DISCREET PRIDE

Grand Seiko ไม่ใช่นาฬิกาสำหรับทุกคน และทุกคนไม่จำเป็นต้องมี Grand Seiko เพื่อจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักสะสมนาฬิกา
WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA

การนั่งเครื่องบินระยะทางไกลเป็น 10 ชั่วโมงทำให้เราได้อยู่กับตนเองมากกว่าปกติ ผมมักใช้ช่วงเวลานี้ทำงานบทความที่ตั้งใจมานานแต่ไม่ได้เริ่มเสียที เที่ยวบินของผมจากลอสแองเจลิสกลับมาโตเกียวเมื่อวันก่อนนี้ก็เช่นเดียวกัน และบังเอิญว่าเป็นสายการบินของญี่ปุ่นด้วย ตั้งแต่ขึ้นเครื่องก็ได้เห็นความงดงามและประสิทธิภาพในการทำงานตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่น จึงทำให้นึกอยากเขียนเกี่ยวกับนาฬิกา Grand Seiko ทั้งในภาพรวมของแบรนด์และเจาะจงเฉพาะรุ่น SBGR099 ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. ที่ผมซื้อมาเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้ผู้เริ่มสนใจนาฬิกาได้เห็นว่าเหตุใดนักสะสมจำนวนมากในเอเชียและยุโรปจึงยอมจ่ายราคาค่าตัวระดับนาฬิกาสวิสเพื่อให้ได้มาซึ่งนาฬิกาญี่ปุ่นตระกูลนี้

Grand Seiko คือความภาคภูมิใจของทั้งผู้ผลิตและคนรักนาฬิกาที่เป็นผู้ใช้ ชื่อนี้เริ่มมีปรากฏตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ในฐานะนาฬิการะดับไฮเอ็นด์ของ Seiko ที่เน้นเรื่องความประณีตและความเที่ยงตรงที่สูงเป็นพิเศษ แน่นอนว่าราคาค่าตัวก็ย่อมต้องสูงตามด้วยเช่นกัน ปัจจุบันราคาป้ายอยู่ในระดับแสนกลางถึงสองแสนกลางโดยประมาณ แต่เวลาใส่ไปที่ใดแล้วคนทั่วไปจะนึกว่าเป็น Seiko ที่ราคาไม่แพง จะมีก็เฉพาะคนที่รู้จักนาฬิกาจริงๆ เท่านั้นที่จะดูออกว่านี่คือ Grand Seiko

มาถึงจุดนี้หลายคนอาจถามว่าแล้วจะซื้อไปทำไม ใส่ไปก็ไม่มีใครรู้จัก นี่คือจุดแตกหักเลยว่าคุณจะเป็นเจ้าของ Grand Seiko ได้หรือไม่ เพราะลูกค้า Grand Seiko นั้นย่อมไม่ได้ซื้อหรือใส่นาฬิกาเพื่อเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ หากแต่มองเป็นงานประดิษฐ์ที่มีความพิถีพิถัน หรือเป็นของสะสมที่มีความหมายสำหรับตนเอง แล้วยิ่งเมื่อคนนอกวงการดูแล้วไม่รู้ราคาจึงยิ่งรู้สึกว่ามีความพิเศษกว่ากรณีที่ดูแล้วรู้อีกต่างหาก

จากที่ได้พูดคุยกับผู้ที่มีหรือคิดอยากมี Grand Seiko ไว้ในครอบครอง พบว่าหลายท่านมีมุมมองคล้ายกัน คือ ประทับใจฝีมือการขัดแต่งเครื่องนาฬิกาเป็นอันดับแรก เพราะสำหรับลูกค้าระดับนี้แล้ว เขาไม่ได้มองแค่ว่านาฬิกาเรือนหนึ่งมีฝาหลังใสเพื่อโชว์เครื่องหรือไม่ แต่เครื่องนั้นจะต้องงามขนาดที่ควรค่าแก่การโชว์แต่แรกด้วย หากคุณสนใจจะเปรียบเทียบก็ให้พลิกด้านหลังนาฬิการะดับหลักพัน หลักหมื่นและหลักแสนต้นหลายๆ รุ่นดูก็จะเห็นความแตกต่างที่ว่านี้อย่างชัดเจน ความละเอียดที่แตกต่างนี้เห็นกันตั้งแต่ระดับตาเปล่าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อใช้แว่นขยายส่องก็จะพบด้วยว่าเครื่องนาฬิกาที่ประกอบด้วยความบรรจงนั้นจะไม่มีริ้วรอยขีดข่วนจากเครื่องมือบนเนื้อโลหะ และไม่มีเศษฝุ่น เส้นใย หรือคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนแต่อย่างใด

ประเด็นรองลงมาที่คนพูดกันถึง Grand Seiko ก็คือการขัดแต่งตัวเรือน ตรงนี้จะเรียกว่าเป็นจุดขายจุดหนึ่งของเขาก็ว่าได้ เพราะทางแบรนด์มีการสื่อสารว่าเขาใช้เทคนิคที่เรียกว่าซารัตสึซึ่งเป็นกระบวนการที่สืบทอดมาจากวิธีการขัดดาบซามูไรของญี่ปุ่น ทำให้ได้พื้นผิวโลหะที่มีความเงางามเป็นพิเศษราวกับจะเป็นกระจกเงาอยู่แล้ว โดยมากจะใช้การขัดเช่นนี้บริเวณขอบตัวเรือนและแถบด้านข้างตัวเรือน ยิ่งเมื่อปรากฏอยู่เคียงข้างพื้นผิวที่ขัดเป็นลายเส้นละเอียดแล้วยิ่งเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมาก


แต่สิ่งที่ประทับใจผมมากยิ่งกว่ากลับเป็นหน้าปัด ตลอดจนหลักชั่วโมงและเข็มบอกเวลา เพราะ Grand Seiko ทำได้ดีจริงๆ ที่สำคัญ เข็มและหลักชั่วโมงของ Grand Seiko ทุกรุ่นมีการยกเหลี่ยมอย่างสวยงาม เมื่ออยู่บนหน้าปัดแล้วจึงล้อเล่นกับไฟอย่างเต็มที่ ทำให้เราอ่านค่าเวลาได้ชัดเจนแม้ในกรณีที่หน้าปัดเป็นสีเงินเหมือนกัน และหากเห็นว่ารุ่นใดมีเข็มวินาทีเป็นสีน้ำเงินก็บอกได้เลยว่าเป็นเข็มบลูด์สตีลที่เกิดจากการนำเข็มไปนาบบนเหล็กร้อนตามธรรมเนียมแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมจริงๆ ไม่ใช่เพียงเคลือบสีน้ำเงินเพื่อเอาใจคนที่เริ่มเล่นนาฬิกาเท่านั้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แซฟไฟร์คริสตอลแบบเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนอยู่ด้านในจึงทำให้ผู้สวมใส่ชื่นชมนาฬิกาของตนได้ในทุกมุมมอง


มาถึงเรื่องความเที่ยงตรงกันบ้างเพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเจ้าของนาฬิกาทุกคน นาฬิกา Grand Seiko ไม่ได้ส่งไปรับการทดสอบความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์โดย COSC ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็จริง แต่มีการควบคุมคุณภาพในโรงงานของตนเองให้อยู่ในช่วง +5/-3 วินาทีต่อวัน ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งกว่าโครโนมิเตอร์อยู่สองวินาที เนื่องจากโครโนมิเตอร์ยังอนุญาตถึง +6/-4 วินาทีต่อวัน

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ใส่ Grand Seiko SBGR099 มาราวครึ่งปี พบว่าเครื่องออโต้รุ่น 9S61 ที่มีกำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมงในเรือนของผมนี้เดินเร็วเพียงวันละหนึ่งหรือสองวินาทีเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าตอนกลางคืนผมวางนาฬิกาตะแคงข้างไว้ในถาดหรือสวมหมอนแล้ววางหงายหน้าปัดขึ้นอยู่ในกล่อง ถือว่าน่าพอใจมากเพราะนาฬิกาสวิสและนาฬิกาเยอรมันก็ใช่ว่าจะตรงขนาดนี้ได้ทุกเรือน นี่ขนาดยังไม่ใช่เครื่องนาฬิกา Grand Seiko ที่ทำงานในแบบความถี่สูงหรือ Hi-Beat หรือเครื่องนาฬิกาจักรกลแบบไฮบริดเฉพาะของ Grand Seiko ที่มีชื่อว่า Spring Drive ซึ่งสามารถมอบความเที่ยงตรงได้สูงถึงระดับ +1/-1 วินาทีต่อวันทีเดียว

เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Grand Seiko ยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความใส่ใจของพนักงานผลิตทุกระดับ การควบคุมคุณภาพ ฯลฯ ไว้มีโอกาสเมื่อไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง วันนี้ขอสรุปเพียงว่า Grand Seiko ไม่ใช่นาฬิกาสำหรับทุกคน และทุกคนไม่จำเป็นต้องมี Grand Seiko เพื่อจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักสะสมนาฬิกา เพราะในตลาดก็ยังมีแบรนด์อื่นอีกมากมาย เพียงแค่ว่าผมไม่อยากให้คุณมองข้ามตัวเลือกที่น่าสนใจนี้ไปโดยยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยก็เท่านั้นเอง

————————————————–


Long flights of 10 hours or so give us more time than usual to be with ourselves. I like to spend the mid-section of such trips working on articles I have in mind but never got around to while on the ground. My latest flight from Los Angeles to Tokyo followed this pattern. And with it being one on a Japanese airline, I was inspired by the archetypal beauty and efficiency of the country’s service culture to write about the Grand Seiko, particularly the SBGR099 model in 42 mm stainless steel that I bought last year. The article is intended to show why numerous collectors in Asia and Europe are willing to pay Swiss prices for this particular line of Japanese watches.


The pride in Grand Seiko is shared by its maker and users. First appearing in 1960, the name marks the watch as a high-end timepiece from Seiko with a special emphasis on craftsmanship and accuracy. The price is accordingly higher. Grand Seiko watches in Thailand retail at an average of 200,000 Baht, plus or minus approximately 50,000 Baht. But on the wrist, most everyone will not know that it is not a regular affordable Seiko watch. It takes an informed collector to tell the crucial difference.

This is a breaking point of buying a Grand Seiko. If the idea of wearing an inconspicuous watch does not appeal to you, this is not the right watch. Grand Seiko customers must be people who do not care whether or not they are perceived as wealthy, people who buy watches as finely crafted or collectible items, and people who are excited by the idea of having the timepiece on their wrist recognised only by those in the know.


I have been talking to many Grand Seiko owners. Most cited the movement finishing as the primary attraction. For customers at this level of sophistication, the presence of a display back is hardly anything. The movement must be worthy of showing in the first place. You are welcome to do a real-life study of your own. Check the appearance on movements of a watch costing 5,000 Baht, 50,000 Baht and maybe 150,000 baht. The difference should be clear enough to the plain eye. Once a loupe is used, one would also notice how carefully assembled movements are free of scratches, dust, lint or oil smudges.

Case polishing usually comes in as a second point of appeal. This is a selling point of Grand Seiko for the brand communicates the zaratsu technique of samurai blade polishing as a key difference. The resulting metal surface is especially shiny, almost like a mirror. Zaratsu polishing is used mostly on the bezel and the casebands. When spliced with the fine satin brushing on adjacent parts, the effect is even more astounding.


I, however, am more fascinated by the dial, the hour markers and the hands. Grand Seiko truly delivers in these aspects. Grand Seiko hands and hour markers are impeccably facetted. The way they play with light helps to improve legibility, even in the case where the dial is of a silverish hue. If you see a blued second hand on any model, that is a traditionally heat blued hand; it is not simply coated to be ostentatiously attractive. Better yet, the sapphire crystal is given anti-reflective coating on the inside so the wearer can appreciate this refinement on the dial from any angle.


Let’s also discuss the subject of accuracy: the pride and joy of all watch owners. Despite not being certified as a chronometer by COSC in Switzerland, the Grand Seiko internal regulation standard of accuracy is within +5/-3 seconds per day. This is two seconds tighter than the chronometer’s criterion of +6/-4 seconds per day.

From my experience wearing the Grand Seiko SBGR099 for about half a year, its self-winding movement 9S61 with a 72-hour power reserve keeps time well within a deviation of only one or two seconds per day, depending on the orientation of the watch as I leave it at night. Such a remarkable performance cannot be delivered by most Swiss and German products. And we are not yet talking about Grand Seiko’s Hi-Beat high-frequency movement or their proprietary hybrid Spring Drive movement that comes in at a claimed accuracy of +1/-1 second per day.

There is a lot more to be discussed about Grand Seiko: their product development ideals, the spirit of perfection manifested by all production people and the relentless quality control. For the purpose of today’s introduction, it is suffice to say that Grand Seiko is not a watch for everyone, and not everyone has to own a Grand Seiko to call themselves collectors. There are so many brands to choose from out there. I just do not want you to dismiss this fine choice without first getting to know it.

By | 2017-03-14T16:08:29+00:00 March 14th, 2017|Insights|0 Comments

About the Author: