TRANSATLANTIC CHARM

ให้เราพาคุณชมนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Patek Philippe เท่าที่เคยจัดมาในสหรัฐอเมริกา
WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นดินแดนแห่งโอกาสสำหรับใครหลายต่อหลายคนมาตั้งแต่อดีต อองตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็กก็เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ที่รอคอยอยู่เช่นกัน นั่นเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจทำสัญญาค้าขายกับร้านเครื่องประดับ Tiffany, Young & Ellis จากนิวยอร์คเมื่อได้ทำความรู้จักกันที่งานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์และอุตสาหกรรมระดับโลกซึ่งจัดที่กรุงลอนดอนในปี ค.ศ. 1851 ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อทำความรู้จักกับตลาดนี้อย่างดียิ่งขึ้นด้วยตนเองในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1854

แต่หลังจากใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อนั่งเรือจากยุโรปมาจนถึงอเมริกา เขาก็เจอแต่เรื่องไม่น่าประทับใจ เริ่มตั้งแต่การที่ห้องพักโรงแรมของคณะตนถูกโจรงัดเข้ามาขโมยของ แล้วทางฝั่งทิฟฟานี่ก็ยังถูกมือดีฉกเพชรไปอีก แม้กระนั้นปาเต็กก็ยังคงมุ่งหน้าเดินทางตามที่วางแผนไว้ต่อไป จนกลับมานั่งสรุปที่เจนีวาได้ว่าสหรัฐอเมริกานั้นคือตลาดสำคัญในอนาคตของเขาเป็นแน่แท้

และที่เขาคิดนั้นก็ไม่ผิดเลย เพราะประชาชนชาวอเมริกันก็ค่อยๆ มีฐานะดียิ่งขึ้นและชื่นชมในงานประดิษฐ์นาฬิการะดับของสวิตเซอร์แลนด์มากขึ้น บ้างก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีเงินหนา สามารถขอให้ Patek Philippe ผลิตนาฬิกาพกที่มีกลไกและการตกแต่งในระดับเหลือเชื่อได้ นาฬิกาเหล่านั้นจำนวนหนึ่งและนาฬิกา Patek Philippe อีกหลายเรือนที่เคยเป็นของชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงถูกรวบรวมมาจัดแสดงไว้ด้วยกันแล้วจนถึงวันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคมนี้ที่นิวยอร์คซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ Patek Philippe ในสหรัฐอเมริกาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา

นิทรรศการนี้มีชื่อว่า The Art of Watches Grand Exhibition New York 2017 เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Patek Philippe ในปีนี้และใช้เวลาในการวางแผนและตระเตรียมการต่างๆ นานถึงสองปี จุดมุ่งหมายสำคัญคือการนำเสนอประวัติศาสตร์อันยาวนานและความเชี่ยวชาญที่ทางแบรนด์สั่งสมมาโดยตลอด และในขณะเดียวกันก็ตอกย้ำความสำคัญของสหรัฐอเมริกาในฐานะตลาดใหญ่ของ Patek Philippe ด้วย เพราะจากตัวเลขในอดีตนั้น นาฬิกา Patek Philippe จำนวนราวครึ่งหนึ่งที่ผลิตช่วงทศวรรษที่ 1940 จนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 นั้นถูกส่งมาขายที่ประเทศนี้ และทุกวันนี้แม้ว่ายอดจำนวนเรือนที่ส่งมาอเมริกาจะมีสัดส่วนต่ำกว่าเดิม แต่ผู้ซื้อนาฬิกา Patek Philippe ราวครึ่งหนึ่งก็ยังเป็นชาวอเมริกันอยู่ดี เพียงแค่อาจจะอาศัยอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกเท่านั้น

Patek Philippe เนรมิตพื้นที่จัดแสดงเป็นโครงสร้างสองชั้น ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ

สถานที่จัดงานคือ Cipriani บนถนนสาย 42 ฝั่งตะวันออก สาเหตุที่เลือกอาคารแห่งนี้เป็นเพราะเรื่องของทำเลและขนาดเป็นสำคัญ คุณเธียร์รี่ สเติร์น หัวเรือใหญ่แห่ง Patek Philippe กล่าวว่า “การเลือกสถานที่จัดงานในครั้งนี้เป็นเรื่องยากลำบากมาก เพราะเราต้องการจะจัดนิทรรศการที่มีขนาดใหญ่มาก แต่ใจกลางนิวยอร์คไม่มีที่ที่ใหญ่พอให้เลือกมากนัก และผมต้องการให้งานอยู่กลางเมืองเลยด้วยเพื่อที่คนจะได้เดินมาดูได้ เรื่องทำเลจึงถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ ส่วนอื่นๆ ที่เหลือนั้นเราทำเป็นอยู่แล้ว”

การก่อสร้างอาคารสองชั้นภายในร่มนี้เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำให้เสร็จในเวลาที่จำกัด บริษัทผู้รับเหมาสัญชาติฝรั่งเศสชื่อ MCI วางแผนว่าจะต้องใช้เวลาในการขึ้นโครงสร้างและตกแต่งพื้นที่ทั้งหมดเป็นเวลา 12 วัน และรื้อถอนอีกเจ็ดวัน ดังนั้นเมื่อรวมระยะเวลาการเปิดนิทรรศการจริง 11 วันแล้วก็หมายความว่า Patek Philippe จะต้องเช่าพื้นที่นี้เหมาทั้งเดือนไปเลย

นาฬิกาของเกรฟส์ (ซ้าย) และของแพ็คการ์ด (ขวา)

ห้องสำคัญของการจัดแสดงในครั้งนี้ก็คือห้องประวัติศาสตร์นาฬิกา Patek Philippe ที่ส่งมายังประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในมีเรือนเวลาที่เคยเป็นของคนสำคัญในอดีตที่มีชื่อปรากฏอยู่บ่อยครั้งเมื่อกล่าวถึง Patek Philippe ได้แก่ นาฬิกาพกที่มีคอมพลิเคชั่นทางดาราศาสตร์ของเจมส์ วอร์ด แพ็คการ์ดจากปี ค.ศ. 1927 ซึ่งมีทั้งมินิทรีพีทเตอร์ เพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ มูนเฟส รันนิ่งอีเควชั่นออฟไทม์ และยังบอกเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตกที่โอไฮโอซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักธุรกิจใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ผู้นี้ด้วย ครั้นเมื่อพลิกมาทางด้านหลังก็จะเห็นแผ่นที่หมู่ดาวอย่างที่จะเห็นได้ในยามค่ำคืนเมื่อยืนอยู่ที่โอไฮโอและมองขึ้นไปบนฟ้า อีกเรือนหนึ่งที่เด่นพอกันคือนาฬิกาพกของนายธนาคารเฮนรี่ เกรฟส์ จูเนียร์ จากปี ค.ศ. 1928 ซึ่งมีมินิทรีพีทเตอร์ เปอตีต์ซอนเนอรี กร็องซอนเนอรี เพอร์เพทชวลคาเลนดาร์และมูนเฟส นี่ถ้าหากว่านาฬิกาพกระดับซุปเปอร์คอมพลิเคชั่นของเฮนรี่ เกรฟส์จากปี ค.ศ. 1933 อยู่ในครอบครองของ Patek Philippe ก็ย่อมได้รับการจัดแสดงอยู่ในตู้นี้ด้วยเป็นแน่

นาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาสามเมืองที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ได้รับเป็นของขวัญจากเบอร์ลิน

นาฬิกาส่วนมากที่เห็นนี้ยกมาจากพิพิธภัณฑ์ของ Patek Philippe ที่เจนีวา แต่บ้างก็เป็นของแหล่งอื่นที่ให้ยืมมาเป็นการเฉพาะกิจ อย่างเช่นนาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาสามประเทศที่ผู้ว่าราชการแห่งเบอร์ลินตะวันตกสั่งผลิตเป็นของขวัญให้กับประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ขณะเดินทางเยือนเยอรมนีฝั่งที่เป็นประชาธิปไตยในปี ค.ศ. 1963 นาฬิกาเรือนนี้บอกเวลาที่วอชิงตันดีซี เบอร์ลินและมอสโคว และสื่อถึงการสื่อสารโดยตรงระหว่างขั้วมหาอำนาจทั้งสองที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานั้นด้วย นาฬิกาเรือนนี้ปกติจัดแสดงอยู่ที่ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ที่เมืองบอสตัน

บรรยากาศการจัดแสดงเครื่องนาฬิการุ่นต่างๆ ในแผ่นกระจกที่ผู้สนใจสามารถพลิกไปมาได้

ประชาชนชาวอเมริกันให้ความสนใจกับนิทรรศการครั้งนี้เป็นอย่างมาก Patek Philippe เองก็ไม่เคยจัดอะไรที่ใหญ่โตขนาดนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อนด้วย แถมยังเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ฟรีอีกต่างหาก เราจึงได้เห็นทั้งนักสะสมนาฬิกาและคนที่เพิ่งรู้จักนาฬิกาเข้ามาชื่นชมสิ่งจัดแสดงภายในพร้อมด้วยญาติมิตรด้วยความตื่นเต้นในรูปแบบที่ต่างกันไป ทั้งนี้ Patek Philippe เองมีการกำหนดให้วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคมที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นวันครอบครัวด้วยจึงเหมาะเป็นที่สุดสำหรับคุณพ่อหรือคุณแม่ที่จะพาคุณลูกมาชมและปลูกฝังความชื่นชอบในประดิษฐกรรมอันน่าทึ่งเหล่านี้

หน้าจอฉายภาพเคลื่อนไหวเป็นวิวที่มองเห็นจากชั้นบนของบูติคที่เจนีวา

บรรยากาศภายในนั้นมีหลายจุดที่พยายามทำให้ผู้เข้าชมงานรู้สึกเหมือนว่าตนเองอยู่ที่บูติคของ Patek Philippe ริมทะเลสาบเจนีวา ทั้งยังมีการจำลองพิพิธภัณฑ์มาไว้ในที่นี้อีกเป็นห้องโดยเฉพาะ ภายในมีนาฬิกาโบราณตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 17 ก่อนที่จะมีการก่อตั้งแบรนด์ Patek Philippe และแน่นอนว่าต้องมีนาฬิกาเรือนสำคัญของ Patek Philippe เองด้วยอย่างเช่นเรือนต้นแบบของรุ่น Calibre 89 ที่ไม่เคยออกมาจัดแสดงภายนอกพิพิธภัณฑ์เลย และเวลาอยู่ที่นั่นก็มักแยกชิ้นส่วนเอาไว้ ไม่ได้ประกอบไว้ในลักษณะที่ทำงานปกติ และ Star Calibre 2000 ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเป็นอันดับที่สามของ Patek Philippe

หลายคนสนใจลองเล่นเครื่องวีอาร์ที่พาเข้าไปดูการทำงานภายในของเครื่องรุ่นต่างๆ

นิทรรศการนี้ไม่ได้พูดถึงเฉพาะเรื่องอดีตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้เข้าชมเกิดความเข้าใจในสิ่งที่จับต้องได้ในปัจจุบัน และเสริมสร้างความหลงใหลที่จะติดตัวต่อไปในอนาคต ดังนั้นจึงต้องมีห้องแยกต่างหากเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นห้องจัดแสดงนาฬิกาคอมพลิเคชั่นระดับไฮเอ็นด์ต่างๆ ภาพยนตร์และกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจในรูปแบบที่ทุกคนเพลิดเพลินไปด้วยกันได้ ยิ่งใครอยากรู้มากเท่าใดยิ่งจะสนุกมากขึ้นเท่านั้น

การสาธิตการรังสรรค์หน้าปัดนาฬิกาด้วยเทคนิคต่างๆ

ภายในงานมีช่างนาฬิกาและช่างฝีมือสาขาต่างๆ พร้อมรอสาธิตและตอบคำถามของผู้เข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ที่นำไปสู่การสรรสร้างเรือนเวลาอันทรงคุณค่าเหล่านี้ซึ่งรวมถึงนาฬิการุ่นพิเศษที่เปิดตัวในงานนี้อย่างเช่น World Time Minute Repeater Ref. 5531 New York 2017 Special Edition ซึ่งเป็นนาฬิกา Patek Philippe รุ่นแรกที่มีทั้งเวิลด์ไทม์และมินิทรีพีทเตอร์ในเรือนเดียวกัน ตรงกลางหน้าปัดเป็นฉากทิวทัศน์ย่านแมนแฮตตันช่วงกลางวันและกลางคืนซึ่งบรรจงสร้างขึ้นด้วยเทคนิคเอนาเมลแบบคลัวซอนเน่

นาฬิกา World Time Minute Repeater Ref. 5531 New York 2017 Special Edition

ต่อข้อคำถามว่าทำไมจึงต้องจัดนิทรรศการขนาดยักษ์เช่นนี้ในเมื่อปกติก็ขายดีจนผลิตไม่ทันอยู่แล้ว คุณแลรี่ เพทติเนลลี่ ประธานสาขาสหรัฐอเมริกาของ Patek Philippe ตอบว่า “ผมอยากให้คนรุ่นใหม่ชื่นชอบนาฬิกามากกว่าที่เป็นอยู่กันทุกวันนี้อีกมากๆ แต่มันก็ต้องใช้เวลา หากเป็นคนยุคเบบี้บูมเมอร์ก็จะเข้าใจนาฬิกาของเราดีอยู่แล้ว ดังนั้นกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 52 ปีขึ้นไปนั้นเราไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่เราต้องทำให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่านี้ด้วย”

“นิทรรศการลักษณะนี้ก็จะมีนั่นนิดนี่หน่อยสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกวันนี้คนรุ่นอายุ 20-30 ไม่ค่อยจะใส่นาฬิกากัน เราก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะสร้างอุปสงค์หรืออย่างน้อยก็สร้างความตระหนักว่านี่คือศิลปะที่สวมใส่บนข้อมือได้นะ ไม่ใช่มีไว้เพื่อบอกเวลาเฉยๆ แต่นี่เป็นสมบัติที่คุณจะเก็บเอาไว้ให้ลูกให้หลานได้ ไม่ใช่ใช้แล้วก็โยนทิ้งไป ในชีวิตคนเราก็มีของเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไปอย่างนี้”

นาฬิกาตั้งโต๊ะ Ref. 20047M “Brooklyn Bridge by Night”

ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของนิทรรศการขนาด 13,218 ตารางฟุตที่คิดและไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะทำให้ผู้คนได้รู้จักกับ Patek Philippe ตลอดจนชื่อชั้นของแบรนด์นี้ในวงการนาฬิกาได้ดีในวงกว้างยิ่งขึ้น และกองบรรณาธิการ World of Watches Thailand ขอขอบคุณ Patek Philippe ที่ให้เกียรติเชิญมาร่วมงานสำคัญในครั้งนี้

————————————————–

 

ป้ายสีน้ำเงินที่ติดตาทุกคนทั้งนิวยอร์คในเวลานี้เพราะติดโฆษณาบนหลังคาแท็กซี่และตามอาคารต่างๆ

The United States of America, colloquially referred to as the Land of Opportunity, indeed seemed like a place of boundless possibilities for Antoine Norbert de Patek. In 1851, he entered into a retail agreement with a jeweller from New York – Tiffany, Young & Ellis – whom he met at the Great Exhibition in London. In December 1854, he himself made the journey to the country where many seek their fortunes.

However, after spending two weeks on a steamboat crossing the ocean, Patek’s first impressions of the United States were not positive as the hotel rooms of his party were looted. Their American partner Tiffany also had sizable amount of diamonds stolen from them. Nonetheless, Patek continued with his trip and decided, upon his return to Geneva, that the United States afforded a wealth of opportunities.

And he was proven right. Over the subsequent decades, the American population became more affluent and appreciative of fine Swiss watchmaking. Some wealthy customers were no less than tycoons and commissioned Patek Philippe to produce pocket watches of exquisite decorations or unthinkable complications. A few of those and other more recent pieces owned by celebrated American individuals are on display from now until Sunday, 23 July 2017, in New York – the very same city where the Swiss firm established their American offices over 70 years ago.

“The Art of Watches Grand Exhibition New York 2017” undoubtedly marks Patek Philippe’s largest activity for this year. Developed over a period of two years, it brings focus on the longevity and mastery of the brand, as well as the United States itself as one of their most important markets. According to the brand’s own literature, about half of the watches produced from the 1940s to the early 1960s were sold to the Americans market. In fact, even today, roughly half of some 58,000 watches produced annually are still sold to the collective American customers around the world.

บันทึกจากวันวานเมื่อครั้งที่อองตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก เดินทางไปสำรวจตลาดอเมริกันเป็นครั้งแรก

This New York exhibition takes the form of a purpose-built, two-storey structure within the Cipriani on East 42nd Street. Commenting on why precisely this building had to be chosen, Patek Philippe’s very own Thierry Stern shared that the decision was largely based on its space size and accessibility. He said, “It is very difficult to find the right location. When you have the intention of making such a big exhibition, it is very complicated to find the right place. It is surprising to see that you don’t have a lot of places like that in central New York. I want to be in the centre of New York where people can walk. That is the main challenge. The rest we know how to do it”.

The construction of this exhibition structure was also a huge task that must be done in limited time. Patek Philippe had to rent the venue for the whole month as the construction and furnishing work itself required exactly 12 days, and as the French contractor MCI would need seven more days to disassemble and restore the site to its typical appearance after the 11-day exhibition.

ตู้โชว์นาฬิกาของเกรฟส์และแพ็คการ์ด สองลูกค้าชาวอเมริกันคนสำคัญในอดีต

One component includes the US Historic Room, showcasing watches once owned by prominent collectors whose names appear every now and then in the study of Patek Philippe. Specifically, the collection includes automobile entrepreneur James Ward Packard’s astronomical pocket watch from 1927, which encompasses a minute repeater, perpetual calendar, moon phase, running equation of time and the time of sunrise and sunset in Ohio, where he lived. The rotating celestial map on the back depicts the night sky as seen when looking up from Packard’s hometown. There is also the 1928 pocket watch commissioned by banker Henry Graves Jr. with a minute repeater, petite sonnerie and grande sonnerie, in addition to the perpetual calendar and moon phase. The legendary Henry Graves Supercomplication pocket watch of 1933 would have been featured here as well, if it were not in private possession at this time.

ภาพถ่ายเก่าช่วงก่อตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการที่นิวยอร์คแล้ว

 

While much of the horological mastery hails from the Patek Philippe Museum in Geneva, one exhibit in particular is on loan from the John F. Kennedy Presidential Library and Museum in Boston. It is a three-time zone desk clock, commissioned by the mayor of West Berlin and presented as gift to the famous US President during his visit to the democratic city of Germany in 1963. It shows time in Washington D.C., Berlin and Moscow, reflecting the establishment of direct communication lines between the superpowers.

คนให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนมากแม้ในวันธรรมดาอย่างที่เราไป

It is easy to anticipate how excited American customers can be with this exhibition, and they really are! The US market never had a Patek Philippe exhibition of this significant scale before. This one is freely accessible to the public so we got to see, on the day of our visit, how veteran collectors and new enthusiasts discovered and enjoyed it in their own way with friends and family members. Patek Philippe even designates Saturday 22 July as a dedicated Family Day – perfect for customers who wish to make the most out of the father and son or mother and daughter slant.

นาฬิกา Star Calibre 2000

Painstaking efforts were used to simulate the ambiance one would walk into when visiting the historic Patek Philippe Salon by Lake Geneva. Similarly, the Museum Room at this New York exhibition serves the same purpose as the Patek Philippe Museum in Geneva and features antique pieces from the 17th century onwards, and of course, Patek Philippe watches from the beginning years of the brand including such milestone pocket watches as the prototype unit of Calibre 89 which never left the Patek Philippe Museum and typically shown in disassembled state while there, and the Star Calibre 2000 which is the third most complicated watch ever produced by Patek Philippe.

การสนทนาระหว่างช่างนาฬิกาและลูกค้าที่มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

The event is much more than a celebration of the past; it is about understanding the present and looking to the future as well. As such, some of the other rooms at the exhibition are dedicated to the brand’s indoctrination into the world of high-end watchmaking. Films and interactive virtual reality tools are prepared for visitors, providing an enjoyable time, especially for inquisitive or younger souls.

การสาธิตการรังสรรค์หน้าปัดนาฬิกาด้วยเทคนิคต่างๆ

Watchmakers and craftsmen complete the experience for everyone by offering their insights and answering questions anyone may have on the fabrication of these fine timepieces. This includes both the mechanical aspects and the artistic techniques which, for example, go into the creation of such exquisite pieces as the World Time Minute Repeater Ref. 5531 New York 2017 Special Edition. This is the first Patek Philippe watch to feature both complications together, and the Manhattan skyilne by day or night is depicted on the central part of the dial using the cloisonné enamel technique.

นาฬิกาพก Ref. 993/101G “Manhattan-Brooklyn”

“I would like to have a lot more appreciation from younger people, but it is going to take time. We have the baby boomers who are now educated and so 52 [years old] and up we are absolutely fine. But we’ve got to fill in behind,” responded Larry Pettinelli, President of Patek Philippe USA, when asked about his justification for such a grand effort despite the consistently positive sales.

“This type of event is meant to capture a little bit of everything for everyone. The 20-30 years old are not always wearing watches as a matter of course. It is our job to create a demand or at least an awareness that there is such a thing as wearable art. It’s not only about just telling the time. This is about something that you are going to keep, hand down and not throw away. This is about a few things in life that you make them to last forever.”

นาฬิกาพก Ref. 995/107G “Portrait of an American Indian”

There could not have been a more fitting and immersive program to underscore the place of Patek Philippe in the watchmaking industry, and World of Watches Thailand is grateful to have been invited to be a part of this memorable, 13,218 square feet exhibition.

By | 2017-08-09T13:32:34+00:00 July 17th, 2017|Insights|0 Comments

About the Author: