COLOURS IN THE RAIN

Nomos Ahoi และ Club รุ่นใหม่ หน้าปัดสีสดใสท้าสายฝน WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA ถ้าฝนจะตกกันทุกวันอย่างนี้ หาเรื่องซื้อนาฬิกามาใส่ให้มันสดใสกันแบบไม่ต้องรอแดดเลยดีกว่า เราขอนำเสนอนาฬิกาในชุด Aqua ใหม่จาก Nomos ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้หน้าปัดสีไซเรนบลูเหมือนท้องฟ้าเหนือชายฝั่งสุดสวยในวันแดดดี และหน้าปัดสีไซเรนเร้ดเหมือนทุ่นที่ลอยเด่นอยู่ในทะเล ความพิเศษนี้ถูกนำไปใช้เฉพาะในคอลเลคชั่น Ahoi และ Club ซึ่งเหมาะสมที่สุดแล้วเพราะเป็นคอลเลคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแนวเอาท์ดอร์อย่างแท้จริง ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 200 เมตร ในขณะที่นาฬิกา Nomos รุ่นอื่นๆ ทั่วไปที่มากับสายหนังนั้นจะกันน้ำได้เพียง 30 เมตรซึ่งพอสำหรับการกันฝนหรือน้ำกระเซ็นเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับการลงน้ำจริงๆ นาฬิกา Nomos Ahoi และ Club ในชุด Aqua ดังกล่าวนี้มีทั้งหมด 16 รุ่น สวมใส่ด้วยสายผ้าสีดำอมน้ำเงินหรือสีเทาอ่อน ราคาอยู่ในช่วง 138,500 ไปจนถึง 158,700 บาท ทุกรุ่นทำงานด้วยเครื่องออโต้ที่ Nomos ผลิตเองและขัดแต่งอย่างสวยงามในโรงงานที่เมืองกลาสฮุตเตอ ประเทศเยอรมนี ใกล้ชายแดนที่ติดกับประเทศเช็ก ปัจจุบันมีพนักงานราว [...]

By | 2017-09-23T16:27:10+00:00 September 23rd, 2017|Highlights|0 Comments

POWERFUL COMBO

Roger Dubuis ประกาศเป็นพันธมิตรกับ Lamborghini ด้วยนาฬิการุ่น Excalibur Aventador S WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA ถือเป็นความร่วมมือที่ลงตัวจริงๆ เมื่อ Roger Dubuis จับมือกับ Lamborghini อย่างเป็นทางการ เพราะทั้งสองแบรนด์ต่างก็อยู่ในระดับแนวหน้าในแวดวงของตนเองอยู่แล้ว และเลือกมอบประสบการณ์อันเป็นเลิศให้แก่ลูกค้าอยู่เสมอด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ดังนั้นนาฬิกาที่จะใช้เพื่อเปิดตัวความร่วมมือในครั้งนี้จึงต้องเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน และนาฬิการุ่นนั้นก็คือ Excalibur Aventador S ซึ่งใช้เครื่อง Duotor ที่มีบาลานซ์วีลคู่แบบจัดวางทำมุมเอียงเพื่อเสริมความเที่ยงตรง คล้ายคอนเซปท์ของเครื่อง Quatuor ที่ Roger Dubuis เคยทำให้ทุกคนตื่นเต้นมาแล้วด้วยการใช้บาลานซ์วีลสี่ตัวในเครื่องเดียว เครื่องรุ่น RD103SQ นี้เป็นเครื่องไขลานแบบสเกเลตั้นที่มีกำลังลานสำรอง 40 ชั่วโมงและผ่านการรับรองทั้งในแง่ของความเที่ยงตรงและการขัดแต่งแล้วโดยมาตรฐานเจนีวาซีล ดูรวมๆ แล้วเหมือนเครื่องรถ Lamborghini ที่วางยาว มีสตรัทบาร์คู่วางแทยงมุมอย่างครบครัน นาฬิกาขนาด 45 มม. รุ่นนี้มีสองแบบให้เลือกด้วยกัน แบบแรกผลิตเป็นจำนวนจำกัด 88 เรือน ตัวเรือนวัสดุคาร์บอนแบบมัลติเลเยอร์ ตกแต่งด้วยสีเหลืองบริเวณเข็ม เม็ดมะยมและตัวเลขบนขอบตัวเรือน [...]

By | 2017-09-22T12:57:33+00:00 September 22nd, 2017|Highlights|0 Comments

NEW YORK STATE OF MIND

Urwerk ฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ด้วยนาฬิกา UR-105 CT Streamliner WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรามีภาพเรือนจริงของ Urwerk UR-105 CT Streamliner ใหม่มาอวดคุณทาง Facebook และ Instagram ของเราไปแล้ว วันนี้จึงขอโชว์ภาพอย่างเป็นทางการบ้าง มีทั้งรุ่น Black ด้านบนและรุ่น Iron ด้านล่าง นาฬิกาตัวเรือนไทเทเนียมนี้ออกมาเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ จุดเด่นอยู่ที่ฝาครอบสเตนเลสสตีลที่เปิดขึ้นได้เพื่อเผยให้เห็นกลไกบอกเวลาแบบวานเดอริ่งอาวที่อยู่ด้านล่าง ประกอบด้วยจานหมุนสี่จาน แต่ละจานมีตัวเลขชั่วโมงสามตัวเลขอยู่ ในแต่ละขณะนั้นจะมีอยู่หนึ่งจานที่เข้าเทียบกับสเกลนาทีด้วยตัวเลขชั่วโมงปัจจุบันเพื่อบอกเวลา จนกระทั่งจบชั่วโมงนั้นแล้วอีกจานหนึ่งที่มีตัวเลขของชั่วโมงต่อไปจะเข้าทำหน้าที่แทนจากจุดเริ่มต้นของสเกลนาที ระบบบอกเวลาแบบวานเดอริ่งอาวนี้พบได้ในนาฬิกา Urwerk เกือบทุกรุ่นและถือว่าเป็นซิกเนเจอร์หนึ่งของแบรนด์เลยทีเดียว แต่ที่มีเฉพาะในรุ่นนี้ก็คือลายร่องแนวตั้งที่อยู่บนฝาครอบซึ่งชวนให้นึกถึงตึกระฟ้าต่างๆ แห่งมหานครนิวยอร์ค อันเป็นสถานที่ซึ่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ทั้งสองได้หารือและวางแผนธุรกิจร่วมกัน ทำให้ Urwerk เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งจนถึงวันนี้ นาฬิกา UR-105 CT Streamliner ใช้เครื่องออโต้รุ่น UR5.03 ซึ่งมีกำลังลานสำรองนาน 48 ชั่วโมง ทั้งแบบสีดำและสีเงินผลิตเป็นจำนวนจำกัดแบบละ 50 [...]

By | 2017-09-17T16:58:46+00:00 September 19th, 2017|Highlights|0 Comments

LONG TRADITION

นาฬิกานักบินสไตล์ย้อนยุคที่ใส่ได้จริงทุกวัน WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA หากนาฬิกา Longines Lindbergh Hour Angle Watch 90th Anniversary ที่เปิดตัวเมื่อตอนต้นปีใหญ่เกินไปหรือดูวินเทจเกินไปสำหรับคุณ เวลานี้ Longines ออกนาฬิกานักบินใหม่อีกรุ่นแล้วในชื่อ Avigation BigEye ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. บรรจุเครื่องออโต้รุ่น L688.2 ซึ่ง ETA ผลิตให้ Longines โดยเฉพาะ จับเวลาได้ 12 ชั่วโมงและมีกลไกคอลัมน์วีลเพื่อความแม่นยำและนุ่มนวลขณะกดเริ่มและหยุดจับเวลา ที่สำคัญคือหน้าตาโดยรวมใส่ได้ง่ายและใส่ในชีวิตประจำวันได้จริงมากกว่า ดีไซน์นี้มีที่มาจากนาฬิกาจับเวลาสำหรับนักบินในยุคทศวรรษที่ 1930 วงทดนาทีจะมีขนาดใหญ่กว่าหน้าปัดย่อยอื่นๆ เล็กน้อย จึงเป็นที่มาของชื่อ BigEye ส่วนคำว่า Avigation นั้นก็เป็นการประสมระหว่างคำว่า aviation และ navigation สำหรับสเปคอื่นๆ ได้แก่ การเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนหลายชั้นบนแซฟไฟร์คริสตอลทรงโดมเพื่อความชัดเจนในทุกสภาพแสง เมื่ออยู่ในที่มืดก็ยังอ่านค่าเวลาได้ด้วยสารซุปเปอร์ลูมิโนว่าที่เคลือบไว้บนเข็มและเลขอารบิกตามหลักชั่วโมงต่างๆ ของหน้าปัดสีดำแบบกึ่งเงา นาฬิกา Longines Avigation BigEye รุ่นนี้สวมใส่ด้วยสายหนังลูกวัวสีน้ำตาล ราคาเมืองไทยเคาะแล้ว [...]

By | 2017-09-17T09:35:03+00:00 September 17th, 2017|Highlights|0 Comments

ALLURE OF BLUE

ความดึงดูดของสีฟ้าที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจมาชมชอบ Maurice Lacroix Gravity WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA หน้าปัดนาฬิกาสีต่างๆ นั้นมีผลต่อผู้ซื้อไม่เหมือนกัน บางคนก็ชอบแต่ขาว บางคนบอกว่าดำดุดี แต่ก็มีบ่อยครั้งที่คนชอบขาวและชอบดำอยากได้อะไรที่ไม่เหมือนเดิมบ้าง เมื่อนั้นหลายคนเริ่มมองสีน้ำเงินเป็นสีแรกเพราะว่าเป็นสีที่ผู้ชายอย่างเราใส่ง่าย เข้ากับเสื้อผ้าทำงาน ไม่จืดแต่ก็ไม่ถึงกับฉูดฉาด คงจะด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ Maurice Lacroix เลือกผลิตรุ่น Gravity ด้วยหน้าปัดแลคเกอร์สีน้ำเงินเข้มในปีนี้ บอกเวลาด้วยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีชุบโรเดียม ด้านล่างมีหน้าปัดวินาทีเล็กเข็มแดง สวมใส่ด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้าชุดกันได้ดูลงตัว นาฬิกา Gravity เผยโฉมออกมาครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 และเป็นนาฬิการุ่นแรกของ Maurice Lacroix ที่ใช้ซิลิเซียมเอสเคปเมนท์ แต่คนส่วนมากคงไม่ได้สังเกตเห็นหรือทราบถึงรายละเอียดเล็กๆ นั้น เพราะส่วนมากก็จะถูกสะกดไปแล้วด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่มีหน้าปัดบอกเวลาเยื้องจุดศูนย์กลางขึ้นไปทางด้านบนขวา เพื่อเปิดพื้นที่ด้านล่างซ้ายสำหรับการอวดบาลานซ์และเอสเคปวีลที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ใครได้มองก็ยิ่งต้องจ้องให้นานขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่คุ้นเคยกับนาฬิกาจักรกลมาก่อนก็คงจะเกิดความสงสัยใคร่รู้อยู่ไม่น้อย ที่น่าสนใจก็คือว่าแม้จะมีดีไซน์แบบเปิดเช่นนี้แต่การอ่านค่าเวลาก็ไม่ได้ยากเหมือนนาฬิกาแบบสเกเลตั้นบางรุ่น เพราะว่าหน้าปัดก็ยังเป็นแบบที่มีพื้นเต็มและมีมารค์เกอร์ครบและชัดเจนอยู่ดี ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมานั้นก็มี Gravity รุ่นต่างๆ ออกตามมา และมีการแกะเมนเพลทส่วนที่มองเห็นได้เป็นลวดลายตามแบบฉบับของการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม สำหรับในรุ่น Gravity Blue ใหม่นี้ Maurice Lacroix เลือกใช้ลาย “วาจเดอจูร่า” [...]

By | 2017-08-23T09:56:16+00:00 August 23rd, 2017|Highlights|0 Comments

KEEP IT COOL

เรือนเวลาปฏิวัติวงการในอดีตที่ยังคงน่าตื่นตาตื่นใจในวันนี้ WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA วงการนาฬิกาเมื่อปี ค.ศ. 1957 นั้นมีบรรยากาศที่แตกต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างมาก นาฬิกาส่วนมากเป็นทรงกลม จะมีทรงสี่เหลี่ยมบ้างก็เพียงจำนวนหนึ่ง จนกระทั่ง Hamilton เปิดตัว Ventura ในฐานะเรือนเวลาปฏิวัติวงการทั้งในแง่ของรูปลักษณ์และกลไก Ventura ในวันนั้นเป็นนวัตกรรมทางด้านเทคนิคที่มีความสำคัญเพราะใช้เครื่องนาฬิกาแบบไฟฟ้าซึ่งมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงพัฒนาการที่อยู่ภายในนั้น Hamilton จึงออกแบบตัวเรือนให้ล้ำสมัยดูแปลกตาอีกด้วย ตัวเรือนที่ว่านี้มีรูปทรงเหมือนสามเหลี่ยมมนๆ ที่มียอดแหลมชี้ไปทางด้านซ้าย แต่ถ้าจะยึดตามคำเรียกของ Hamilton เองเขาจะบอกว่าตัวเรือนนี้มีรูปทรงเหมือนกับโล่ ภาพเอลวิส เพรสลีย์ จากกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Blue Hawaii เมื่อปี ค.ศ. 1961 แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร สุดท้ายแล้วผู้คนก็รู้จักกับนาฬิกา Ventura นี้ในนามนาฬิการุ่นเอลวิส เพราะเป็นนาฬิกาคู่ใจรุ่นหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของราชาแห่งร็อคแอนด์โรลผู้นี้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นนอกจากเรื่องเทคโนโลยีและรูปลักษณ์แล้ว ใครก็ตามที่ซื้อนาฬิกา Ventura ในวันนั้นก็ยังได้ความหล่อแถมไปด้วย เพราะนี่คือนาฬิการุ่นเดียวกันกับที่เอลวิส เพรสลีย์ใส่เลยทีเดียว และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ซื้อ Hamilton Ventura ในวันนี้ ของแถมอีกต่อก็คือประวัติศาสตร์ทั้งหมดนี้นั่นเอง ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของคอลเลคชั่นดังกล่าวในปีนี้ Hamilton ได้เผยโฉมนาฬิกา [...]

By | 2017-08-17T07:39:59+00:00 August 17th, 2017|Highlights|0 Comments

MATCH MADE

ใครมองหานาฬิกาคู่หญิงและชายอยู่ ลองดูทางนี้ WORDS: RUCKDEE CHOTJINDA คอลเลคชั่น Da Vinci ใหม่เวอร์ชั่นปี ค.ศ. 2017 เปิดตัวกันไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ตอนนี้ไม่ถือว่าเป็นข่าวใหม่แต่อย่างใด และนับเป็นการกลับมาใช้ตัวเรือนทรงกลมอีกครั้งของคอลเลคชั่นนี้แล้วด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นทรงตอนโน ทรงกลมและทรงหกเหลี่ยมย้อนกลับไปตามลำดับ ชื่อรุ่น Da Vinci มาจากลีโอนาร์โด ดาวินชี่ซึ่งเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และศิลปิน เหมือนที่คอลเลคชั่นนี้เป็นองค์รวมระหว่างเทคโนโลยีและความงาม อย่างที่ทุกคนทราบแล้วว่า Da Vinci ชุดใหม่นี้เขาเน้นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงพอสมควรเลย แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่านี่เป็นคอลเลคชั่นนาฬิกาผู้หญิง และในเมื่อมีทั้งรุ่นหญิงและชายแล้วจึงเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเลือกซื้อเป็นคู่ใส่กับแฟนได้โดยง่าย เราขอเสนอคู่ของ Da Vinci Automatic Moon Phase 36 สำหรับคุณผู้หญิงและ Da Vinci Perpetual Calendar Chronograph for สำหรับคุณผู้ชาย ตัวเรือนเร้ดโกลด์สีหวานแบบเลอค่าทั้งคู่ Much has been said about the 2017 version of Da [...]

By | 2017-06-25T16:40:13+00:00 June 25th, 2017|Highlights|0 Comments

ETERNAL BRILLIANCE

Patek Philippe คิดค้นเทคนิคการฝังเพชรรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “ฟลาม” WORDS: VATANYA SIRISUTTIVORANAN สาวๆ อย่างเราอาจหลงใหลในประกายแห่งเพชรเม็ดงามเพราะเหตุผลที่ต่างกันมากมาย ช่างผู้ผลิตก็มีเทคนิคต่างๆ ในการที่จะประดับเพชรบนตัวเรือนนาฬิกาหรือเครื่องประดับด้วยเช่นกัน เพื่อให้เพชรนั้นติดแน่นไม่หลุดลอยสูญหาย และเพื่อให้เพชรเล่นกับแสงได้อย่างเต็มที่ที่สุด Patek Philippe มีการใช้เทคนิคการฝังเพชรหลายแบบตลอดระยะเวลาตั้งแต่อดีต ล่าสุดยังมีการพัฒนาวิธีการใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า “ฟลาม” ซึ่งเป็นคำภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ไฟ” และใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในนาฬิการุ่น Calatrava Ref. 7200/200R ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของนาฬิกาสไตล์อัลตร้าธิน Ref. 7200 ยอดนิยม ขอบของตัวเรือนโรสโกลด์นี้มีเพชรประดับจำนวน 142 เม็ด วางเรียงเป็นสองแถวแบบสลับฟันปลา เมื่อขุดช่องและหย่อนเพชรลงไปแล้ว ช่างจะดันเนื้อทองที่อยู่ข้างๆ เขาหาเพชรเพื่อเป็นการล็อค จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนพิเศษที่ช่างจะต้องใช้หัวอุปกรณ์แกะสลักในการบากร่องระหว่างเพชรแต่ละคู่ เมื่อประกอบกับความตรงในแนวตั้งของเพชรและการกระจายตัวสม่ำเสมอตลอดชิ้นงาน ร่องพิเศษนี้จะช่วยให้เพชรสีขาวเกรดดีไร้ที่ติแต่ละเม็ดนี้ทอประกายอย่างเจิดจ้ายิ่งขึ้นยามเมื่อต้องแสง ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเครื่องนาฬิกาซึ่งเป็นเครื่องออโตรหัส 240 มีมินิโรเตอร์ผลิตจากทอง 22 กะรัต ขับเคลื่อนเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่ทำจากโรสโกลด์เพื่อบอกเวลาควบคู่กับหลักชั่วโมงแบบผนึกติดบนหน้าปัดสีเงินลายเกรน สายหนังจระเข้แบบเคลือบเงามีสีแสนหวานเรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่าสีรอยัลเพอร์เพิล หัวเข็มขัดของสายนี้ก็ประดับเพชรเช่นเดียวกันจำนวนรวมทั้งหมด 26 เม็ด -------------------------------------------------- There are countless ways to [...]

By | 2017-06-19T09:28:18+00:00 June 19th, 2017|Highlights|0 Comments

MAKE #YOURMOVE

นาฬิกา Swatch Skin โฉมใหม่ล่าสุดดีไซน์สดใสกับความบางเพียง 5.XX มม. WORDS: VATANYA SIRISUTTIVORANAN นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Swatch ประสบความสำเร็จในการสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่และแตกต่างได้ด้วยการใช้รายละเอียดเพียงน้อยนิด เพราะแทนที่จะใช้รูปแบบที่เตะตาหรือขนาดตัวเรือนที่ใหญ่โต Swatch Skin คอลเลคชั่นนี้กลับเป็นนาฬิกาสไตล์อัลตร้าธินที่บางเป็นพิเศษ เป็นความรู้สึกสบายๆ ที่ช่วยให้เรารู้เวลาแต่ก็ยังมีอิสระอย่างเหลือเชื่อในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตราวกับว่าไม่ได้สวมนาฬิกาอยู่ และด้วยความที่เป็น Swatch คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะมีรุ่นดีไซน์หรือสีต่างๆ ให้เลือกตรงตามบุคลิกของแต่ละคนอย่างแน่นอน Swatch Skin รุ่นใหม่มีการแบ่งเป็นสองกลุ่มตามขนาด ได้แก่ ขนาด Small ตัวเรือนกว้าง 36.80 มม. และหนา 5.40 มม. กับขนาด Big ตัวเรือนกว้าง 40.00 มม. และหนา 5.65 มม. ตัวเรือนของ Skin ใหม่ผลิตด้วยระบบฉีดขึ้นรูปแบบดับเบิ้ลอินเจคชั่น ทำให้ทางฝั่งด้านหน้าและด้านหลังนั้นเป็นคนละสีกันได้และมาผสานกันเป็นลวดลายเหมือนคลื่นดูแปลกตา ตอนนี้ของเข้าเมืองไทยหลายสัปดาห์แล้ว ไปเลือกชมและพิสูจน์ความบางกันได้เลย มีที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือรุ่น SKINAMOUR (SVOP100) ที่มีหน้าปัดแบบกึ่งเปิด เผยให้เห็นชิ้นส่วนของระบบขับเคลื่อนเข็มของเครื่องควอตซ์ที่อยู่ด้านล่างด้วย [...]

By | 2017-06-18T11:22:19+00:00 June 18th, 2017|Highlights|0 Comments

RETURNING FAVOURITE

การกลับมาของสีส้มที่มีความหมายในอารมณ์วินเทจของ Omega Speedmaster จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นคอลเลคชั่นนาฬิกา Speedmaster ของ Omega มีรุ่นที่ใช้สีส้มตกแต่งและมีแถบนาทีที่ดูสปอร์ตกว่าปกติอยู่เป็นระยะ เริ่มแรกเลยก็มีรุ่นดั้งเดิมที่ใช้ดีไซน์นี้ในปี ค.ศ. 1968 ก่อนที่จะมี Speedmaster Mark II (ทั้งตัววินเทจและตัวสมัยใหม่) และยังมีรุ่นลิมิเต็ดที่ทำให้ตลาดญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2004 ด้วย ทุกครั้งที่ผลิตออกมาก็เป็นที่ชื่นชอบของตลาด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราได้เห็นดีไซน์นี้กลับมาอีกครั้งในไลน์ Speedmaster รุ่นปัจจุบันที่ใช้เครื่องออโต้ เรียกว่าสิ้นสุดการรอคอยเลยก็ว่าได้ Speedmaster Automatic เรือนนี้เปิดตัวเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มล่วงหน้าก่อนที่งาน Baselworld จะเริ่มขึ้นจริง เห็นเหมือนไม่มีอะไรอย่างนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่ของที่ทำกันง่ายๆ เพราะมีปัญญาคิดจะทำของใหม่เท่านั้นไม่พอ ยังต้องรู้จักเคารพในดีไซน์ดั้งเดิมที่มีมาก่อนหน้าด้วย ดังนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับทีมออกแบบรุ่นใหม่ของ Omega ที่แม้ว่าอายุจะยังน้อยกันแต่ทำการบ้านมาดี ศึกษาของเก่าแบบถ่องแท้ และรู้จักใช้สีให้เป็นประโยชน์ได้ถูกต้อง กล่าวคือ เข็มบอกเวลาทั้งสามเป็นสีส้ม ในขณะที่เข็มจับเวลาทั้งสามเป็นสีขาว แยกแยะชัดเจนอย่างนี้ถือว่าดีงามแล้ว หลักชั่วโมงเป็นไวท์โกลด์และสามารถเรืองแสงได้ แถมแต้มสี่เหลี่ยมส้มไว้เล็กๆ บนรอบนอกพอเป็นพิธี เราเชื่อว่าเสียงบ่นเรื่องความหนาของนาฬิการุ่นใหม่ๆ นั้นเข้าหูไม่ใครก็ใครที่ Omega และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามปรับปรุงแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีการลดความหนาลงด้วยการปรับดีไซน์ของแซฟไฟร์คริสตอลใหม่ และมีการขยายวงหน้าปัดย่อยเพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องนี้ขอติดไว้ก่อน เอาไว้เมื่อเราได้จับเรือนจริงแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งว่าต่างจากเดิมจริงหรือไม่ นาฬิกา [...]

By | 2017-03-17T16:24:59+00:00 March 17th, 2017|Highlights|0 Comments