RETURNING FAVOURITE

การกลับมาของสีส้มที่มีความหมายในอารมณ์วินเทจของ Omega Speedmaster

จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นคอลเลคชั่นนาฬิกา Speedmaster ของ Omega มีรุ่นที่ใช้สีส้มตกแต่งและมีแถบนาทีที่ดูสปอร์ตกว่าปกติอยู่เป็นระยะ เริ่มแรกเลยก็มีรุ่นดั้งเดิมที่ใช้ดีไซน์นี้ในปี ค.ศ. 1968 ก่อนที่จะมี Speedmaster Mark II (ทั้งตัววินเทจและตัวสมัยใหม่) และยังมีรุ่นลิมิเต็ดที่ทำให้ตลาดญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2004 ด้วย ทุกครั้งที่ผลิตออกมาก็เป็นที่ชื่นชอบของตลาด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราได้เห็นดีไซน์นี้กลับมาอีกครั้งในไลน์ Speedmaster รุ่นปัจจุบันที่ใช้เครื่องออโต้ เรียกว่าสิ้นสุดการรอคอยเลยก็ว่าได้

Speedmaster Automatic เรือนนี้เปิดตัวเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มล่วงหน้าก่อนที่งาน Baselworld จะเริ่มขึ้นจริง เห็นเหมือนไม่มีอะไรอย่างนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่ของที่ทำกันง่ายๆ เพราะมีปัญญาคิดจะทำของใหม่เท่านั้นไม่พอ ยังต้องรู้จักเคารพในดีไซน์ดั้งเดิมที่มีมาก่อนหน้าด้วย ดังนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับทีมออกแบบรุ่นใหม่ของ Omega ที่แม้ว่าอายุจะยังน้อยกันแต่ทำการบ้านมาดี ศึกษาของเก่าแบบถ่องแท้ และรู้จักใช้สีให้เป็นประโยชน์ได้ถูกต้อง กล่าวคือ เข็มบอกเวลาทั้งสามเป็นสีส้ม ในขณะที่เข็มจับเวลาทั้งสามเป็นสีขาว แยกแยะชัดเจนอย่างนี้ถือว่าดีงามแล้ว หลักชั่วโมงเป็นไวท์โกลด์และสามารถเรืองแสงได้ แถมแต้มสี่เหลี่ยมส้มไว้เล็กๆ บนรอบนอกพอเป็นพิธี

เราเชื่อว่าเสียงบ่นเรื่องความหนาของนาฬิการุ่นใหม่ๆ นั้นเข้าหูไม่ใครก็ใครที่ Omega และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามปรับปรุงแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีการลดความหนาลงด้วยการปรับดีไซน์ของแซฟไฟร์คริสตอลใหม่ และมีการขยายวงหน้าปัดย่อยเพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องนี้ขอติดไว้ก่อน เอาไว้เมื่อเราได้จับเรือนจริงแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งว่าต่างจากเดิมจริงหรือไม่

นาฬิกา Speedmaster Automatic ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.25 มม. หน้าปัดเป็นสีดำด้าน สวมใส่ด้วยสายหนังสีดำแบบเจาะรูให้เห็นแกนกลางที่เป็นยางสีส้มอยู่ข้างใน เครื่องที่ใช้เป็นเครื่องออโต้รุ่น 9900 ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานระดับมาสเตอร์โครโนมิเตอร์แล้วโดย METAS


————————————————–

The history of Omega’s Speedmaster collection is sporadically dotted with models featuring orange accents and a more dynamic minute track. The original version from 1968 comes readily to mind, as well as the Speedmaster Mark II (both vintage and current) and the 2004 limited edition made for the Japanese market. The market acknowledged each variant with a warm embrace, and it was only a matter of time until Omega injects the design into their current line-up of self-winding Speedmaster watches. That time has arrived.

Released as a pre-Basel product, this brand new model bears the simple name of Speedmaster Automatic. But what is not so simple about it is the styling, because reworking a classic requires not only creativity but also respect. That is why the young people on Omega’s design team should be commended for getting this right, in terms of historical lineage and practical usage. The three time-telling hands are all in orange, for reading against luminous white gold hour markers, which are aided by a small square in the same orange hue. Meanwhile, the three chronograph hands are logically executed in white so there can be no confusion.

Someone at Omega must have been paying attention to the feedback they received in recent years as well. Preliminary information indicates that the overall thickness is reduced, mainly from the revised design of the sapphire crystal, and that the subdials are now made larger for improved legibility. We will reserve our judgment until we have had first-hand experience with the watch.

The 44.25 mm stainless steel Speedmaster Automatic features a matte black dial worn on a black leather strap whose perforation reveals the orange rubber section inside. Powered by the self-winding Calibre 9900, it is certified for compliance with the Master Chronometer standard by METAS.

By | 2017-03-17T16:24:59+00:00 March 17th, 2017|Highlights|0 Comments

About the Author: