SLEEK PERSONA

Panerai เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่กับรูปลักษณ์เพรียวบางที่จะทำให้คุณแปลกใจ

 

นาฬิกาในโลกนี้มีจำนวนน้อยแบรนด์นักที่จะประสบความสำเร็จ และดูมีเสน่ห์อย่างลึกลับเท่า Officine Panerai ก่อนอื่นเลย เราต้องไม่ลืมว่าบริษัทอันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์นี้ ดำเนินกิจการอย่างเงียบๆ เพื่อผลิตนาฬิกาและอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับกองทัพเรืออิตาเลียนมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่แล้วเมื่อถึงยุคที่เปิดตัวสู่โลกภายนอก และจำหน่ายนาฬิกาให้กับพลเรือน Panerai ก็สามารถสร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วโลกได้ในเวลาไม่นาน

ณ เวลานั้น ผู้ซื้อนาฬิกาส่วนมากรู้สึกตื่นเต้นไปกับภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไปของ Panerai ส่วนผู้บริโภคอื่นๆ ที่ไม่ได้สะสมนาฬิกาก็หลงใหลในดีไซน์เรียบเกลี้ยงนี้เช่นกัน จนในที่สุดกลายเป็นนาฬิกายอดฮิตในวงกว้าง

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนาฬิกา Panerai มีตัวเรือนขนาดใหญ่และหน้าตาดุดัน สมกับการใช้งานทางทหารที่เรื่องความสะดวกและความชัดเจนต้องมาก่อน จนอาจกล่าวได้ว่า Panerai มีส่วนปลุกให้เกิดกระแสความชอบนาฬิกาเรือนโตในช่วงทศวรรษที่แล้วด้วย ความแหวกแนวเช่นนี้เองทำให้ Panerai มีทั้งสาวกที่คลั่งไคล้และเสียงค้านที่วิจารณ์ต่อต้าน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นถึงเพียงนี้

ดีที่แบรนด์นาฬิกาจากฟลอเรนซ์แบรนด์นี้ไม่เคยหลงทางแต่อย่างใด มีแต่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งด้วยรายได้ที่เกิดจากความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ จนถึงการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองเนอชาแตล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นำไปสู่การผลิตเครื่องแบบอินเฮ้าส์ของตนเอง และการขยายไลน์นาฬิกา Luminor และ Radiomir ด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นมากมาย

ล่าสุดนี้เราได้เห็นนาฬิกาอย่าง Luminor 1950 Tourbillon GMT Titanio 47 mm PAM00578 หรือที่มีชื่อเรียกว่า “Lo Scienziato” และนาฬิการุ่น Radiomir 1940 Minute Repeater Carillon Tourbillon GMT Oro Rosso 49 mm PAM00600 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า Panerai ได้เดินทางมาแสนไกลแล้ว จากเดิมที่ผลิตแต่นาฬิกาไขลานที่บอกเพียงเวลาอย่างเดียวเป็นหลัก

คอลเลคชั่น Luminor Due ใหม่ของ Panerai ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงด้วยรูปลักษณ์ตัวเรือนใหม่ พื้นฐานของการออกแบบคือตัวเรือนทรง Luminor 1950 แบบเดิม แต่ทำให้บางลงเกือบ 40% จนมีน้ำหนักเบาขึ้นด้วยโดยปริยาย แต่ยังคงรายละเอียดสำคัญไว้ครบถ้วนโดยเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันพิเศษที่กดทับเม็ดมะยมก็ยังคงอยู่

02PAM00677

03เครื่องแบบสเกเลตั้นของในนาฬิการุ่น PAM00677

นี่คือการผสมผสานอย่างลงตัวอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างการออกแบบอันไร้ที่ติสไตล์อิตาเลียน และความล้ำลึกของการประดิษฐ์นาฬิกาตามแบบฉบับสวิส จนต้องตั้งชื่อว่า Due ซึ่งเป็นคำในภาษาอิตาเลียน อ่านออกเสียงว่า “ดูเอ้” และหมายถึงเลข “สอง” หรือเวอร์ชั่นใหม่ของ Luminor นั่นเอง ตัวเรือนมีสองขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาด 42 มม. ที่มาพร้อมกับเครื่องไขลาน และขนาด 45 มม. ที่มาพร้อมกับเครื่องออโต้ ส่วนวัสดุตัวเรือนนั้น ทั้งสองขนาดมีตัวเรือนสเตนเลสสตีลหน้าปัดซันเรย์สีดำ และตัวเรือนเร้ดโกลด์หน้าปัดซันเรย์สีแอนธราไซท์ให้เลือกซื้อตามความชอบ

สำหรับรุ่นขนาด 42 มม. นี้ ดูจะเหมาะกับข้อมือคนทั่วไป แม้แต่ผู้หญิงก็ยังใส่ได้ แถมยังเป็น Luminor ที่บางที่สุดเท่าที่ Panerai เคยผลิตมาด้วย เพราะวัดความหนาได้เพียง 10.5 มม. แต่อย่าเข้าใจผิดไปว่า Panerai จะทำให้ Due นี้เป็นนาฬิกาสไตล์อัลตร้าธิน เพราะจุดประสงค์ในการออกแบบ คือ การทำให้ Luminor เพรียวบางลงเสียมากกว่า ประหนึ่งว่าจะให้ใส่กับเครื่องแบบปกติขาวเพื่อไปออกงาน ไม่ใช่ชุดลายพรางเพื่อไปออกรบ

Luminor Due 3 Days Acciaio 42 mm PAM00676 ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ทำงานด้วยเครื่องคาลิเบอร์ P.1000 ซึ่งมีบาลานซ์บริดจ์ขนาดใหญ่ ติดตั้งมั่นคงบนตัวเรือนด้วยการยึดตรึงจากทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หรือหากใครเลือกซื้อ Luminor Due 3 Days Oro Rosso 42 mm PAM00677 ตัวเรือนเร้ดโกลด์ก็จะได้ชื่นชมความงามของเครื่องคาลิเบอร์ P.1000/10 ที่มีการแกะแบบสเกเลตั้นอย่างสวยงาม เมื่อต้องการตั้งเวลา เครื่องนาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้จะดีดเข็มวินาทีกลับไปที่ตำแหน่งศูนย์โดยอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกและความแม่นยำสูงสุด กำลังลานสำรองเหลือเฟือ 72 ชั่วโมง

04ภาพด้านหน้าและหลังของ PAM00676

P1000_Cat_Dett02_Cบาลานซ์บริดจ์ที่มั่นคงของเครื่องรุ่น P.1000

สำหรับผู้ที่ติดใจนาฬิกาเรือนโตแบบไม่คิดปันใจ คงจะต้องเลือกรุ่นขนาด 45 มม. รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ได้แก่ Luminor Due 3 Days Automatic Acciaio 45 mm PAM00674 ตัวเรือนสเตนเลสตีลซึ่งหนากว่ารุ่นไขลานเพียงเล็กน้อย วัดความหนาได้เพียง 10.7 มม. ทั้งนี้ก็เพราะเครื่องคาลิเบอร์ P.4000 เป็นเครื่องนาฬิกาแบบออโต้ที่บางที่สุดของ Panerai จุดเด่นอยู่ที่ไมโครโรเตอร์แบบติดตั้งเยื้องจุดศูนย์กลาง ซึ่งช่วยลดความหนาของเครื่องได้เป็นอย่างมาก

รุ่นสุดท้าย คือ Luminor Due 3 Days Automatic Oro Rosso 45 mm PAM00675 ตัวเรือนเร้ดโกลด์ ทำงานด้วยเครื่องแบบสเกเลตั้น คาลิเบอร์ P.4000/10 มีไมโครโรเตอร์ผลิตจากทอง 22 กะรัต แกะลายคลูส์เดอปารีส์ดูสวยงาม โดยที่คาลิเบอร์ P.4000 และ P.4000/10 นี้มีกำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมงทั้งคู่ และมีระบบรีเซ็ทเข็มวินาทีเหมือนเครื่องไขลานที่ใช้ในรุ่นขนาด 42 มม.

นาฬิกา Luminor Due ทั้งสี่รุ่นที่เปิดตัวในปีนี้กันน้ำได้ถึงระดับความลึก 30 เมตร มาพร้อมกับการรับประกันนานสองปี เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าเรือนเวลาเหล่านี้พร้อมจะไปกับคุณในทุกโอกาส ไม่ว่าจะออกงานหรูหรือลำลองสบายๆ ไม่ว่าจะใส่หล่อๆ อยู่ในเมืองหรือใส่ไปเที่ยวต่างจังหวัด Due เรือนนี้อาจเป็น Panerai เรือนแรกของคุณ หรือหากคุณมี Panerai อยู่หลายเรือนแล้วก็สามารถมอง Due ได้เช่นกัน เพราะรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากคอลเลคชั่นอื่นๆ พอสมควร

เรื่องราวของ Panerai นั้นมีรายละเอียดต้องศึกษามากมาย ทั้งมิติทางด้านเทคนิคและประวัติศาสตร์ ทางที่ดี คุณควรจะไปลองชมนาฬิการุ่นต่างๆ ที่บูติคเสียก่อน เพื่อให้สัมผัสถึงอารมณ์ของนาฬิกา Panerai ได้ จากนั้นจึงค่อยๆ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือหรือโบรชัวร์ของทางแบรนด์ เพราะว่าการเลือก Panerai เพียงรุ่นเดียวย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละรุ่นก็น่าสนใจทั้งนั้น ยิ่งเมื่อคำนึงถึงระดับราคาแล้ว เราในฐานะผู้ซื้อนาฬิกาก็ควรจะทำการบ้านอย่างดีก่อนจะตกลงปลงใจ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดในระยะยาว

Few watch brands are as mystical, successful and polarising as Officine Panerai. Remember, first of all, that the firm operated in absolute secrecy for longer than half their existence. Yet when it came time for Panerai to emerge from their shroud, their global popularity rose to phenomenal heights.

The first civilian Panerai watch models resonated with the watch crowd who yearned for something with a difference. Meanwhile, non-watch consumers could not help but be attracted to the spartan, iconic design as a stylish and fashionable accessory.

Certainly, this had to do with Panerai watches being unapologetically big and bold. This was natural for them, as the timepieces and tools they developed for the Italian Navy had to be larger for enhanced legibility. It is not an exaggeration, then, to say that Panerai contributed considerably to the oversized watch trend of the 2000s. Its non-conformity to the ordinary earned them both cult following and occasional opposition, as should be expected for an item evoking strong emotions.

Throughout this time, the brand from Florence never lost their way, thankfully. Their commercial success enabled them to establish a new manufacturing facility in Neuchâtel, Switzerland, introduce in-house movements, and broaden their Luminor and Radiomir families of watches with new aesthetic and mechanical variations.

Some of Panerai’s most recent launches include the “Lo Scienziato” Luminor 1950 Tourbillon GMT Titanio 47 mm PAM00578 and the Radiomir 1940 Minute Repeater Carillon Tourbillon GMT Oro Rosso 49 mm PAM00600. They have come a very long way since the time-only and mostly hand-winding watches for which they were once known.

06PAM00674

07ไมโครโรเตอร์ของเครื่องรุ่น P.4000

Luminor Due is bringing a new kind of change through form, rather than function. Introduced in May this year, the title “Due” is Italian for “two”, hence the pronunciation “doo – eh”. This new collection marks a contemporary yet faithful reinterpretation of the classic Luminor 1950 design. Case thickness is reduced by almost 40%, which means the watches are lighter, while important features such as the crown protection device are retained. These new timepieces epitomise the marriage of unfalsifiable Italian design and resourceful Swiss watchmaking tradition. They come in two sizes of 42 mm (with hand-winding movement) and 45 mm (with self-winding movement). Material choices of stainless steel (with a black sunray dial) and red gold (with an anthracite sunray dial) are available for both case diameters.

The two 42 mm models are the slimmest Luminor watches ever, at the thickness of only 10.5 mm. But make no mistake – they are not conceived to be ultra thin watches per se. More correctly, the Luminor Due should be regarded as a sleek, refined Luminor – a watch to pair with an officer dinner dress uniform, not battledress, if you will appreciate the allegory. This size is suitable for most watch wearers, including ladies.

The Luminor Due 3 Days Acciaio 42 mm PAM00676 in stainless steel features the standard Calibre P.1000 whose large balance bridge is secured by the twin supports for optimal stability. Customers choosing the Luminor Due 3 Days Oro Rosso 42 mm PAM00677 in red gold will be mesmerized by the skeletonised version of this same movement – the Calibre P.1000/10. When setting the time on these watches, the second resets to zero instantly for convenient and perfect synchronisation with a reference time signal. The ample power reserve provides for 72 hours.

For those who prefer a larger presence on their wrist, either of the 45 mm models should do the trick. The Luminor Due 3 Days Automatic Acciaio 45 mm PAM00674 in stainless steel manages to be only marginally thicker at 10.7 mm, despite being self-winding, thanks to the use of Calibre P.4000. This is the thinnest calibre of its kind from Panerai, with a prominent feature being the off-centred micro rotor that keeps movement thickness to the minimal.

Similarly, the red gold version Luminor Due 3 Days Automatic Oro Rosso 45 mm PAM00675 boasts the movement in skeletonised fashion, dubbed the self-winding Calibre P.4000/10. Here, the micro rotor is made of 22K gold and adorned with clous de Paris decoration. Both the P.4000 and the P.4000/10 offer the same 72-hour power reserve and the seconds reset function as found in the above movements for the 42 mm models.

08PAM00675

09ภาพด้านหลังของ PAM00675

All four Luminor Due models launched this year are water resistant to the rating of 30 metres. Protected by a two-year warranty for your peace of mind, they are ready to be your companion for most life situations, whether formal or casual, urban or rustic. First-time Panerai buyers may find the Due to be perfect point of entry, and existing owners are welcome to consider them as a viable next purchase.

The universe of Panerai is rich, expanding constantly with each passing year. In order to wrap your mind around this, it is advisable to first visit the nearest boutique. This will give you hands-on experience with the models in stock, as well as access to authorised brand literature from which you can study their collection families at your own pace. Choosing only one Panerai is never easy. And at this price level, you owe it to yourself to conduct “due” diligence – no pun intended!

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 November 17th, 2016|Insights|0 Comments

About the Author: