KEEP IT COOL

เรือนเวลาปฏิวัติวงการในอดีตที่ยังคงน่าตื่นตาตื่นใจในวันนี้
WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA

วงการนาฬิกาเมื่อปี ค.ศ. 1957 นั้นมีบรรยากาศที่แตกต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างมาก นาฬิกาส่วนมากเป็นทรงกลม จะมีทรงสี่เหลี่ยมบ้างก็เพียงจำนวนหนึ่ง จนกระทั่ง Hamilton เปิดตัว Ventura ในฐานะเรือนเวลาปฏิวัติวงการทั้งในแง่ของรูปลักษณ์และกลไก

Ventura ในวันนั้นเป็นนวัตกรรมทางด้านเทคนิคที่มีความสำคัญเพราะใช้เครื่องนาฬิกาแบบไฟฟ้าซึ่งมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงพัฒนาการที่อยู่ภายในนั้น Hamilton จึงออกแบบตัวเรือนให้ล้ำสมัยดูแปลกตาอีกด้วย ตัวเรือนที่ว่านี้มีรูปทรงเหมือนสามเหลี่ยมมนๆ ที่มียอดแหลมชี้ไปทางด้านซ้าย แต่ถ้าจะยึดตามคำเรียกของ Hamilton เองเขาจะบอกว่าตัวเรือนนี้มีรูปทรงเหมือนกับโล่

ภาพเอลวิส เพรสลีย์ จากกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Blue Hawaii เมื่อปี ค.ศ. 1961

แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร สุดท้ายแล้วผู้คนก็รู้จักกับนาฬิกา Ventura นี้ในนามนาฬิการุ่นเอลวิส เพราะเป็นนาฬิกาคู่ใจรุ่นหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของราชาแห่งร็อคแอนด์โรลผู้นี้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นนอกจากเรื่องเทคโนโลยีและรูปลักษณ์แล้ว ใครก็ตามที่ซื้อนาฬิกา Ventura ในวันนั้นก็ยังได้ความหล่อแถมไปด้วย เพราะนี่คือนาฬิการุ่นเดียวกันกับที่เอลวิส เพรสลีย์ใส่เลยทีเดียว และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ซื้อ Hamilton Ventura ในวันนี้ ของแถมอีกต่อก็คือประวัติศาสตร์ทั้งหมดนี้นั่นเอง

ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของคอลเลคชั่นดังกล่าวในปีนี้ Hamilton ได้เผยโฉมนาฬิกา Ventura ใหม่ในสามสไตล์ด้วยกัน จะเรียกว่าเป็นตัวแทนสำหรับอดีต ปัจจุบันและอนาคตก็ว่าได้

 

Ventura Classic L (H24301511) และ Ventura Classic S (H24101511) สายหนังพิมพ์ลายกิ้งก่า ราคา 34,500 บาท

หากใครชอบลุคเดิมๆ อยากได้เหมือนรุ่นออริจินอลที่สุดก็ต้องเลือก Ventura Classic เครื่องควอตซ์รุ่นสายหนังที่ผลิตเป็นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลผ่านกระบวนการพีวีดีสีเหลืองจนดูเหมือนเป็นเยลโลว์โกลด์ หน้าปัดสีขาวใต้มิเนอรอลคริสตอลมีสัญลักษณ์กระแสไฟฟ้าเหมือนดีไซน์ดั้งเดิม ครบเครื่องความวินเทจด้วยสายหนังสีน้ำตาลและบานพับแบบปีกผีเสื้อสวมใส่สบาย

 

Ventura L (H24411941) สายเดนิมสีน้ำเงิน ราคา 33,500 บาท

สำหรับคนรุ่นใหม่ (หรือหัวใจยังเด็กก็ว่า) Hamilton ก็มี Ventura Classic อีกแบบ ตัวเรือนสเตนเลสสตีล สวมใส่ด้วยสายเดนิมสีน้ำเงินพร้อมหัวเข็มขัด ดูแล้วร่วมสมัย แปลกตา แต่ไม่ทิ้งความเป็น Ventura ไปแม้แต่น้อย ตัวเรือนมีสองขนาดเช่นเดียวกัน ได้แก่ ขนาดใหญ่ 32.3 x 50.3 มม. และขนาดเล็ก 24 x 36.5 มม. หน้าปัดผลิตด้วยการพิมพ์แบบสามมิติจนได้ลวดลายเหมือนเป็นผ้ายีนส์จริงๆ คริสตอลเป็นแบบมิเนอรอลเช่นเดียวกันกับรุ่นตัวเรือนพีวีดีสีเยลโลว์โกลด์ข้างต้น

 

Ventura Skeleton (H24555381) ราคา 61,000 บาท

และรุ่นสุดท้ายนี้จะเรียกว่าเป็นดาวเด่นก็ได้ Ventura Skeleton ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาดใหญ่ 42.5 x 44.6 มม. กันน้ำ 50 เมตรเหมือน Ventura Classic แต่ใช้แซฟไฟร์คริสตอลและเครื่องนาฬิกาเป็นแบบจักรกลรุ่น H-10-S ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 80 ชั่วโมง มองเห็นได้บางส่วนผ่านทางช่องที่เจาะไว้บนหน้าปัด สวมใส่ด้วยสายยางสีดำหรือสายสเตนเลสสตีล

เรามองว่า Hamilton Ventura เป็นนาฬิกาที่ใส่สนุก มีตัวตนชัดเจน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นนาฬิกาที่มีความซับซ้อนทางกลไกแต่ก็มีพื้นที่ยืนในประวัติศาสตร์นาฬิกาอเมริกันและแวดวงนาฬิกาของโลกในภาพรวม ถ้าหากคุณอยากได้นาฬิกาสักเรือนที่ดูแตกต่างจากนาฬิกาทั่วไป มีความขบถเบาๆ ลองมาทำความรู้จักกับเรือนเวลาในตำนานรุ่นนี้ก็ดี

————————————————–

The watch market in 1957 could not be more different than that of modern times; round mechanical watches were the norm and rectangular ones somewhat different. And Hamilton presented the Ventura as a totally revolutionary alternative on two levels.

First, it was a technical novelty in the sense that the movement was electrical and battery-powered. Second, to further underscore this inner advancement, the case shape was made unusual and futuristic. The design, for the lack of a more precise term, should be described as “curved triangle” with the apex pointing to the left. Hamilton sometimes refers to it as the shield shape though.

With that said, where popular culture is concerned, the watch is practically known as the Elvis watch. The preeminent American singer and actor Elvis Presley was an icon for that generation. And he was dubbed as the King of Rock and Roll for good reasons. Suffice to say, a watch he wore would have been noticed as well, and one of them was the Hamilton Ventura. So, in addition to the technology and distinctive shape, customers buying the watch at that time got the associated cool effect as well. Bingo!

Consequently, Hamilton Ventura owners of today are fortunate to have the element of history as a bonus, on top of the above. Several models are available in various sizes and guises. For the 60th anniversary this year, three more models provide very different interpretations. They can be said to represent the past, the present and the future of the collection.

The Ventura Classic on the leather strap is most faithful to the original. Produced in two sizes of S and L, the quartz watch is in fact stainless steel but given a yellow PVD coating to impart the visual appearance of yellow gold. A mineral crystal offers reasonable protection for the white dial, which bears an electrical current symbol. This elegant and unmistakably vintage package comes with a brown teju-patterned leather strap and a butterfly clasp.

For younger wearers (and those who are young at heart), Hamilton proposes another variation of the Ventura Classic in polished stainless steel with a blue denim strap and pin buckle. It is different and fashionable but still every bit a Ventura. Again, two sizes are offered like the yellow PVD models: 32.3 x 50.3 mm for L and 24 x 36.5 mm for S. The dial, executed with a 3D printing technique, reproduces the jeans pattern – this is similarly protected by the mineral crystal as well.

The last model, and a star in its own right, the stainless steel watch Ventura Skeleton comes in only one large size of 42.5 x 44.6 mm. It shares the same 50 metres water resistance rating as the prior Ventura Classic models, but differs with the use of a sapphire crystal and mechanical movement. The latter is Hamilton’s self-winding Calibre H-10-S with 80 hours of power reserve – it is partially visible through the skeletonised dial. This Ventura Skeleton is worn on either a black rubber strap or a stainless steel bracelet.

For us, the Hamilton Ventura is a fun watch with a strong degree of personality. It may not be categorised as a complicated or sophisticated watch, but it does have its own place both in the popular history of the United States and the global watch scene. If you feel the need to be a little different and subtly rebellious, check out this timeless legend.

 

By | 2017-08-17T07:39:59+00:00 August 17th, 2017|Highlights|0 Comments

About the Author: