TAXING MATTER

WOW Thailand ขออาสาไขข้อข้องใจของคนรักนาฬิกาทุกท่าน เกี่ยวกับประเด็นภาษีกับนาฬิกายามเมื่อเดินทางเข้าออกประเทศ แต่เราต้องขอออกตัวก่อนด้วยว่าบทความนี้ไม่ได้มีเป้าประสงค์ในการชี้ช่องให้ใครหลีกเลี่ยงภาษีหรือลักลอบนำนาฬิกาเข้าประเทศ แต่เป็นการทำความเข้าใจกับหน้าที่ของประชาชนอย่างเรามากกว่าและแนะนำข้อควรปฏิบัติเพื่อลดโอกาสในการมีปัญหากับรัฐโดยไม่จำเป็นด้วย

ประเด็นร้อนนั้นเกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วเมื่อมีผู้ถ่ายภาพป้ายประชาสัมพันธ์ของกรมศุลกากรที่ติดตั้งอยู่บริเวณโถงผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปโพสท์ลงในอินเตอร์เนท โดยข้อความที่ปรากฏในป้ายพอสรุปใจความได้ว่าเป็นการแจ้งเตือนผู้โดยสารทุกท่านถึงเรื่องการนำของใช้ส่วนตัวเข้าประเทศไทยว่าจะต้องมีมูลค่าไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนของฝากญาติหรือฝากเจ้านายต่างๆ นั้นไม่ถือเป็นของใช้ส่วนตัวและจะต้องชำระภาษีให้ถูกต้อง

เนื้อหาของตัวบทกฎหมายที่ดูหนักหน่วงนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ในโลกออนไลน์และตามสื่อทั่วไป บ้างก็ว่าเป็นกฎหมายที่มีมาแต่เดิมอยู่แล้วเพียงแค่ทางการทำป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ทราบ บ้างก็ว่าเป็นความเข้มงวดระดับใหม่ที่จะทำให้นักเดินทางไม่ได้รับความสะดวก แม้ในหมู่ผู้ซื้อนาฬิกาเองก็ยังมีข้อถกเถียงว่าแล้วอย่างนี้หากเราใส่นาฬิการาคาแพงจากประเทศไทยออกไปท่องเที่ยวหรือปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศจะมีปัญหาหรือไม่ขณะเดินทางกลับเข้ามา มิหนำซ้ำยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอีกว่าต่อให้ซื้อนาฬิกาใหม่ขณะอยู่ที่ต่างประเทศก็ไม่เป็นไรหากเป็นการซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีเพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าปลอดภาษี ซื้อแล้วก็ไม่ต้องเสียภาษีที่ประเทศนั้นหรือประเทศไทยอีก

“เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะว่าโดยหลักการแล้วคำว่าปลอดภาษีของร้านค้าปลอดภาษีที่มีอยู่ตามสนามบินต่างๆ หมายความว่าปลอดภาษีในประเทศเขา เขาก็ให้นักท่องเที่ยวซื้อแล้วนำออกไปนอกประเทศเขา ถ้าเอามาประเทศเรา เราก็ต้องมีภาระภาษี”

นั่นคือคำตอบจากบุคคลที่สามารถตอบข้อคำถามเหล่านี้ได้ดีที่สุด ท่านอวยชัย กุลทิพย์มนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งให้ความกรุณา WOW Thailand เป็นอย่างสูง โดยท่านอนุญาตให้เราได้เข้าสัมภาษณ์และท่านเตรียมคำตอบต่างๆ ไว้ไขข้อข้องใจของประชาชนด้วยตนเอง

“เหมือนกับเราซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีของเรา คุณอาจจะเห็นว่าถูกดีจึงขนไปเลย 20 เรือน เมื่อเอาเข้าประเทศเขา คุณก็อาจจะไปถูกจับที่ประเทศเขาได้เพราะมันมีภาระภาษี อย่างประเทศเราภาษีนาฬิกา 5% แต่เมื่อคุณไปประเทศอื่นอาจจะไปเจอถึง 20% ก็ได้”

 

pic02

อวยชัย กุลทิพย์มนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 ย้อนกลับไปเรื่องป้ายคำเตือนเจ้าปัญหาซึ่งในที่สุดต้องถอดออกไปนั้น ท่านอวยชัยชี้แจงเพื่อความเข้าใจว่า “เรามีคำเตือนต่างๆ อยู่ในสนามบินอยู่แล้ว วีดีโอบนเครื่องการบินไทยก็มีประกาศว่าท่านสามารถนำของส่วนตัวเข้ามาได้ราคาไม่เกิน 10,000 บาท พอผ่าน ตม. เข้ามาถึงสายพานรับกระเป๋าก็ยังมีป้ายบอก มีมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ประเทศไทยมีสนามบินไม่ใช่เพิ่งมี แต่บางครั้งผู้โดยสารบอกว่าป้ายตัวเล็กนิดเดียว ทีหลังกรมก็แจ้งเตือนตอนขาออกด้วยสิ เราก็เลยไปทำป้ายตอนขาออกให้ก็เลยเป็นเรื่องเลยทั้งที่กฎก็มีอยู่แล้ว อยู่ที่ใครจะแปลเจตนาป้ายไปในทางดีหรือทางร้ายก็ได้ แต่ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือผู้ที่ทำการค้าโดยทุจริต พอเราสร้างปัญหาให้กับเขา เขาก็หามวลชนเท่านั้นเอง”

ท่านผู้อำนวยการให้ความรู้ต่อไปว่าหน่วยงานศุลกากรเป็นหนึ่งในสามหน่วยงานของกระทรวงการคลังซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บภาษีเพื่อพัฒนาประเทศอันได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร ดังนั้นท่านจึงอยากขอความร่วมมือท่านผู้โดยสารและประชาชนทั้งหลายให้ได้ตระหนักรู้ถึงหน้าที่ของตนเองในการเสียภาษีอากรให้แก่รัฐ

“เราเองเราก็ต้องคุ้มครองผู้ที่สุจริตในขณะเดียวกันก็ต้องปราบปรามผู้ที่หลีกเลี่ยงและเอาเปรียบสังคมเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นอยู่ในร่องในรอย ไม่ใช่ว่านาฬิกาบนข้อมือคุณซึ่งเป็นของใช้ส่วนตัวอยู่แล้ว ราคาแพง 2 ล้านบาทแล้วเราจะบอกว่าเอามาโดนจับ เอามาเสียภาษี ไม่ใช่ มันอยู่บนข้อมือคุณ มันเป็นของใช้ส่วนตัวคุณ เราจะไม่ไปแตะต้องเลย”

ต่อข้อคำถามว่าอย่างนี้หากนักสะสมนาฬิกาจะเดินทางไปต่างประเทศโดยพกนาฬิกาไปมากกว่าหนึ่งเรือนเพราะไม่อยากทิ้งไว้ที่บ้านเนื่องจากกลัวโจรขโมย หรือต้องการใส่ไปเยี่ยมชมโรงงานของแบรนด์นาฬิกาต่างๆ ควรจะทำอย่างไร ท่านอวยชัยตอบว่า “ของที่ถูกต้องอยู่ที่ไหนก็ถูกต้อง ของที่ผิดอยู่ที่ไหนก็ผิด กรมศุลกากรเรามีระเบียบวิธีการที่เรียบง่ายอยู่แล้วโดยผู้โดยสารท่านสามารถสำแดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เพียงกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มเพื่อไม่ให้มีปัญหาขณะเดินทางกลับเข้ามา หรือหากเป็นสินค้าที่จะนำไปแสดงต่างประเทศที่มีราคาเป็นล้านก็ทำใบขนขาออกเพื่อนำออกไปแล้วกลับเข้ามาโดยได้ยกเว้นเสียภาษี”

ในทางกลับกันหากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาจพกนาฬิกาเข้ามาหลายเรือนเพื่อใส่เที่ยว ใส่เล่นกีฬา ใส่ลงน้ำ ฯลฯ ตามประสาคนรักนาฬิกาก็ไม่ต้องกังวลเช่นกัน “เรามีช่องเขียวช่องแดง ช่องแดงสำหรับผู้ที่มีสินค้าต้องชำระภาษีหรือต้องการสำแดง การเดินเข้าช่องแดงไม่ได้แปลว่าคุณต้องเสียภาษีแล้ว เพียงแค่คุณต้องการมาทำพิธีการมาแจ้งความจำนง เช่น ทำใบขนหรือดีแคลร์เงินให้ถูกต้อง แต่ถ้าคุณมีของและเดินผ่านช่องเขียวคุณก็จะต้องโดนจับ”

“โทษความผิดหากท่านเข้าช่องเขียวและมีของซุกซ่อนอยู่จะถูกยึดของ แต่กระบวนการนี้มีหลายขั้นตอน ถ้าคุณถูกจับในช่วงระหว่างช่องกระจกจะถูกปรับสองเท่าของราคาของบวกอากร เช่น อากร 20% ของราคา 100 บาทก็ 240 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยคิดจากราคาของและอากรก่อนค่าปรับเป็นฐาน พร้อมทั้งยึดของด้วย ตามกฎหมายเราปรับได้ถึงสี่เท่า ดังนั้นถ้าเกิดไปเจอนอกช่องกระจกไปแล้วเช่นไปเจอในลานจอดรถคุณจะโดนสี่เท่าเต็ม เราก็มีกระบวนการไม่ใช่ว่าเราจะทีเดียวสี่เท่า เป็นไปตามลำดับขั้น”

ได้ฟังเช่นนี้แล้วผู้สุจริตก็คงจะโล่งใจและรู้สึกว่าหน่วยงานของกรมศุลกากรเป็นมิตรและมีหลักปฏิบัติที่เอื้ออำนวยสำหรับสถานการณ์ต่างๆ อยู่แล้ว ขอเพียงท่านตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังข้อมูลก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่ไม่ค่อยสุจริตนักหากได้มารับทราบข้อความนี้ก็คงจะร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน

ผู้อ่านที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระเบียบและพิธีการต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามที่หมายเลข 1164 หรือเปิดเว็บไซท์ www.customs.go.th

 

pic03

ห้องพิธีศุลกากรขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ด้านหลังแถวเช็คอิน G

 

These days, information (and disinformation) can, and have the tendency to, spread like wildfire on the Internet. That is why when the Thai Customs Department installed a certain warning sign in the departure hall of Suvarnabhumi Airport not too long ago, anonymous netizens were quick to share the message, and grumble about its implications.

The core message of the sign was to remind departing travelers to declare items, gifts and otherwise, worth over 10,000 Baht when re-entering Thailand or risk legal consequences. The bluntness of the written words has resulted in debates between law-abiding citizens, self-proclaimed experts and simply confused members of the public. The incidence has attracted the interest of the mainstream media and the sign was eventually removed – presumably to quiet the furor.

However, what remains is confusion among high-end watch buyers and users. Is there a chance we will be taxed for a watch originally bought in Thailand, but worn on the wrist out of the country? And, worse, how come some people say watches purchased from an overseas duty free shop are exempted from taxation when entering Thailand because it is “duty free”? How can that be true?

“That is a false understanding. Technically speaking, duty free shops at airports sell items which are free of duty in that particular country for travelers to buy and bring out of that country. When you bring those items back to Thailand, you are obligated to pay tax on such items,” says Auychai Kultipmontre, Director of Suvarnabhumi Airport Passenger Control Customs Bureau, Customs Department. The best person to bring clarity to these myths, Director Auychai very kindly granted us an interview to personally respond to all the frequently asked questions from the watch buying community.

“The same is true for purchases made at a duty free shop in Thailand. You may be drawn by the low price so you buy twenty watches. But you can be stopped at the next country you visit as you are obligated to pay tax there. Tax on watches in Thailand is five percent. However, tax on watches in that country can be as high as twenty percent.”

The Director shares a bit more on the history of informative and warning signage, saying, “These signs have been around ever since there are airports in Thailand. However, there were occasions when passengers complained about the small size and that they were too weary from their travels to read them upon their return. They asked why we did not put up signs in the departure hall as well and so we did — and you see what happened. The rules have always been there. It is up to people to interpret these signs positive or negatively. Those who are engaged in illegal activities are of course displeased by our actions and so they tried to rally support [on the Internet].”

He adds, “The Customs Department has the duty of protecting the innocent, while at the same time suppressing those who seek to evade the rules and take advantage of society. It is not that we will stop you for wearing a two million baht watch and tax you on that. It is your personal property on your wrist. We will not touch that.”

When asked about the correct practice watch collectors should observe when traveling with more than one watch, whether out of fear of burglary when away from home or with the intention to attend watch events or visit multiple manufacturers, Director Auychai assures, “An item which is legal is going to be legal wherever it is. An item which is illegal is also illegal regardless of its location. The Customs Department offers simple procedures one can follow with ease. Passengers can complete a form we have prepared to declare [their watches] before leaving the country to ensure there will be no hassle upon their return. Carnets can be issued for goods brought to a foreign country for display, even those worth over a million baht, so tax will be exempted when they are brought back to Thailand.”

Similarly, foreign tourists visiting Thailand may carry two or three watches with them for the different occasions and activities during their stay. The Director suggests, “We have the green and the red lanes [at the airport]. The red ones are for travelers with goods for which tax must be paid or with items to declare. Walking into a red lane does not mean that you necessarily have to pay tax. It means that you wish to complete a procedure or make a proper declaration. Walking through the green lane with [dutiable] goods can result in your detention.” The penalty involved is a fine of up to four times the price plus duty of the item, as well as the seven percent value added tax on the original price plus duty before the fine.

The Customs Department operates on the basis of fairness of established rules and transparent communication. All we need to do is read, observe and reciprocate that transparency. Please visit www.customs.go.th for more information on the rules and procedures.

By | 2017-05-14T10:41:34+00:00 December 27th, 2014|Insights, Reports|0 Comments

About the Author: