 2018|Highlights|0 Comments

AUDIBLE REMINDER

Oris Big Crown ProPilot Alarm กับฟังก์ชั่นตั้งปลุกที่ไม่ได้มีให้พบเห็นบ่อยนักในนาฬิกายุคปัจจุบัน TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA ทุกวันนี้นาฬิกาข้อมือแทบจะไม่มีฟังก์ชั่นอลาร์มหรือตั้งปลุกให้เห็นกันเลย หากจะให้นึกว่าแบรนด์ใดมีบ้างก็นึกออกไม่ถึง 10 แบรนด์ซึ่งคิดแล้วก็แปลกเพราะว่าในเชิงกลไกก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายนัก แต่เมื่อมีน้อยแบรนด์เช่นนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นาฬิกาอลาร์มรุ่นที่พอจะมีอยู่บ้างนั้นน่าพิจารณามากยิ่งขึ้น ล่าสุดนี้เราได้ทดลองเล่นกับ Oris Big Crown ProPilot Alarm เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เลยถ่ายเป็นวีดีโอมาให้คุณผู้อ่านได้เห็นวิธีการใช้งานกันพอสังเขป นาฬิการุ่นนี้ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. ผลิตเป็นจำนวนทั้งหมด 200 เรือนและเท่าที่ทราบมาคือมีเข้าไทยมาเพียงแค่สามเรือน บนหน้าปัดมีสัญลักษณ์รูปแถบสีเหลืองที่วิ่งไปตามตัวเลขจาก 1 ถึง 31 เพื่อบอกวันที่ และมีเข็มหัวลูกศรสีเหลืองใช้ตั้งเวลาปลุกซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกันกับนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะที่เราคุ้นเคยกันเลย ทางด้านข้างตัวเรือนมีเม็ดมะยมสองเม็ด เม็ดบนเป็นแบบขันเกลียว ใช้ตั้งเวลาและวันที่ เม็ดล่างเป็นของระบบอลาร์ม ก่อนที่คุณจะตั้งปลุกได้นั้นคุณจะต้องไขลานให้กับระบบอลาร์มเสียก่อนเพราะว่าแบเรลหลักของเครื่องนาฬิกาแบบอัตโนมัตินั้นใช้ส่งกำลังให้กับระบบบอกเวลาเท่านั้น เมื่อไขลานแล้วให้ดึงเม็ดมะยมออกเพื่อหมุนตั้งเข็มหัวลูกศรสีเหลืองให้ชี้ไปที่เวลาที่ต้องการ อย่างในวีดีโอนี้เราลองตั้งเป็น 09.20 น. แล้วปล่อยเม็ดมะยมให้อยู่ในจังหวะดึงค้างไว้อย่างนั้นเลย เมื่อถึงเวลาแล้วระบบอลาร์มก็จะส่งเสียง (และมีอาการสั่นเบาๆ) เป็นเวลาราว 10 วินาที แต่เสียงปลุกของนาฬิกาข้อมือก็จะไม่ดังมากนัก ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ว่าเป็นแบรนด์ใด ต้องบอกว่าเขาไม่ได้ทำมาปลุกคนหลับให้ตื่น แต่เพื่อให้รู้ว่าถึงเวลานัดหมายหรือเวลาที่ต้องทำเรื่องสำคัญในวันนั้นแล้วมากกว่า -------------------------------------------------- [...]

By |2018-10-06T17:45:06+00:00October 6th, 2018|Highlights|0 Comments

COOL SURPRISE

ความเก๋แบบร่วมสมัยของพื้นหน้าปัดลายผ้ายีนส์ในนาฬิกา Omega Railmaster รุ่นใหม่ล่าสุด TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA แม้ว่า Omega จะเป็นแบรนด์เก่าแก่แต่ก็ได้แสดงให้เราเห็นอยู่เรื่อยว่ามีจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นการปรับโฉมนาฬิกา Railmaster ใหม่แล้วออกเป็นคอลเลคชั่นย่อยอยู่ภายใต้ชื่อ Seamaster อีกชั้นหนึ่ง นอกจากรุ่นฉลองครบรอบ 60 ปีเมื่อปีที่แล้วก็ยังมี Railmaster รุ่นใหม่อื่นๆ ที่มีลวดลายเหมือนขัดเป็นเส้นแนวตั้งบนหน้าปัด หลักชั่วโมงรูปทรงตามแบบของโบราณพร้อมพรายน้ำสีวินเทจ และดีงามมากที่ไม่มีวันที่จะได้เหมือนรุ่นออริจินอลจากปี ค.ศ. 1957 นาฬิกา Railmaster ใหม่ขนาด 40 มม. นี้สวมใส่ได้ด้วยสายสเตนเลสสตีลและสายสไตล์นาโต้ที่ผลิตจากทั้งผ้าและหนัง ล่าสุด Omega ได้เผยโฉมนาฬิกา Railmaster หน้าน้ำสีเงินลายเดนิมออกมาเสริมทัพรุ่นหน้าสีดำและหน้าสีเงินที่มีอยู่ก่อนแล้ว สาเหตุที่เลือกออกแบบให้เหมือนกับยีนส์ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงต้นกำเนิดหรือที่มาของผ้าชนิดนี้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็เป็นผลงานที่ดูมีแฟชั่นทันสมัยและน่าสนใจ สามารถแข่งขันได้ในตลาดนาฬิกาที่นับวันมีแต่จะมีผู้สนใจมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการทำงานนั้น Omega Railmaster Denim ใช้เครื่องออโต้แบบอินเฮ้าส์รุ่น 8806 ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 55 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความเที่ยงระดับมาสเตอร์โครโนมิเตอร์แล้วจึงมั่นใจได้ว่าสามารถทนทานต่อสนามแม่เหล็กความแรงอย่างน้อย 15,000 เกาส์ -------------------------------------------------- Well, one [...]

By |2018-09-14T20:37:59+00:00September 15th, 2018|Highlights|0 Comments

ADRENALINE RUSH

BR-X1 R.S. 18 Chronograph โดย Bell & Ross และ Renault Sport Formula One Team TEXT: VIJCHAKORN SUPHASOMBOON ถ้าคุณเห็นนาฬิกาที่หน้าตาโฉบเฉี่ยวขนาดนี้แล้วยังไม่ร้องว้าวเราก็ไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าอะไรจะทำให้คุณตื่นเต้นได้บ้าง BR-X1 R.S. 18 Chronograph เรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากแชสซีส์ของรถแข่ง ตัวเรือนขนาด 45 มม. ผลิตจากไทเทเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง จากนั้นจึงใช้วิธีเก็บพื้นผิวแบบพ่นทรายเพื่อให้ได้ลุคสปอร์ตที่ดูล้ำสมัย ไม่เพียงเท่านั้น อารมณ์แห่งความเร็วยังคงดำเนินต่อไปถึงสายยางที่มีการเจาะช่องไว้เพื่อสองประโยชน์ด้วยกัน นั่นก็คือเพื่อให้ดูดีและเพื่อให้ระบายอากาศได้สะดวก หน้าปัดเป็นแบบสเกเลตั้นแต่อ่านค่าทุกอย่างง่ายมาก เมื่อต้องการใช้งานระบบโครโนกราฟ 30 นาทีก็ให้กดปุ่มทรงกระเดื่องที่ชวนให้นึกถึงแพ๊ดเดิ้ลบนพวงมาลัยรถ Formula 1 ฝั่งตรงข้ามบริเวณเก้านาฬิกามีแถบยางสีเหลืองเพื่อรองรับการจับด้วยนิ้วโป้ง แล้วยังแต่งแต้มสีเหลืองตามจุดต่างๆ อีก ได้แก่ สเกลแทคคิมิเตอร์ ขีดนาทีและเข็มวินาทีกลางหน้าปัดของระบบโครโนกราฟ เหตุผลที่ใช้สีเหลืองก็ชัดเจนอยู่แล้วเพราะว่าสีเหลืองและสีดำเป็นสีประจำทีมของ Renault สำหรับนาฬิกา Bell & Ross BR-X1 R.S. 18 Chronograph รุ่นนี้ก็เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน [...]

By |2018-09-14T20:12:30+00:00September 14th, 2018|Highlights|0 Comments

SWEET ASSURANCE

Panerai Luminor Due รุ่นใหม่กับอักษรและดอกไม้มงคลบนฝาหลัง TEXT: VATANYA SIRISUTTIVORANAN Luminor Due เป็นคอลเลคชั่นน้องใหม่ของ Panerai ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2016 ชื่อ Due นี้เป็นคำภาษาอิตาเลียนแปลว่า “สอง” สื่อถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่นำมาโดยรูปทรงตัวเรือนที่เพรียวบางยิ่งกว่าเดิม (บางรุ่นก็มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลงด้วย) ทำให้จากเดิมที่บางคนบอกว่าใส่ Panerai เพราะเรือนใหญ่หรือหนาเกินไปก็จะใส่ได้แล้ว แถมยังสามารถลอดเข้าไปในแขนเสื้อแคบๆ ได้อีกด้วย หลังจากที่เปิดตัวไปนั้นก็มีการเพิ่มรุ่นต่างๆ เรื่อยมา อย่างในปีนี้เองก็มีที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ PAM00908 หรือชื่อเต็มว่า Luminor Due 3 Days Automatic Oro Rosso 38 mm ตัวเรือนผลิตจากเร้ดโกลด์ซึ่งเป็นอัลลอยทองสูตรพิเศษของ Panerai เองที่ให้สีแดงคมเข้มเป็นพิเศษด้วยการเพิ่มสัดส่วนของทองแดงแต่ยังคงเป็นเนื้อทองมาตรฐาน 18 กะรัตทุกประการ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเติมแพลทตินัมลงไปเล็กน้อยด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการอ็อกซิไดซ์ PAM00908 อาจจะดูเรียบๆ จากทางด้านหน้าด้วยหน้าปัดสไตล์แซนด์วิชสองชั้นตามแบบฉบับของ Panerai และการขัดลายซันเรย์บนพื้นหน้าปัดสีดำ ฟังก์ชั่นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเข็มวินาทีเล็กที่ตำแหน่งเก้านาฬิกาและวันที่ที่ตำแหน่งสามนาฬิกา ความพิเศษที่จริงแล้วซ่อนอยู่ทางด้านหลัง [...]

By |2018-09-13T20:14:30+00:00September 13th, 2018|Highlights|0 Comments

FILLING THE BLANK

นาฬิกาเวิลด์ไทม์รุ่นใหม่ในคอลเลคชั่น Jaeger-LeCoultre Polaris TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA เมื่อตอนที่มีการเปิดตัวคอลเลคชั่น Jaeger-LeCoultre Polaris ที่งาน SIHH 2018 นั้นเราก็คิดว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปอยู่ นั่นก็คือนาฬิกาที่สามารถบอกเวลาประเทศที่สองได้แบบง่ายๆ พอคิดได้เช่นนั้นไม่นานแบรนด์ระดับใหญ่ยักษ์จากเลอซองทีเยร์แบรนด์นี้ก็ปล่อย Polaris Geographic WT ตามออกมาเลยเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน 250 เรือนสำหรับขายผ่านบูติคเท่านั้น ผู้ที่ติดตาม Jaeger-LeCoultre มาโดยตลอดจะคุ้นเคยกับชื่อ Geographic ดี เพราะเป็นดีไซน์ที่มีปรากฏอยู่ในหลายคอลเลคชั่น จุดเด่นของ Geographic คือการบอกเวลาในประเทศที่สองด้วยหน้าปัดขนาดเล็กที่ตำแหน่งหกนาฬิกา ปกติจะมีหน้าต่างชื่อเมืองอยู่ติดกันด้วย แต่ในครั้งนี้ไม่มีหน้าต่างที่ว่าเพราะยกพื้นที่ให้กับคอมพลิเคชั่นทั้งสองแทนนั่นเวิลด์ไทม์ตามอักษร WT ในชื่อรุ่น การแบ่งพื้นที่หน้าปัดดูลงตัวและน่าสนใจด้วยการทำวงแหวนชื่อเมืองให้เป็นสีดำ ในขณะที่พื้นที่วงกลมตรงกลางนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มเพื่อให้ดูตัดกันแบบเบาๆ และเมื่อมองใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าพื้นผิวโดยทั่วไปของหน้าปัดสีน้ำเงินมีลวดลายแบบเกรนในขณะที่หน้าปัดย่อยสำหรับประเทศที่สอง วันที่และกำลังลานสำรองนั้นใช้ลวดลายแบบวงกลมซ้อนกันจากจุดศูนย์กลางแล้วแผ่ออกไปจนถึงรอบนอกสุด สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Polaris นั้นยังอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขในฟอนท์แบบที่คุ้นตาและหลักชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมคางหมู แม้ว่านาฬิกาเครื่องออโต้รุ่นนี้จะมีคอมพลิเคชั่นทั้งสองดังกล่าว แต่ตัวเรือนขนาด 42 มม. นี้ก็หนาเพียง 11.54 มม. เท่านั้นจึงสวมใส่สะดวกด้วยสายหนังจระเข้สีดำ เดี๋ยวพอขายชุด 250 เรือนนี้เสร็จแล้วถ้า [...]

By |2018-08-22T09:04:00+00:00August 22nd, 2018|Highlights|0 Comments

SOURCE OF LIFE

Oris ถ่ายทอดสีของแม่น้ำไรน์ลงสู่หน้าปัดของนาฬิกา Aquis Source of Life Limited Edition TEXT: VIJCHAKORN SUPHASOMBOON Oris Aquis Source of Life Limited Edition อาจจะเป็นเพียงนาฬิกาดำน้ำอีกรุ่นหนึ่งในสายตาของหลายคน แต่หากรู้เรื่องราวเบื้องหลังของการออกแบบแล้วก็จะรู้สึกพิเศษขึ้นอีกระดับหนึ่ง เพราะว่าสีน้ำเงินอมเทาที่เห็นบนหน้าปัดนี้มีที่มาจากสีของทะเลสาบโทม่าซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำไรน์ แม่น้ำสายสำคัญของยุโรปที่ไหลผ่านหกประเทศและผ่านเมืองโฮลสไตน์อันเป็นฐานการผลิตของ Oris ด้วย จำกัดจำนวนการผลิตไว้ที่ 2,343 เรือนโดยที่ตัวเลขนี้ได้มาจากความสูงจากระดับน้ำทะเลของทะเลสาบอันเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตดังกล่าว (หน่วยเป็นเมตร) รายละเอียดที่น่าสนใจของนาฬิการุ่นนี้ยังมีอีก เช่น การบอกวันที่ด้วยเครื่องหมายสีขาวชี้ไปตามตัวเลขเป็นวงกลม ในเมื่อไม่ใช้หน้าต่างวันที่แบบนาฬิกาทั่วไปแล้วจึงสามารถมีหลักชั่วโมงบนหน้าปัดครบทั้ง 12 ตำแหน่งได้ เสริมความเฉียบคมด้วยขอบตัวเรือนทังสเตนสีเทาบนตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 43.5 มม. กันน้ำ 300 เมตร สวมใส่ด้วยสายสเตนเลสสตีลหรือสายยางสีเทา ฝาหลังแสดงภาพเส้นทางการไหลของแม่น้ำไรน์จากแหล่งกำเนิดจนออกสู่ทะเลเหนือเป็นลายนูน ขณะนี้มีของเข้าไทยแล้วสองเรือน จัดแสดงอยู่ในตู้ที่ Siam Paragon Watch Expo 2018 พร้อมกับเรือนเวลารุ่นอื่นๆ ที่เป็นตัวแทนคอลเลคชั่นปัจจุบันทั้งสี่ของ Oris ได้เป็นอย่างดี -------------------------------------------------- Yes, [...]

By |2018-07-23T06:48:08+00:00July 23rd, 2018|Highlights|0 Comments

NO NON-SENSE

Hamilton เอาใจคนรักนาฬิกาทหารด้วยรูปลักษณ์แบบดั้งเดิมที่หลายคนรอคอย TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA นาฬิกาจักรกลแต่ละรุ่นมีความทนทานไม่เท่ากัน บ้างก็บอบบางจนเจ้าของต้องลังเลก่อนจะปรบมือดังๆ แต่บ้างก็บึกบึนจนใส่ลุยทุกพายุฝนได้อย่างมั่นใจ สำหรับ Hamilton Khaki Field Mechanical 38 mm นั้นเข้าข่ายใกล้เคียงกับแบบหลังมากกว่า Khaki Field ไม่ใช่คอลเลคชั่นนาฬิกาใหม่ของ Hamilton แต่อย่างใด รากฐานการออกแบบก็คือนาฬิกาทหารที่ Hamilton เคยผลิตให้กับกองทัพอเมริกันในอดีต แต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้สอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสมัยใหม่ เช่น มีวันที่หรือมีวันที่และวัน อย่างไรก็ดี นักสะสมนาฬิกาแนวดั้งเดิมก็ยังคงอยากได้ดีไซน์แบบออริจินอลอยู่ดีจนนำมาสู่ Khaki Field Mechanical 38 mm รุ่นนี้ซึ่งมีหน้าตาใกล้เคียงกับ Hamilton สเปคทหารที่ผลิตช่วงตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองจนถึงสงครามเวียดนามเป็นอย่างมาก หากจะเรียกว่าเป็นการถอดแบบเลยก็ว่าได้ และเผยโฉมกันไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วที่โตเกียวพร้อมกับการเปิดบูติคของ Hamilton ในย่านชิบูย่า แต่เราเพิ่งจะได้เห็นเรือนจริงที่สวิตเซอร์แลนด์ตอนที่ไปร่วมงาน Baselworld นาฬิการุ่นนี้ใช้เครื่องไขลาน ETA 2801-2 บนหน้าปัดไม่มีวันที่ แต่มีตัวเลขชั่วโมงตั้งแต่ 13 จนถึง 24 นาฬิกาซ้อนอยู่ด้านในเพื่อใช้อ่านเวลาตามระบบ 24 ชั่วโมงของทหาร [...]

By |2018-05-10T10:02:19+00:00May 10th, 2018|Highlights|0 Comments

MODULAR WHOLE

The Fifth Element ผลงานนาฬิกาตั้งโต๊ะแบบเล่นใหญ่ของ MB&F และ L’Epée TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA ยานแม่มาแล้ว ยานแม่ในที่นี้มีชื่อว่า The Fifth Element เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างแบรนด์นาฬิกาข้อมือ MB&F ซึ่งมีหน้าที่ออกแบบและแบรนด์นาฬิกาตั้งโต๊ะ L’Epée ซึ่งมีหน้าที่ผลิต ในชุดประกอบด้วยอุปกรณ์จักรกลสี่ชนิดด้วยกัน ได้แก่ นาฬิกากำลังลานแปดวัน เธอร์โมมิเตอร์เพื่อวัดอุณหภูมิ บาโรมิเตอร์เพื่อวัดแรงดันอากาศและไฮโกรมิเตอร์เพื่อวัดความชื้นในอากาศ แต่ละชิ้นรูปทรงเหมือนยูเอฟโอและสามารถแยกออกมาตั้งวางอิสระภายนอกได้เพราะมีขาตั้งอยู่ในตัว หรือจะเอาเครื่องใดเสียบไว้ตามช่องใดที่จัดไว้บนยานแม่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 37.6 ซม. ก็ได้ ในทางเทคนิคแล้วชุดอุปกรณ์ทั้งหมดนี้เรียกรวมกันได้ว่าสถานีวัดอากาศ ปัจจุบันหากใครยังต้องการใช้งานก็จะซื้อหาที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์กันเพราะว่ามีราคาถูก เที่ยงตรงกว่า แถมยังเที่ยงตรงกว่าด้วย (เหมือนเราเปรียบเทียบนาฬิกาควอตซ์และนาฬิกาจักรกล) แต่ในแง่ความพิเศษแล้วหากเป็นสินค้าทำนองนั้นก็ถือว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ วางบนโต๊ะทำงานหรือโต๊ะหน้าทีวีก็ไม่มีใครแลเพราะไม่ต่างอะไรกับเครื่องที่เรามักเห็นที่ฟิตเนส ดังนั้นหากจะใช้เป็นของแต่งบ้านหรือออฟฟิศที่คนต้องขอดูแล้วดูอีกก็ต้อง The Fifth Element นี้เลย เกือบลืมบอกว่าเมื่อซื้อยานแม่ลำนี้แล้วจะได้นักบินเป็นน้องเอเลี่ยนชื่อน้องรอสมาประจำการด้วย น้องรอสจะนั่งอยู่บนวงแหวนที่หมุนไปรอบๆ บนฐานอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถกดปุ่มเพื่อเปิดหรือปิดกลไกนี้ได้ตามต้องการ และแน่นอนว่าต้องไขลานให้ระบบนี้ด้วยเหมือนกับที่คุณต้องไขลานนาฬิกา The Fifth Element มีผลิตด้วยกันทั้งหมดสามแบบ คือ แบบวงแหวนสีฟ้า แบบวงแหวนสีดำและแบบวงแหวนสีเงิน แต่ละแบบมีทั้งหมด [...]

By |2018-04-07T18:08:27+00:00April 7th, 2018|Highlights|0 Comments

FREAK VISION

จับตาดูพัฒนาการก้าวต่อไปของนาฬิกา Freak จาก Ulysse Nardin ในงาน SIHH 2018 WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA Ulysse Nardin ขอประกาศเปิดตัวนาฬิกา Freak Vision ในเช้าวันนี้ตามเวลาสวิสเนื่องในโอกาสวันเปิดงาน SIHH 2018 ที่เจนีวา คอลเลคชั่น Freak Vision มีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบให้ชุดชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องนาฬิกาค่อยๆ หมุนโคจรอยู่บนหน้าปัดจนครบหนึ่งรอบในเวลาหนึ่งชั่วโมง ทำให้ชุดชิ้นส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นเข็มนาทีไปโดยปริยาย ครั้นเมื่อมองลึกลงในด้านล่างอีกระดับหนึ่งก็จะได้เห็นสัญลักษณ์รูปสมอซึ่งทำหน้าที่บอกชั่วโมง และเมื่อสังเกตในภาพรวมดีๆ จะเห็นว่านาฬิการุ่นนี้ไม่มีเม็ดมะยมเหมือนนาฬิกาทั่วไป การตั้งค่าเวลาสามารถทำได้ผ่านทางขอบตัวเรือนแบบหมุนได้แทน นาฬิกา Freak มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ต่างๆ เรื่อยมาแต่ก็ยังคงโครงสร้างพื้นฐานข้างต้นไว้เป็นอย่างดี Freak Vision รุ่นใหม่นี้ก็เช่นกัน และมาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวที่ล้ำสมัยด้วยการแกะรูปท้องเรือมาซ้อนทับไว้บนชุดอัปเปอร์บริดจ์เพื่อทำหน้าที่เข็มนาทีโดยสมบูรณ์ ทั้งยังสื่อถึงเกียรติประวัติในสมัยศตวรรษที่ 19 ของ Ulysse Nardin ในการผลิตนาฬิกามารีนโครโนมิเตอร์เพื่อใช้ประจำกองเรือต่างๆ ในหลายประเทศ ด้านตรงกันข้ามกับปลายเข็มจะมีบาลานซ์วีลตามสูตรของ Freak แต่ในครั้งนี้บาลานซ์วีลผลิตจากซิลิเซียมซึ่งมีน้ำหนักเบามากจน Ulysse Nardin สามารถผลิตบาลานซ์วีลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้นได้อีก และจากการที่บาลานซ์วีลนี้ค่อยๆ หมุนไปรอบหน้าปัดอย่างต่อเนื่องจึงนับได้ว่าเป็นคารูเซลไปในตัว เพิ่มเติมความเที่ยงตรงของชุดคุมเวลาอีกชั้นด้วยแองเคอร์แอสเคปเมนท์ของ [...]

By |2018-01-15T14:01:06+00:00January 15th, 2018|Highlights|0 Comments