BATTERED FOR THE BETTER

คุณคิดว่าอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสพร้อมก้าวต่อไปข้างหน้าแล้วหรือยัง บรรดานาฬิกาใหม่ที่เปิดตัวในช่วงต้นปีนี้ส่งสัญญาณบอกอะไรบ้างหรือไม่ มาดูกัน
TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA

บอกก่อนเลยว่าบทความนี้ไม่ใช่การแนะนำว่าช่วงนี้นาฬิการุ่นใดกำลังเป็นที่นิยม หรือว่ารุ่นใดซื้อแล้วราคาจะขึ้น หากแต่เป็นการวิเคราะห์สภาพความเป็นไปของอุตสาหกรรมนาฬิกาซึ่งมีนาฬิกาสวิสเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนทุกสิ่ง โดยพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วบางท่านอาจจะบอกว่าไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นเลยซึ่งก็จริง เราไม่เถียง แต่ถ้าคุณกำลังศึกษาเรื่องนาฬิกาเพื่อซื้อให้ตนเองได้ชื่นชม ไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็งกำไรอย่างที่คนนิยมทำกันในเวลานี้ก็อยากให้คุณได้อ่านบทความนี้จนจบเพราะว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณจริงๆ

 

หากใครเพิ่งเริ่มสนใจนาฬิกา…

วงการนาฬิกามีงานแสดงขนาดใหญ่ที่สุดจริงๆ เพียงแค่สองงานนั่นก็คือ SIHH ที่เจนีวาในเดือนมกราคมและ Baselworld ที่บาเซิลในเดือนมีนาคม ลักษณะการจัดงานก็มีความแตกต่างในตัวเอง แต่ไม่มีผลอย่างใดกับคนที่ไม่ต้องไปทำหน้าที่ที่นั่นด้วยตนเองอย่างคนของแบรนด์ ตัวแทนจำหน่ายหรือสื่อมวลชน จะเรียกว่าทั้งสองงานนี้เป็นเหมือนมอเตอร์โชว์สำหรับแบรนด์นาฬิกาก็คงไม่ผิดเพราะว่านี่คือเวทีสำหรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด หากจะประกาศศักดาอะไรกันก็ต้องที่นี้และในเวลานี้จึงจะมีผู้สนใจมากที่สุด

[ SIHH ที่เจนีวา ]

[ Baselworld ที่บาเซิล ]

SIHH มีเฉพาะแบรนด์นาฬิการะดับแพงแนวหน้าของวงการเท่านั้น อาทิ Audemars Piguet และ Ulysse Nardin ตลอดจนแบรนด์ในเครือ Richemont อย่าง Cartier, IWC, Panerai ฯลฯ

ในขณะเดียวกันทางฝั่ง Baselworld ก็มีจุดเด่นเรื่องขนาดที่ใหญ่กว่าและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 100 ปี นาฬิกาของแบรนด์ต่างๆ ที่จัดแสดงภายในงานนี้รวมกันมีจำนวนและมูลค่าคิดเป็นส่วนมากของยอดส่งออกนาฬิกาสวิสทั้งหมด แบรนด์ระดับ Patek Philippe, Rolex, Chopard ตลอดจนแบรนด์ในเครือ Swatch Group และ LVMH ล้วนแล้วแต่มีบูธขนาดยักษ์ภายในงานนี้ทั้งนั้น แต่ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาก็มีบางแบรนด์เลือกย้ายไปจัดแสดงที่ SIHH อย่างเช่น Girard-Perregaux และ Hermès ส่วนแบรนด์อื่นที่เลิกมา Baselworld นั้นก็จะเป็นแบรนด์เล็กและเป็นแบรนด์แฟชั่นเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจเพราะเห็นว่ามาแล้วไม่คุ้มค่าใช้จ่ายก็เป็นได้

ทั้ง SIHH และ Baselworld เปิดรับผู้จัดแสดงโดยไม่จำกัดสัญชาติ ดังนั้นเราจึงเห็นแบรนด์เยอรมัน แบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์จากประเทศอื่นๆ นาฬิกาทั้งหมดที่เปิดตัวที่ทั้งสองงานนี้ประกอบกันเป็นเครื่องกำหนดบรรยากาศและอารมณ์ของธุรกิจนาฬิกาตลอดช่วงเวลาที่เหลือในปี

 

เราได้เห็นอะไรบ้างในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้…

คนชอบเจอหน้าเราแล้วถามว่าเทรนด์นาฬิกาปีนี้เป็นอย่างไร แรกๆ เจอถามแบบนี้ก็อึ้งเหมือนกัน ไปต่อไม่ถูก ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เพราะนาฬิกาจักรกลพวกนี้ไม่ได้ซื้อมาเพื่อใส่กันแค่ปีเดียวแล้วเลิก แต่ใส่กันไปยาวๆ หรือถึงขั้นเก็บไว้เป็นสมบัติของครอบครัวให้ลูกหลานได้ชื่นชมต่อ แต่เมื่อต้องมีอะไรมาตอบเป็นพิธีจึงจำต้องคัดเอาสิ่งที่เห็นเป็นจำนวนมากที่สุดจากทั้ง SIHH และ Baselworld 2018 มาผูกรวมกันในลักษณะการรายงานข่าว ไม่ใช่บอกว่านี่คือเทรนด์นาฬิกาแต่อย่างใด

หน้าปัดสีน้ำเงิน

[ ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Laco Münster Blaue Stunde / Ulysse Nardin Marine Tourbillon / H. Moser & Cie Endeavour Flying Hours / Breitling Navitimer 1 Automatic 38 ]

ในบรรดาหน้าปัดนาฬิกาแบบมีสีที่ไม่ใช่ขาวและดำ สีน้ำเงินคือสีที่พบเจอได้มากที่สุดเหมือนเช่นปีก่อนๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะว่าสีน้ำเงินเป็นสีที่ใส่ง่าย เข้ากับเสื้อผ้าทั่วไป และนำไปใช้ได้ในนาฬิกาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นเดรสหรือสปอร์ต หรือไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับผู้ชายหรือผู้หญิง ตัวอย่างหนึ่งที่อย่างพูดถึงเป็นพิเศษคือ Laco Münster Blaue Stunde เพราะว่าเขาสามารถหยิบยื่นหน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงินให้กับนาฬิกานักบินดีไซน์ออริจินอลของกองทัพเยอรมันในอดีตได้อย่างลงตัว หรือถ้าจะเอาน้ำเงินแบบว่าน้ำเงินทั้งตัวเรือนด้วยเลยก็ต้อง Omega Speedmaster Blue Side of the Moon และ Rado True Thinline ซึ่งใช้ตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินทั้งคู่

————————————————–

ตัวเรือนบรอนซ์

[ 05.jpg – ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Oris Big Crown Pointer Date Bronze / Montblanc 1858 Automatic Chronograph / Bell & Ross 03-92 Diver Bronze / Maurice Lacroix Aikon Quartz Bronze ]

ตัวเรือนนาฬิกาส่วนมากจะผลิตด้วยสเตนเลสสตีลหรือทอง มีน้อยรุ่นที่ผลิตด้วยบรอนซ์ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโลหะธรรมดาที่มีความทนทานเหมือนสเตนเลสสตีล ไม่ใช่โลหะมีค่าเหมือนทองคำเพราะมีทองแดงเป็นส่วนประกอบหลัก เราเริ่มเห็นการใช้บรอนซ์เป็นวัสดุในการผลิตตัวเรือนนาฬิกาดำน้ำก่อนนาฬิกาประเภทอื่น ส่วนหนึ่งอาจะเป็นเพราะว่าอุปกรณ์ดำน้ำในสมัยก่อนนั้นก็ผลิตจากบรอนซ์เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพแวดล้อม หากยังนึกไม่ออกให้นึกถึงภาพหมวกของนักประดาน้ำแบบยุคสงครามโลกซึ่งมีขนาดใหญ่โต ทั้งนี้ พื้นผิวของวัสดุบรอนซ์จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ลักษณะคือจะเป็นคราบสีหรือที่เรียกว่าพาทิน่าซึ่งนักสะสมนาฬิกาแนวนี้ชื่นชอบกัน และในปีนี้เราก็ได้เห็นนาฬิกาตัวเรือนบรอนซ์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากหลายแบรนด์ บ้างก็เป็นนาฬิกาดำน้ำ บ้างก็เป็นนาฬิกานักบิน

————————————————–

สไตล์วินเทจ

[ ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Bulova Oceanographer “Devil Diver” / Mido Multifort Datometer Limited Edition / Glashütte Original Sixties Panorama Date / IWC Tribute to Pallweber Edition “150 Years” ]

ต่อให้มีเสียงบ่นว่าไม่สร้างสรรค์อย่างไร แต่เมื่อมีนาฬิกาสไตล์ย้อนยุคออกมาทีไรก็เห็นขายกันเกลี้ยงทุกที ถ้าจะต้องคิดหาเหตุผลว่าเหตุใดจึงเป็นที่นิยมเช่นนั้นก็คงมองได้สองรูปแบบด้วยกัน หากเป็นผู้ซื้อที่เริ่มมีอายุแล้วก็คงอยากใส่นาฬิกาที่ทำให้ระลึกความหลังบ้าง หรือหากเป็นลูกค้ารุ่นใหม่ก็มักจะเป็นคนที่มีสไตล์ รู้จักแต่งตัว แต่ไม่ว่าจะขายได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราก็ยังจะได้เห็นนาฬิกาสไตล์วินเทจออกมาอีกเป็นจำนวนมากเพราะแต่ละแบรนด์นั้นก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานทั้งนั้น เปิดไปก็ต้องเจอรุ่นเก่าที่เอากลับมาทำใหม่ได้อยู่เรื่อยๆ ตัวอย่างที่น่าปลื้มใจที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้คือ IWC Tribute to Pallweber Edition “150 Years” ซึ่งออกแบบตามนาฬิกาพกรุ่นดังในอดีตที่บอกชั่วโมงและนาทีด้วยระบบตัวเลขแทนที่จะใช้เข็ม

————————————————–

นาฬิการาคาแตะต้องได้

[ ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Breguet Marine Alarme Musicale 5547 ตัวเรือนไทเทเนียม / Cartier Santos de Cartier Skeleton ตัวเรือนสเตนเลสสตีล / Vacheron Constantin Fiftysix ตัวเรือนสเตนเลสสตีล / Zenith Defy Classic ตัวเรือนไทเทเนียม ]

คนที่เล่นนาฬิกามานานแล้วจะเห็นวิวัฒนาการอย่างหนึ่งในเรื่องของราคาซึ่งขยับตัวสูงขึ้นสองหรือสามเท่าจากช่วงที่นาฬิกาจักรกลเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ความผันผวนของราคาทองและอัตราแลกเปลี่ยนตลอดช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นปัจจัยด้วย ทำไมทำมาจำนวนคนที่ซื้อนาฬิกาได้จริงก็มีแต่ลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งฐานรายได้ แบรนด์นาฬิกาหลายแบรนด์จึงต้องยอมทำนาฬิการุ่นที่ขายได้คล่องกว่าออกมาบ้างโดยใช้สเตนเลสสตีลแทนทองหรือมีคอมพลิเคชั่นแต่น้อย ตัวอย่าง เช่น คอลเลคชั่น Fiftysix ของ Vacheron Constantin ซึ่งมีรุ่นสเตนเลสสตีลด้วย หรือ Cartier Santos de Cartier Skeleton ซึ่งเป็นรุ่นเก่าแต่กลับมาผลิตด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลเป็นครั้งแรกในที่สุด

————————————————–

คู่ใจนักเดินทาง

[ ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph WT / TAG Heuer Carrera Chronograph GMT /  Arnold & Son Globetrotter / Tudor Black Bay GMT ]

สารภาพตามตรงว่าปีนี้เห็นนาฬิกาจีเอ็มทีหรือเวิลด์ไทม์มาตั้งหลายเรือน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งเห็น Tudor Black Bay GMT ที่ Baselworld ฟังก์ชั่นจีเอ็มทีและเวิลด์ไทม์นั้นมีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนที่นาฬิกาจะเข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองฟังก์ชั่นจะมีประโยชน์กับผู้คนสมัยใหม่มากกว่า เพราะนอกจากจะต้องติดต่อธุรกิจข้ามประเทศหรือทวีปกันแล้วยังนิยมการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ ทั่วโลกด้วย ถ้าจะเอาใส่ติดข้อมือไปที่ต่างๆ ด้วยก็คงต้องแบบ Tudor เรือนที่ว่านี้จึงจะอุ่นใจ แต่ถ้าจะใส่นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะก็ลองดูอย่าง Arnold & Son Globetrotter ได้ หรือถ้าต้องการให้มีโครโนกราฟด้วยก็ยังมีตัวเลือกอื่นอีกอย่างเช่น Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph WT และ TAG Heuer Carrera Chronograph GMT

————————————————–

หน้าปัดหินหลากสี

[ ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: Piaget Limelight Gala หน้าปัดเทอร์ควอยซ์ / Rolex Oyster Perpetual Datejust 31 หน้าปัดมาลาไคท์ / Van Cleef & Arpels Sweet Alhambra หน้าปัดลาปิสลาซูลี / Chopard L’Heure du Diamant หน้าปัดโอปอล ]

การใช้หินชนิดต่างๆ ผลิตนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่ทำกันมาตั้งแต่อดีตแล้วแต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เราจะเห็นนาฬิกาหน้าปัดหินได้เป็นจำนวนมากกว่าเมื่อสัก 10 ปีก่อน โดยทั่วไปแล้วลูกค้าผู้หญิงมักจะซื้อนาฬิกาเพื่อเป็นเครื่องประดับมากกว่าซื้อเพื่อเอากลไกอะไร ดังนั้นเรื่องดีไซน์และรูปลักษณ์ภายนอกจึงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่า ยิ่งหากว่าหน้าปัดมีลูกเล่นที่แปลกตาหรือเพิ่มเติมเรื่องราวให้กับเรือนเวลานั้นด้วยก็คงจะเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย เราสามารถเห็นการใช้หินประเภทต่างๆ ในการผลิตหน้าปัดนาฬิกาหลายสไตล์ ตั้งแต่ Rolex Oyster Perpetual Datejust ที่ใส่ได้ในทุกโอกาสทุกวัน เรื่อยไปจนถึง Piaget Limelight Gala ที่ดูพร้อมสำหรับงานบอลรูมไม่ว่าจะมีหน้าปัดหินหรือไม่ก็ตาม

 

ทิศทางของแวดวงนาฬิกานับจากนี้ไป…

สรุปในภาพรวมแล้วต้องบอกว่าอุตสาหกรรมนาฬิกาน่าจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีกว่าช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าอาจจะไม่ถึงขั้นที่ดีแบบยอดเยี่ยมก็ตาม และถือว่านี่คือโอกาสให้หลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์เพื่อปรับเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องผลิตภัณฑ์หรือระดับราคาซึ่งจะยังผลให้ตนมีอนาคตที่สดใสและมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว

ประเด็นเรื่องสมาร์ทวอทช์ที่หลายฝ่ายชอบยกมาเป็นประเด็นถกเถียงกันเมื่อสองสามปีก่อนนั้นก็เงียบๆ ไปโดยปริยาย ปีนี้แทบจะไม่มีใครพูดถึงซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้วเพราะว่าสมาร์ทวอทช์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวันเท่านั้น ด้วยตัวของมันแล้วย่อมไม่มีคุณค่าที่จีรังจนมาทดแทนนาฬิกาจักรกลแบบดั้งเดิมได้ ดังนั้นหากผู้ซื้อนาฬิกาไม่ว่าในยุคสมัยปัจจุบันหรือในยุคสมัยต่อไปยังคงเรียกร้องอยากได้งานประดิษฐ์ที่มีความพิถีพิถัน มีการใช้เทคนิคแบบดั้งเดิมและมีระดับก็ยังคงจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เลือดลมของอุตสาหกรรมสูบฉีดได้ในจังหวะที่เหมาะสมเช่นนี้เรื่อยไป

————————————————–

This is not an article about what is hot and which watch will appreciate in value. Rather, it is an almost academic look at the state of the watch industry (mainly Swiss), and the kind of products it manages to roll out in the first quarter of this year, despite the challenges faced in recent times. Boring? Most likely. But it can be useful if you are in the market for some watches for yourself, not for speculative purposes.

For those new to watches…

Two of the industry’s largest shows are held in January and March: SIHH in Geneva and Baselworld in Basel, respectively. The difference in how they are organized is not relevant to people who are not physically there to play their role. Let’s say that they are the equivalent of motor shows – both fairs are used to showcase each brand’s novelties in a great display of force.

SIHH offers some of the most prestigious watch brands as exhibitors. We are talking about names such as Audemars Piguet and Ulysse Nardin. All Richemont group brands are here as well: Cartier, IWC and Panerai, you name it.

Meanwhile, Baselworld marks the longer-standing show, with over 100 years of history. Its brands represent the bulk of Swiss watch exports in terms of quantity and value. Patek Philippe, Rolex, Chopard, Swatch Group brands and LVMH brands all maintain mega-sized booths. The show has lost some brands (Girard-Perregaux and Hermès) to SIHH in the past couple of years; many smaller brands (mostly fashion marques) also decided that participation is no longer financially worthwhile.

Both SIHH and Baselworld welcome global exhibitors so we see brands from Germany and Japan, among others. The watches introduced here, more or less, set the mood for the industry over the remaining months of the year.

And here are the key observations…

One question we frequently receive concerns the trend of watches for the year. There should not be yearly trends, really. Mechanical watches are meant to be enjoyed over a long period of time, preferably cherished as heirlooms. The span, therefore, is much longer than a year. But let us satisfy your curiosity anyway by sharing the major observations of novelties from SIHH and Baselworld 2018.

Blue Dials

Of all the coloured dials, more blue dialled watches were introduced in recent years. That continues without a surprise because such pieces are quite easy to wear. The solemn hue can be observed in all genres of watches, from the dressiest to the sportiest, and from those for men and ladies. One example to highlight includes the Laco Münster Blaue Stunde whose stunning sunray blue dial has turned the historic pilot’s watch design into something very contemporary and light hearted. If you want even more blue, check out the Omega Speedmaster Blue Side of the Moon and Rado True Thinline; both are built with a blue ceramic case.

Bronze Cases

Bronze remains relatively unconventional as a watch case material. Like stainless steel, it is robust and non-precious by nature, being composed mainly of copper. Its modern day emergence in the watch scene began with some diver watches. This reflects the custom of constructing diving equipment from bronze, given its resistance against the elements, with the most recognisable icon of the activity being the bronze diving helmets of the mid 20th century. When worn, bronze watches may develop a patina, which is considered desirable by watch collectors. And this year, we see more bronze choices from several brands.

Vintage Styling

A substantial portion of the watch buying public cannot get enough of the vintage-styled or re-edition watches. We can chalk that up to nostalgia in the case of more mature patrons, or pure style among younger customers. Regardless of how one may choose to look at the development, the historic watch companies are so rich in terms of heritage that they will not run out of legitimate originals to bring back any time soon. The IWC Tribute to Pallweber Edition “150 Years” watch, modelled after a pocket watch of the same unique time display, for example, serves as one of the most elaborated re-edition pieces in the first quarter of this year.

Sellable Pieces

If you have been around for long enough, you would notice that watch prices have increased two-fold or even three times since the renaissance of mechanical watches. Gold prices and the currency exchange rate fluctuations during this period only compounded the situation. That leaves fewer people being eligible to afford the watches. To ensure a steadier stream of revenue, certain brands have allowed themselves to produce pieces that can be moved more easily (i.e., with non-precious metals or fewer complications). Vacheron Constantin, for example, came up with the Fiftysix collection that includes stainless steel models. Similarly, the Cartier Santos de Cartier Skeleton has been produced in stainless steel for the first time.

Travellers’ Companions

Honestly, we did not give GMT and world time watches much thought until we saw the Tudor Black Bay GMT at Baselworld. In retrospect, a good number of new watches introduced this year indicate time in two or more zones simultaneously. This represents a legacy function from the pre-electronic days, but one that is more relevant now than ever. Sportive travellers can crisscross the continents with a reliable companion like the said Tudor. A desk-bound person can don the Arnold & Son Globetrotter and already feel like he is on top of all things. For added functionality, both the Jaeger-LeCoultre Polaris Chronograph WT and the TAG Heuer Carrera Chronograph GMT come equipped with a stopwatch.

Mineral Indulgence

For some reason, stones sound harsher than minerals, but the topic of discussion here is in fact ladies’ watches with stone dials. This is not new, but the number of specimens has risen in recent years, compared to, say, a decade ago. Many female customers buy watches as both a jewellery item and a timepiece. Therefore, the more technical complications do not necessarily speak to their hearts. A watch with an interesting case and dial design may stand a better chance at attracting attention. The use of stone dials provides a classical touch and can be applied to all styles of watches, from the more practical Rolex Oyster Perpetual Datejust to the ballroom-esque Piaget Limelight Gala.

The road ahead…

To summarise, the outlook is good but no one will want to bet that it is great. The Swiss watch industry was battered for the better. Everything that happened has given all parties concerned a pause, an opportunity to make corrections or adjustments, and a chance at an even more sustainable future.

In case you are wondering about the smartwatches situation, there is less chatter about them – and rightly so, because they serve very different needs. While smartwatches offer convenience in daily life, they will never fulfil the artistic and creative role of traditional watches. The latter’s crafts and class will continue to inspire the current generation of consumers, and hopefully the next.

By |2018-04-08T15:17:22+00:00April 8th, 2018|Insights|0 Comments

About the Author: