COLLECTIVE BEHAVIOUR

WORDS: CARSON CHAN

จากที่ผมได้คลุกคลีในวงการนาฬิกาหรูมาหลายปี ผมมองว่านักสะสมนาฬิกาที่ผมได้พบนั้นพอจะแบ่งได้เป็นสี่กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน กลุ่มที่หนึ่งคือแนวที่ผมชอบที่สุดนั่นก็คือนักสะสม “แนวเจ้าระเบียบ” ซึ่งมักจะเป็นคนทำงานออฟฟิศธรรมดา กินเงินเดือนเหมือนมนุษย์ปกติแต่มีนาฬิกาน่าสนใจมากมายอย่างที่เห็นแล้วเราต้องอึ้งว่าทำได้อย่างไร เอาเป็นว่าเขาคงบริหารเรื่องการเงินได้เก่งมาก และไม่เพียงแต่รักและชอบในนาฬิกาเท่านั้นแต่ยังมีความละเอียดอ่อนในทุกแง่มุมของการสะสมอีกด้วย

ละเอียดอ่อนอย่างไรใช่ไหมครับ ก็ละเอียดอ่อนระดับที่พอได้นาฬิกามาก็ต้องถ่ายรูปถุง ถ่ายรูปกล่อง ถ่ายใบเสร็จหรือจดว่าซื้อมาจากไหน ราคาเท่าไรเป๊ะๆ นักสะสมแนวนี้จะทุ่มเทศึกษาทุกสิ่งอย่าง เช่น รูปทรงของคอลัมน์วีลหรือแบเรลบริดจ์และบอกได้ด้วยว่าอะไรต่างกันอย่างไร ผมชอบคุยกับนักสะสมแนวนี้นะครับเพราะว่าเขามีความรู้เยอะ แต่เขาก็คงพูดเรื่องราคามือหนึ่งมือสองบ้างก็เป็นธรรมชาติเพราะว่าเขาไม่ได้มีรายได้แบบล้นเหลือดังนั้นบางทีก็ต้องมีขายบางเรือนบ้างเพื่อซื้อเรือนใหม่ หรือถ้าขายแล้วกำไรเขาก็อาจจะขายเพื่อที่จะได้ซื้ออะไรที่ใหญ่ขึ้นได้

นักสะสมประเภทที่สองคือ “แนวคบกันเพื่อจาก” กลุ่มนี้จะเป็นคนที่มีนาฬิกาหลายเรือนมากๆ แถมยังสวยๆ และหายากทั้งนั้น โดยมากมักเป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารกิจการมากกว่าหนึ่งแห่ง เรื่องนาฬิกานั้นเขาจะรู้จริงแต่อาจไม่รักจริง ถามราคารู้หมด ถามเลขรุ่นจำได้หมด เวลาผมเจอนักสะสมแนวนี้ทีไรผมอดคิดไม่ได้ทุกทีว่า “เอ๊ะ … นี่สะสมจริงๆ หรือเป็นพ่อค้ากันแน่” ถ้าเปิดราคาไปดีๆ นี่เขาขายทุกเรือนนะครับ เป็นเล่นไป แต่เขาไม่ได้ขายนาฬิกาเป็นอาชีพนะครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ไม่ใช่อย่างนั้น แค่ว่าเขาตื่นเต้นกับการซื้อๆ ขายๆ มากกว่าการสะสมจริงๆ เท่านั้นเอง

ประเภทต่อไปคือ “แนววีไอ” ซึ่งก็จะเป็นคนรายได้ดีหรือเจ้าของกิจการทั่วไป มักรู้จักมักคุ้นกับพนักงานขายตามร้านต่างๆ อย่างดีซึ่งพอมีนาฬิการุ่นแพงๆ ก็จะโทรมาเรียกให้เขาไปซื้อ เขาอาจเที่ยวไปตามงานประมูลต่างๆ เพื่อเสาะหานาฬิการุ่นหายากและมีมูลค่าสูงหรือเพื่ออัพเดทราคาล่าสุด นักสะสมกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะซื้ออย่างเดียวแต่ไม่ยอมขาย ถ้าลองชวนเขาคุยแล้วเขาจะบอกคุณได้เลยว่าเรือนนี้ซื้อมากี่เมื่อไรและราคาเท่าไร พร้อมตบท้ายด้วยว่าปัจจุบันราคาป้ายไปถึงเท่าไรแล้วหรือมีการเคาะประมูลขายไปล่าสุดที่ราคาเท่าไร ความสุขของเขาอยู่ที่การได้รู้ว่านาฬิกาในครอบครองของตนทวีมูลค่ามากขึ้นเท่าไรนั่นเอง

สุดท้ายคือนักสะสม “แนวเสือปืนไว” คือคิดจะซื้อก็ซื้อเลย ไม่ได้ไตร่ตรองอะไรมากนัก คนขายบอกว่าดีก็ซื้อ เพื่อนบอกว่าเด็ดก็ซื้อ พอเบื่อแล้วก็เอาไปขาย แต่เมื่อเขาเอานาฬิกามาให้เราตีราคาแล้วเขาก็จะโพล่งทันทีเลยว่า “อะไรนะ 50,000 นี่นะ จะบ้าเหรอ เรือนนี้ผมซื้อมาตั้ง 200,000 เลยนะคุณ” จากนั้นเขาก็จะเริ่มท้อแท้และไม่อยากขาย เท่านั้นไม่พอยังมาโทษผมอีกด้วยว่าไปกดราคาเขาจนเสียหมด

