About WOW Thailand Editorial Team

This author has not yet filled in any details.
So far WOW Thailand Editorial Team has created 158 blog entries.

SOLID PARTNERSHIP

ความลงตัวระหว่างแบรนด์นาฬิกาและแอมบาสเดอร์ที่มีบุคลิกแกร่งพอกัน TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA การจับมือกันของ Tudor และเดวิด เบคแฮมตั้งแต่ปีที่แล้วถือเป็นความลงตัวในระดับที่พบได้ไม่บ่อยครั้งนัก เพราะทางฝั่ง Tudor นั้นเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีพื้นฐานดีและเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความแข็งแกร่งและทนทาน และตัวเดวิด เบคแฮมเองก็เป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง เป็นที่ชื่นชมของผู้คนทั่วโลก เคมีที่ตรงกันนี้ทำให้ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ ล่าสุดเบคแฮมเดินทางมายังสิงคโปร์เพื่อพบปะกับเหล่าแฟนคลับของ Tudor และพูดถึงเส้นทางของเขาในแคมเปญโฆษณา #BornToDare ที่ทางแบรนด์ชูอยู่อย่างสม่ำเสมอ และเราโชคดีที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาด้วยแม้เพียงแค่สามคำถามก็ตาม แถมด้วยอีกสองคำถามจากสื่ออื่นของสิงคโปร์ที่เข้าสัมภาษณ์พร้อมกับเรา WOW: คุณใส่นาฬิกาตัวเรือนบรอนซ์แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ชอบวัสดุชนิดนี้เพราะเหตุใดที่สุด เบคแฮม: อย่างนี้น่ะหรือครับ [พูดพลางยืดแขนให้เห็นนาฬิกา Black Bay Bronze บนข้อมือขวา] คุณรู้ไหมว่าผมชอบนาฬิการุ่นนี้ตรงไหน ผมเป็นคนรักมอเตอร์ไซค์มากครับ ขี่เยอะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่แอลเอ แล้วเวลาออกทริปผมก็จะใส่เรือนนี้เสมอเพราะว่ามันเข้ากับเสื้อผ้าที่ผมใส่ เข้ากับมอเตอร์ไซค์ของผมซึ่งเป็น Harley Davidson รุ่นแพนเฮ้ดเก่าจากปี ค.ศ. 1961 และมีถังน้ำมันสีอย่างนี้เลย เบาะที่นั่งก็ทำจากวัสดุอย่างเดียวกันกับสายนาฬิกา ดังนั้นทุกอย่างจึงเข้ากันไปหมด ผมคิดว่ามีแบรนด์นาฬิกาเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ทำนาฬิกาอย่างของเรานี้ และต้องไม่ลืมคิดด้วยว่าผมสามารถใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปขี่มอเตอร์ไซค์ขณะที่ใส่เสื้อผ้าที่ดูเหมือนผมใส่ซ้ำมาสามวันแล้วก็ได้ แต่ผมก็สามารถเอามาใส่กับชุดสูทได้เหมือนกันโดยไม่ได้ดูขัดแต่อย่างใด นี่คือประเด็นที่ทำให้ผมชอบนาฬิการุ่นนี้ครับ [ Black Bay Bronze ถ่ายคู่กับนาฬิกา [...]

By |2018-11-26T15:38:42+00:00November 21st, 2018|Insights|0 Comments

PIONEERING SPIRIT

100 ปีแห่งการพัฒนาโดยมีประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นเป็นเป้าหมายสำคัญ TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA เราร่วมเดินทางไปญี่ปุ่นตามคำเชิญของศรีทองพาณิชย์ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อเยือนสำนักงานใหญ่และโรงงานสำคัญแห่งหนึ่งของ Citizen เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่ดียิ่งเพราะแต่เดิมเรารู้จัก Citizen น้อยเกินไปจริงๆ จากที่เราได้สัมผัส พูดคุยและสอบถามกับคนจากแผนกต่างๆ ของแบรนด์ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าแบรนด์นี้ยึดถือวิสัยทัศน์และอนาคตมากกว่าประวัติศาสตร์หรืออดีต นั่นทำให้เขาไม่ติดอยู่ในกรอบของการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น และพร้อมที่จะปล่อยนาฬิกาหน้าตาแหวกแนวออกมาทันที ขอเพียงให้ผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน สมกับชื่อแบรนด์ Citizen ที่ตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1924 โดยชินเปอิ โกโต ผู้ว่าการจังหวัดโตเกียวในขณะนั้นโดยมีความตั้งใจ “ให้นาฬิกานี้เป็นที่รักอย่างแพร่หลายและยาวนานโดยประชาชน” [ นาฬิกา CustomV2 Blacky จากปี ค.ศ. 1970 เป็นนาฬิการุ่นแรกๆ ของโลกที่มีการเคลือบสีดำ / นาฬิกา Soundwitch จากปี ค.ศ. 1984 เป็นวิทยุระบบเอฟเอ็ม/เอเอ็มในตัว / นาฬิกา Meme of Citizen จากปี ค.ศ. 2002 ใช้เครื่องขนาดเล็กมากเพื่อบอกเวลาในห้าประเทศพร้อมกัน [...]

By |2018-11-11T20:56:33+00:00November 11th, 2018|Insights|0 Comments

SECOND CHANCES

Hamilton Intra-Matic Auto Chrono หน้าแพนด้าที่เกือบจะเหมือนแต่ไม่เหมือนรุ่นลิมิเต็ดเมื่อปีที่แล้ว TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA Hamilton มีนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นดังเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นในตระกูล Intra-Matic เมื่อปีที่แล้วชื่อรุ่น Intra-Matic 68 Auto Chrono แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดนั้นทำให้มีเจ้าของได้เพียง 1,968 คนเท่านั้น (หากสมมุติว่าทุกคนซื้อเก็บไว้แค่คนละหนึ่งเรือน) นาฬิการุ่นดังกล่าวนั้นเป็นโครโนกราฟแบบสองวง หน้าปัดสีรีเวิร์สแพนด้าหรือหน้าดำวงขาว สวมใส่ด้วยสายหนังสีดำแบบเจาะรู ถ้าคุณซื้อไม่ทันในตอนนั้นก็กำเงินรอได้เลยเพราะเวลานี้มี Hamilton Intra-Matic Auto Chrono แบบผลิตปกติแล้ว ความแตกต่างจากรุ่นลิมิเต็ดคือเป็นหน้าปัดแพนด้าตรงๆ เลย (ตาดำบนหน้าขาว) ไม่ใช่รีเวิร์สแพนด้า และขนาดตัวเรือนสเตนเลสสตีลก็มีขนาดเล็กลงด้วยจาก 42 มม. เหลือ 40 มม. เรียกว่าแตกต่างพอให้คนที่ซื้อตัวลิมิเต็ดไปแล้วไม่ต้องรู้สึกแย่หรือน้อยใจแต่อย่างใด หากคุณชอบนาฬิกาเรือนใหญ่หน่อยก็อาจไม่ถูกใจ แต่ถ้าคุณไม่ได้อยากได้นาฬิกาเรือนโตนักแล้วเมื่อปรับขนาดเช่นนี้แล้วก็ย่อมเข้าทางคุณเลย อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือสายหนังซึ่งในรุ่นไม่ลิมิเต็ดนี้จะไม่เจาะรูแล้ว ทำให้ดูสปอร์ตน้อยลงเล็กน้อย อาจใส่ไปทำงานวันธรรมดาได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ใส่เที่ยววันหยุดได้แบบสบายๆ อยู่แล้ว และเรื่องความวินเทจก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย รายละเอียดที่ไม่เปลี่ยนไปจากรุ่นลิมิเต็ด ได้แก่ แซฟไฟร์คริสตอลแบบเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก และเครื่องนาฬิกาแบบออโต้รหัส H-31 ที่มีกำลังลานสำรอง 60 [...]

By |2018-10-19T17:19:51+00:00October 19th, 2018|Highlights|0 Comments

AUDIBLE REMINDER

Oris Big Crown ProPilot Alarm กับฟังก์ชั่นตั้งปลุกที่ไม่ได้มีให้พบเห็นบ่อยนักในนาฬิกายุคปัจจุบัน TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA ทุกวันนี้นาฬิกาข้อมือแทบจะไม่มีฟังก์ชั่นอลาร์มหรือตั้งปลุกให้เห็นกันเลย หากจะให้นึกว่าแบรนด์ใดมีบ้างก็นึกออกไม่ถึง 10 แบรนด์ซึ่งคิดแล้วก็แปลกเพราะว่าในเชิงกลไกก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายนัก แต่เมื่อมีน้อยแบรนด์เช่นนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นาฬิกาอลาร์มรุ่นที่พอจะมีอยู่บ้างนั้นน่าพิจารณามากยิ่งขึ้น ล่าสุดนี้เราได้ทดลองเล่นกับ Oris Big Crown ProPilot Alarm เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เลยถ่ายเป็นวีดีโอมาให้คุณผู้อ่านได้เห็นวิธีการใช้งานกันพอสังเขป นาฬิการุ่นนี้ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. ผลิตเป็นจำนวนทั้งหมด 200 เรือนและเท่าที่ทราบมาคือมีเข้าไทยมาเพียงแค่สามเรือน บนหน้าปัดมีสัญลักษณ์รูปแถบสีเหลืองที่วิ่งไปตามตัวเลขจาก 1 ถึง 31 เพื่อบอกวันที่ และมีเข็มหัวลูกศรสีเหลืองใช้ตั้งเวลาปลุกซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกันกับนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะที่เราคุ้นเคยกันเลย ทางด้านข้างตัวเรือนมีเม็ดมะยมสองเม็ด เม็ดบนเป็นแบบขันเกลียว ใช้ตั้งเวลาและวันที่ เม็ดล่างเป็นของระบบอลาร์ม ก่อนที่คุณจะตั้งปลุกได้นั้นคุณจะต้องไขลานให้กับระบบอลาร์มเสียก่อนเพราะว่าแบเรลหลักของเครื่องนาฬิกาแบบอัตโนมัตินั้นใช้ส่งกำลังให้กับระบบบอกเวลาเท่านั้น เมื่อไขลานแล้วให้ดึงเม็ดมะยมออกเพื่อหมุนตั้งเข็มหัวลูกศรสีเหลืองให้ชี้ไปที่เวลาที่ต้องการ อย่างในวีดีโอนี้เราลองตั้งเป็น 09.20 น. แล้วปล่อยเม็ดมะยมให้อยู่ในจังหวะดึงค้างไว้อย่างนั้นเลย เมื่อถึงเวลาแล้วระบบอลาร์มก็จะส่งเสียง (และมีอาการสั่นเบาๆ) เป็นเวลาราว 10 วินาที แต่เสียงปลุกของนาฬิกาข้อมือก็จะไม่ดังมากนัก ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ว่าเป็นแบรนด์ใด ต้องบอกว่าเขาไม่ได้ทำมาปลุกคนหลับให้ตื่น แต่เพื่อให้รู้ว่าถึงเวลานัดหมายหรือเวลาที่ต้องทำเรื่องสำคัญในวันนั้นแล้วมากกว่า -------------------------------------------------- [...]

By |2018-10-06T17:45:06+00:00October 6th, 2018|Highlights|0 Comments

GOING FORWARD

จิบกาแฟบ่ายวันฝนตกหนักแล้วคุยเรื่องนาฬิการุ่นเก่า รุ่นใหม่และรุ่นที่ยังไม่ออกกับคุณแม็กซิมิเลียน บุสเซอร์แห่ง MB&F TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA คุยกันเรื่องสุขภาพและบรรยากาศตลาดไปห้านาที คุยกันเรื่องนาฬิกา Horological Machine No. 9 Flow ที่มีรูปทรงโค้งมนและไหลลื่นราวกับออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อีก 10 นาทีแล้วเข้าช่วงเวลาถามตอบแบบเป็นกันเองอีก 10 นาทีกับคุณแม็กซิมิเลียน บุสเซอร์แห่ง MB&F ที่แรงดีไม่มีตกเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ต้องขอขอบคุณ PMT The Hour Glass ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา MB&F มา ณ ที่นี้ที่ช่วยจัดเวลาให้เราได้สัมภาษณ์คุณบุสเซอร์ขณะแวะเยือนกรุงเทพมหานครในช่วงเดินสายทัวร์เปิดตัวนาฬิกาใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ [ HM9 Flow Road Edition ] ตอนออกแบบ HM9 Flow นี่คิดหน้าปัดรุ่น Air หรือรุ่น Road ก่อนครับ ตอนแรกเป็นรุ่น Air นะครับ เพราะเรื่องของเรื่องแต่แรกเป็นธีมเครื่องบิน และพอทำไปทำมาผมก็ว่ามันก็เป็นรถได้เหมือนกัน และการจัดวางหน้าปัดก็เป็นแนวนาฬิกาไดรเวอร์ด้วย หน้าปัดของรุ่น Road [...]

By |2018-09-30T00:03:09+00:00September 30th, 2018|Insights|0 Comments

COOL SURPRISE

ความเก๋แบบร่วมสมัยของพื้นหน้าปัดลายผ้ายีนส์ในนาฬิกา Omega Railmaster รุ่นใหม่ล่าสุด TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA แม้ว่า Omega จะเป็นแบรนด์เก่าแก่แต่ก็ได้แสดงให้เราเห็นอยู่เรื่อยว่ามีจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นการปรับโฉมนาฬิกา Railmaster ใหม่แล้วออกเป็นคอลเลคชั่นย่อยอยู่ภายใต้ชื่อ Seamaster อีกชั้นหนึ่ง นอกจากรุ่นฉลองครบรอบ 60 ปีเมื่อปีที่แล้วก็ยังมี Railmaster รุ่นใหม่อื่นๆ ที่มีลวดลายเหมือนขัดเป็นเส้นแนวตั้งบนหน้าปัด หลักชั่วโมงรูปทรงตามแบบของโบราณพร้อมพรายน้ำสีวินเทจ และดีงามมากที่ไม่มีวันที่จะได้เหมือนรุ่นออริจินอลจากปี ค.ศ. 1957 นาฬิกา Railmaster ใหม่ขนาด 40 มม. นี้สวมใส่ได้ด้วยสายสเตนเลสสตีลและสายสไตล์นาโต้ที่ผลิตจากทั้งผ้าและหนัง ล่าสุด Omega ได้เผยโฉมนาฬิกา Railmaster หน้าน้ำสีเงินลายเดนิมออกมาเสริมทัพรุ่นหน้าสีดำและหน้าสีเงินที่มีอยู่ก่อนแล้ว สาเหตุที่เลือกออกแบบให้เหมือนกับยีนส์ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงต้นกำเนิดหรือที่มาของผ้าชนิดนี้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็เป็นผลงานที่ดูมีแฟชั่นทันสมัยและน่าสนใจ สามารถแข่งขันได้ในตลาดนาฬิกาที่นับวันมีแต่จะมีผู้สนใจมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการทำงานนั้น Omega Railmaster Denim ใช้เครื่องออโต้แบบอินเฮ้าส์รุ่น 8806 ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 55 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความเที่ยงระดับมาสเตอร์โครโนมิเตอร์แล้วจึงมั่นใจได้ว่าสามารถทนทานต่อสนามแม่เหล็กความแรงอย่างน้อย 15,000 เกาส์ -------------------------------------------------- Well, one [...]

By |2018-09-14T20:37:59+00:00September 15th, 2018|Highlights|0 Comments

ADRENALINE RUSH

BR-X1 R.S. 18 Chronograph โดย Bell & Ross และ Renault Sport Formula One Team TEXT: VIJCHAKORN SUPHASOMBOON ถ้าคุณเห็นนาฬิกาที่หน้าตาโฉบเฉี่ยวขนาดนี้แล้วยังไม่ร้องว้าวเราก็ไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าอะไรจะทำให้คุณตื่นเต้นได้บ้าง BR-X1 R.S. 18 Chronograph เรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากแชสซีส์ของรถแข่ง ตัวเรือนขนาด 45 มม. ผลิตจากไทเทเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง จากนั้นจึงใช้วิธีเก็บพื้นผิวแบบพ่นทรายเพื่อให้ได้ลุคสปอร์ตที่ดูล้ำสมัย ไม่เพียงเท่านั้น อารมณ์แห่งความเร็วยังคงดำเนินต่อไปถึงสายยางที่มีการเจาะช่องไว้เพื่อสองประโยชน์ด้วยกัน นั่นก็คือเพื่อให้ดูดีและเพื่อให้ระบายอากาศได้สะดวก หน้าปัดเป็นแบบสเกเลตั้นแต่อ่านค่าทุกอย่างง่ายมาก เมื่อต้องการใช้งานระบบโครโนกราฟ 30 นาทีก็ให้กดปุ่มทรงกระเดื่องที่ชวนให้นึกถึงแพ๊ดเดิ้ลบนพวงมาลัยรถ Formula 1 ฝั่งตรงข้ามบริเวณเก้านาฬิกามีแถบยางสีเหลืองเพื่อรองรับการจับด้วยนิ้วโป้ง แล้วยังแต่งแต้มสีเหลืองตามจุดต่างๆ อีก ได้แก่ สเกลแทคคิมิเตอร์ ขีดนาทีและเข็มวินาทีกลางหน้าปัดของระบบโครโนกราฟ เหตุผลที่ใช้สีเหลืองก็ชัดเจนอยู่แล้วเพราะว่าสีเหลืองและสีดำเป็นสีประจำทีมของ Renault สำหรับนาฬิกา Bell & Ross BR-X1 R.S. 18 Chronograph รุ่นนี้ก็เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน [...]

By |2018-09-14T20:12:30+00:00September 14th, 2018|Highlights|0 Comments

SWEET ASSURANCE

Panerai Luminor Due รุ่นใหม่กับอักษรและดอกไม้มงคลบนฝาหลัง TEXT: VATANYA SIRISUTTIVORANAN Luminor Due เป็นคอลเลคชั่นน้องใหม่ของ Panerai ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2016 ชื่อ Due นี้เป็นคำภาษาอิตาเลียนแปลว่า “สอง” สื่อถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่นำมาโดยรูปทรงตัวเรือนที่เพรียวบางยิ่งกว่าเดิม (บางรุ่นก็มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลงด้วย) ทำให้จากเดิมที่บางคนบอกว่าใส่ Panerai เพราะเรือนใหญ่หรือหนาเกินไปก็จะใส่ได้แล้ว แถมยังสามารถลอดเข้าไปในแขนเสื้อแคบๆ ได้อีกด้วย หลังจากที่เปิดตัวไปนั้นก็มีการเพิ่มรุ่นต่างๆ เรื่อยมา อย่างในปีนี้เองก็มีที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ PAM00908 หรือชื่อเต็มว่า Luminor Due 3 Days Automatic Oro Rosso 38 mm ตัวเรือนผลิตจากเร้ดโกลด์ซึ่งเป็นอัลลอยทองสูตรพิเศษของ Panerai เองที่ให้สีแดงคมเข้มเป็นพิเศษด้วยการเพิ่มสัดส่วนของทองแดงแต่ยังคงเป็นเนื้อทองมาตรฐาน 18 กะรัตทุกประการ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเติมแพลทตินัมลงไปเล็กน้อยด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการอ็อกซิไดซ์ PAM00908 อาจจะดูเรียบๆ จากทางด้านหน้าด้วยหน้าปัดสไตล์แซนด์วิชสองชั้นตามแบบฉบับของ Panerai และการขัดลายซันเรย์บนพื้นหน้าปัดสีดำ ฟังก์ชั่นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเข็มวินาทีเล็กที่ตำแหน่งเก้านาฬิกาและวันที่ที่ตำแหน่งสามนาฬิกา ความพิเศษที่จริงแล้วซ่อนอยู่ทางด้านหลัง [...]

By |2018-09-13T20:14:30+00:00September 13th, 2018|Highlights|0 Comments

RIDING THE STORM

Baselworld จะปรับปรุงรูปแบบตนเองได้อย่างไรเพื่อคงไว้ซึ่งความน่าสนใจในสายตาของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ TEXT: RUCKDEE CHOTJINDA PHOTO: BASELWORLD ช่วงหลังนี้ Baselworld งานแสดงนาฬิกาที่โด่งดังที่สุดในโลกตกอยู่ในฐานะไม่สู้ดีนักเนื่องจากมีแต่ข่าวร้ายรุมเร้า เริ่มตั้งแต่ที่มีแบรนด์ขนาดเล็กจำนวนหนึ่งเลือกที่จะเลิกมาจัดแสดงในปี ค.ศ. 2017 ก่อนที่จะมีแบรนด์อื่นเลือกขอลาตามไปในปี ค.ศ. 2018 ทำให้ต้องมีการปิดพื้นที่บางส่วนและลดจำนวนวันไปสองวันในการจัดงานครั้งล่าสุดที่ผ่านมา แล้วอยู่ดีๆ Swatch Group ก็ออกมาประกาศแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่าจะไม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Baselworld แล้วในปี ค.ศ. 2019 ที่จะมาถึงนี้ ทั้งหมดนี้เป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับคุณมิเชล ลอริส-เมลิคอฟ กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของ Baselworld ซึ่งเพิ่งจะมารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมนี้เอง เป็นการรับช่วงต่อจากคนก่อนซึ่งอยู่ในตำแหน่งมา 15 ปี เมื่อมีโอกาสเราจึงขอสัมภาษณ์ทางอีเมลเพื่อเป็นการเกาะติดสถานการณ์ในทางหนึ่ง ที่เราเห็นว่ามีแบรนด์มาร่วมจัดแสดงลดลงนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า Baselworld เติบโตมากเกินไปในช่วงหนึ่งทศวรรษก่อนปี ค.ศ. 2016 ใช่หรือไม่ ไม่นะครับ ผมไม่คิดจะเรียกอย่างนั้น ตลาดนาฬิกาและเครื่องประดับเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ ประการหนึ่งก็มีการกระชับพื้นที่ในอุตสาหกรรมนี้ไม่ว่าจะเป็นในฝั่งของผู้ผลิตและฝั่งของตัวแทนจำหน่ายก็ดี และอีกประการหนึ่งก็มีช่องทางและความเป็นไปได้อันหลากหลายเกิดขึ้นเพื่อการสื่อสารในระดับ B2B และ B2C ดังนั้นหลายแบรนด์จึงเลือกที่จะลงทุนกับการขายตรงหรือการทำตลาดแบบออนไลน์มากกว่า เป็นต้น มีแบรนด์ที่เลือกไม่ออกงานแสดงเฉพาะด้านมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่คือบริการหลักของเราในอดีตที่ผ่านมา เราในฐานะเทรดโชว์จึงต้องทบทวนและกำหนดหน้าที่และบทบาทของเราในตลาดนี้เสียใหม่ [...]

By |2018-08-25T10:08:45+00:00August 25th, 2018|Insights|0 Comments