การสะสมนาฬิกาก็เหมือนกับการเล่นกีฬาตรงที่ว่าคุณอาจจะเก่งหรือไม่เก่งก็ได้ สักพักคุณก็จะรู้ตัวเองแล้วหากไม่ถลำลึกลงไปเลยก็จะเลิกเล่นนาฬิกาไปเอง สำหรับหลายท่านแล้วผมคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือ ซื้อนาฬิกาไม่ต้องมากนัก สักพักขายทิ้งสักสองเรือนเพื่อไปเล่นเรือนที่สูงขึ้น จากนั้นค่อยปล่อยเรือนเดิมๆ บางเรือนทิ้งอีก … ค่อยเป็นค่อยไปอย่างนี้แล้วในที่สุดคุณก็จะมีคอลเลคชั่นงามๆ ที่ประกอบด้วยนาฬิกาที่มีความหมายสำหรับตัวคุณเอง ผมว่าประเด็นนี้สำคัญกว่าการมานั่งคิดถึงราคาอยู่ตลอดเวลาอีกนะครับ เพราะนาฬิกา 10 เรือนหรือ 20 หรือ 50 เรือนของคุณนั้นเมื่อมาอยู่รวมกันแล้วก็จะมีคุณค่ามากกว่าอยู่เดี่ยวๆ แบบกระจัดกระจายแน่นอน

*ขอขอบพระคุณ คุณเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนาสำหรับนาฬิกาในภาพเปิด

In the esoteric world of luxury watches, there are all kinds of collectors, from the passionate to the compulsive, to the mercenary. Over the course of my career in luxury watches, I’ve noticed a recurring trend among the watch collectors I’ve met, and I classify them into four key archetypes.

The first is my favourite: The Curator. He’ll be your regular white-collar professional who lives a regular white-collar life, earning a regular white-collar salary, but he’s got an amazing collection, and I don’t know how he does it. Obviously, he manages his finances beautifully. He’s not only very passionate about the watches he collects but he’s also very detailed about the entire collecting process.

Very diligently and methodically, he’d document all the pieces he buys, taking photos of the product, box, and receipts, and recording clearly when he bought the watch, from whom and how he paid for it. This is the crazy collector who goes into extreme details of studying – oh, I don’t know – the shape of the column wheel or the barrel bridge, and telling you how different it is from others. I love talking to collectors like this one because he has so much to share. He does talk about retail and resale prices of course. Like most people he doesn’t have an unlimited source of income, so he has to consider selling some pieces in order to buy new ones, and if he is able to gain, then he can move up.

The second type of collector is what I call The Surrogate Owner. He has an amazingly large collection of beautiful and rare pieces, and is usually a businessman or a director of multiple businesses, but lacks real passion. He keeps abreast of market prices and can recite model numbers and list prices off the top of
his head. Whenever I meet someone like that, the first thing that comes to my mind is: “Are you a collector or a dealer?” Try cutting him a deal and don’t be surprised if every piece is up for sale. But he’s not selling watches to make a living – don’t get me wrong. He’s not that kind of a dealer. What gets him going is the rush of flipping, so his passion really is in flipping watches, not collecting them.

Also we have those that I like to call The Valuator. Again, he would be your average high-income professional who draws a good salary or runs his own businesses. He often has very longstanding relationships with watch salesmen who constantly hound him to pick up expensive pieces. He might throng auctions in search of rare and high value models, as well as to get updates on resale prices. He buys and buys but never sells. All he cares about is value retention. Talk to him about his watches and all he can tell you is when he bought them and for what price, before beaming about its current list price or how much it was sold for at some recent auction. The joy he gets out of these watches is the knowledge that his wealth is creeping up.

Finally, we have another kind of collector who buys watches spontaneously. He doesn’t think of anything. Typically he’ll buy what the salesman tells him to or what his friends say is cool. When he loses interest in his pieces and finds out he can sell them off, he trots off to the nearest auction house. I call him The Wannabe Dealer. It gets funny when he reacts to our valuation of his watch. He’ll go: “But I paid $200,000 for it. What do you mean $50,000?” Then he gets discouraged and refuses to sell. And he gets angry with me because he thinks I ruined it for him.

Watch collecting is like sports. You can either be very good at it or you’ll suck at it. After doing it for a while you’ll know which one is it, and then you’ll either go more into it or you give it up eventually. For some, the best way is to acquire a few, let go of a couple, trade up, let go of others… Slowly, but surely you’ll put together a fun, meaningful collection. That’s more important than thinking about value all the time. Be the curator of your own watch collection, and collectively these 10, 20 or 50 pieces could be worth more than the sum of its parts.

02

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 January 7th, 2016|Insights|0 Comments

About the Author: