About WOW Thailand Editorial Team

This author has not yet filled in any details.
So far WOW Thailand Editorial Team has created 119 blog entries.

MODERN DAY MASTERPIECE

เราหลงใหลในนาฬิกาจักรกลด้วยความที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กที่น่าพิศวง แต่ความน่าอัศจรรย์นี้โดยปกติแล้วจะถูกซ่อนอยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นหน้าปัดและฝาหลัง เราจึงไม่อาจเห็นหรือชื่นชมได้ นี่เองเป็นเหตุผลที่เราต้องมีนาฬิกาแนวสเกเลตั้น เพราะนาฬิกาลักษณะนี้จะไม่มีหน้าปัดและฝาหลังแบบที่มาบดบัง ชิ้นส่วนของตัวเครื่องเองก็จะได้รับการออกแบบเป็นพิเศษให้ดูโปร่งทะลุได้อีกต่างหาก นาฬิกาสเกเลตั้นมีผลิตจำหน่ายในทุกระดับราคา ความประณีตของแต่ละเรือนก็ตามราคานั้นด้วยเช่นกัน ที่ดูเนื้องานน่าสนใจในราคาค่าตัวแบบเอื้อมถึงก็น่าจะเป็น Maurice Lacroix Masterpiece Skeleton ดีไซน์ร่วมสมัยรุ่นนี้ นาฬิการุ่นนี้มีตัวเรือนขนาด 43 มม. ภายในตัวเครื่องออกแบบเมนบริดจ์มาให้มองเห็นชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน การใช้กระบวนการซีวีดีเคลือบชิ้นเมนบริดจ์เป็นสีน้ำเงินถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก เพราะช่วยทำให้ดูเป็นระดับชั้นที่แตกต่างจากชิ้นส่วนที่ตัวบริดจ์แบกรับอยู่ข้างใต้นั้น นอกจากจะเห็นการแกว่งไกวของบาลานซ์วีลที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกาแล้วก็เห็นแบเรลแบบเปิดทางด้านขวาล่างของหน้าปัดที่เผยให้เห็นว่าเมนสปริงที่อยู่ข้างในนั้นอยู่ในสถานะที่ขึ้นลานแล้วหรือไม่อย่างไร เราสามารถใช้นาฬิกา Masterpiece Skeleton นี้ในการลวงคนให้เข้ามาสู่โลกนาฬิกาได้ด้วย เพราะในเมื่อไม่มีหน้าปัดและในเมื่อเมนบริดจ์ถูกแกะเนื้อออกไปจนเหลือเท่านี้แล้ว เราจึงมองเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างชิ้นส่วนภายในเครื่องได้โดยง่าย ทุกครั้งที่หมุนเม็ดมะยมเพื่อไขลานหรือเพื่อตั้งเข็ม ครั้นเมื่อสาธิตเสร็จสรรพก็สวมกลับขึ้นบนข้อมือเหมือนเดิมด้วยสายหนังจระเข้สีดำและบานพับแบบปุ่มกด We are enamoured by mechanical watches and want more of them because they are true objects of wonder, being a product [...]

By | 2017-03-13T17:13:08+00:00 December 18th, 2016|Highlights|0 Comments

FOR A GOOD CAUSE

ที่ผ่านมา Oris เคยใช้นาฬิกาดำน้ำรุ่น Aquis เป็นพื้นฐานในการออกแบบนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาแล้ว อาทิ การศึกษาภูเขาไฟใต้น้ำเอลเอียร์โรในเขตการปกครองของสเปน และการพิทักษ์แนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟของประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด Oris จับมือ Trocadero Group ในฐานะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเพื่อผลิต Oris the Cha-Lam Special Edition โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายจะนำไปสมทบทุนการวิจัยและนับจำนวนประชากรฉลามของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน Oris the Cha-Lam Special Edition ผลิตเป็นจำนวนจำกัด 300 เรือน ตัวเรือนเป็นแบบรุ่น Aquis ขนาด 43 มม. ผลิตจากสเตนเลสสตีล หน้าปัดมีการใช้รายละเอียดที่เป็นสีธงไตรรงค์อย่างแนบเนียน บนฝาหลังมีตรารูปฉลามวาฬ เช่นเดียวกับด้านในของกล่องบรรจุพิเศษสำหรับนาฬิกาดำน้ำโดยเฉพาะ For only selected good causes around the world like the study of Spain’s El Hierro underwater [...]

By | 2017-03-13T17:13:08+00:00 November 19th, 2016|Highlights|0 Comments

SLEEK PERSONA

Panerai เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่กับรูปลักษณ์เพรียวบางที่จะทำให้คุณแปลกใจ   นาฬิกาในโลกนี้มีจำนวนน้อยแบรนด์นักที่จะประสบความสำเร็จ และดูมีเสน่ห์อย่างลึกลับเท่า Officine Panerai ก่อนอื่นเลย เราต้องไม่ลืมว่าบริษัทอันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์นี้ ดำเนินกิจการอย่างเงียบๆ เพื่อผลิตนาฬิกาและอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับกองทัพเรืออิตาเลียนมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่แล้วเมื่อถึงยุคที่เปิดตัวสู่โลกภายนอก และจำหน่ายนาฬิกาให้กับพลเรือน Panerai ก็สามารถสร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วโลกได้ในเวลาไม่นาน ณ เวลานั้น ผู้ซื้อนาฬิกาส่วนมากรู้สึกตื่นเต้นไปกับภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไปของ Panerai ส่วนผู้บริโภคอื่นๆ ที่ไม่ได้สะสมนาฬิกาก็หลงใหลในดีไซน์เรียบเกลี้ยงนี้เช่นกัน จนในที่สุดกลายเป็นนาฬิกายอดฮิตในวงกว้าง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนาฬิกา Panerai มีตัวเรือนขนาดใหญ่และหน้าตาดุดัน สมกับการใช้งานทางทหารที่เรื่องความสะดวกและความชัดเจนต้องมาก่อน จนอาจกล่าวได้ว่า Panerai มีส่วนปลุกให้เกิดกระแสความชอบนาฬิกาเรือนโตในช่วงทศวรรษที่แล้วด้วย ความแหวกแนวเช่นนี้เองทำให้ Panerai มีทั้งสาวกที่คลั่งไคล้และเสียงค้านที่วิจารณ์ต่อต้าน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นถึงเพียงนี้ ดีที่แบรนด์นาฬิกาจากฟลอเรนซ์แบรนด์นี้ไม่เคยหลงทางแต่อย่างใด มีแต่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งด้วยรายได้ที่เกิดจากความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ จนถึงการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองเนอชาแตล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นำไปสู่การผลิตเครื่องแบบอินเฮ้าส์ของตนเอง และการขยายไลน์นาฬิกา Luminor และ Radiomir ด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นมากมาย ล่าสุดนี้เราได้เห็นนาฬิกาอย่าง Luminor 1950 Tourbillon GMT Titanio 47 mm PAM00578 หรือที่มีชื่อเรียกว่า “Lo [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 November 17th, 2016|Insights|0 Comments

INGRAINED CHARACTERS

WORDS: VATANYA SIRISUTTIVORANAN ใครที่ติดตามแบรนด์นาฬิกา IWC มาเป็นระยะคงจะเคยได้ยินการกล่าวถึงชื่อ Santoni มาบ้างแล้ว ในฐานะผู้ผลิตสายหนังให้กับนาฬิกาบางรุ่นของ IWC โดยที่ Santoni จากประเทศอิตาลีนั้นมีกิจการหลักคือการผลิตรองเท้าระดับหรูสำหรับสุภาพบุรุษ ก่อนที่จะมีไลน์ของสุภาพสตรีเพิ่มขึ้นมา และขยับขยายไปผลิตสินค้าอื่นเพิ่มเติมอย่างเช่นเข็มขัดและกระเป๋าในภายหลัง หรือสายนาฬิกาที่ผลิตให้กับ IWC เป็นพิเศษก็เช่นกัน หนังจระเข้ที่ Santoni นำมาผลิตสายนาฬิกานั้นต้องเป็นส่วนท้องเท่านั้น เพราะจะมีลายเกล็ดอย่างที่ผู้ซื้อนาฬิกาทุกคนต้องการ และจระเข้นั้นก็จะต้องมีอายุไม่เกินแปดเดือนด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนังเสียก่อนโดยลูกค้าสามารถสังเกตได้ง่ายดายว่าสาย IWC เส้นนั้นเป็นสาย Santoni โดยการพลิกดูพื้นรองด้านในของสายว่าเป็นสีส้มสว่างหรือไม่ ล่าสุดเมื่อวานนี้เรามีโอกาสได้ชมการสาธิตขั้นตอนการลงสีบนสายหนังของ Santoni ที่บูติค IWC ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยฝีมือช่างสาวที่มาพร้อมกับอุปกรณ์และวัสดุบางส่วนที่พอจะนำพาข้ามประเทศได้โดยไม่ติดข้อห้ามใดๆ การทำงานของเธอเริ่มต้นด้วยแผ่นหนังจระเข้ที่ฟอกเป็นสีขาวแล้ว นำมาระบายด้วยสีที่มีพิกเมนท์สูงตามเทคนิคเฉพาะของทาง Santoni เองให้มีบริเวณที่สีเข้มและอ่อนโดยการลงน้ำหนักต่างกันให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายพาทิน่า แล้วต่อเติมลวดลายด้วยพู่กันขนาดเล็กเพื่อสร้างมิติให้กับสายหนัง ดังนั้นสายแต่ละเส้นที่ผลิตออกมา แม้จะเป็นสายสีเดียวกันก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปโดยธรรมชาติ เมื่อสีที่ลงไว้แห้งสนิทแล้วจึงลงแลคเกอร์ซ้ำกันสามรอบเพื่อป้องกันไม่ให้สีหลุดลอก สายหนังจระเข้ที่ลงสีเรียบร้อยเช่นนี้จะถูกนำไปเย็บติดไว้บนแผ่นหนังแพะเพื่อให้เป็นทรงและเพื่อความทนทานสำหรับการใช้งานจริง ปัจจุบัน Santoni มีการผลิตสายหนังสีต่างๆ ให้กับ IWC มากถึง 15 เฉดสี นอกจากสีพื้นฐานอย่างดำและน้ำตาลเข้มแล้วยังมีสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำเงินและแม้แต่สีชมพูหรือสีเขียวสำหรับนาฬิกาผู้หญิงบางรุ่น [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 October 8th, 2016|Insights|0 Comments

TWO FOR TWO

WORDS: JAMIE TAN ครั้งแรกกับการรวมเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์เข้ากับโครโนกราฟของ Chopard กับเรือนเวลาที่มีชื่อว่า L.U.C. Perpetual Chrono หัวใจการทำงานคือเครื่องคาลิเบอร์ 03.10L ใหม่ที่เป็นโครโนกราฟแบบฟลายแบ็ค พร้อมติดตั้งโมดูลเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์บนฝั่งหน้าปัดของตัวเครื่อง แถมสัญลักษณ์บอกกลางวัน/กลางคืน และออร์บิทอลมูนเฟสที่มีความเที่ยงตรงสูงซึ่งจะคลาดเคลื่อนก็เพียงหนึ่งวันเมื่อเวลาผ่านไป 122 ปี ปริมาณข้อมูลทั้งหมดที่ต้องแสดงบนหน้าปัดนี้ ทำให้การออกแบบเป็นโจทย์โหดพอสมควร แต่ Chopard ก็ทำผลงานออกมาได้ดีเยี่ยม จนเกิดเป็นหน้าปัดที่ได้สมมาตร และมีการใช้บิ๊กเดทที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาเพื่อถ่วงและนำสายตา ไม่เพียงเท่านั้น Chopard ยังเลือกที่จะเต็มที่กับการแกะสลักหน้าปัดทองสีรูเธเนียม ด้วยเทคนิคกิโยเช่เป็นลวดลายซันเบิสท์ที่น่าดูชม พื้นที่ในวงหน้าปัดเล็กก็ได้รับการแกะเป็นลายก้นหอยด้วยเช่นกัน เพิ่มมิติความลึกให้หน้าปัดด้วยหลักชั่วโมงแบบผนึกติด ล้อมรอบทั้งหมดด้วยแถบนาทีแบบละเอียดบนขอบหน้าปัด เครื่อง 03.10-L ทุกเครื่องที่ใช้ใน L.U.C Perpetual Chrono ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์โดย COSC แล้ว และนาฬิกาทั้งเรือนยังผ่านมาตรฐานเจนีวาซีลอีกด้วย เนื้อทองที่ใช้ในการผลิตตัวเรือน หน้าปัด ส่วนประกอบของตัวเครื่องและหัวเข็มขัดของสายหนังก็เป็นทองในระบบ Fairmined อันเป็นการรับรองว่ามีที่มาจากแหล่งที่มีจริยธรรมถูกต้องเหมาะสม ไม่มีการใช้แรงงานในทางที่เป็นการล่วงละเมิดสิทธิ์ สำหรับ L.U.C Perpetual Chrono นี้มีผลิตเป็นตัวเรือนไวท์โกลด์และโรสโกลด์ขนาด 45 [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 October 3rd, 2016|Highlights|0 Comments

THE GOOD LIFE

คอลเลคชั่น DolceVita สุดคลาสสิกจาก Longines ถือกำเนิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นและน่าค้นหาของหญิงสาวชาวอิตาเลียน ดูสง่างามอย่างมีสไตล์ ทั้งยังแฝงความอ่อนหวานไว้ในตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะยิ่งสำหรับหญิงสาวที่รู้จักใช้ชีวิตตามใจตนเองต้องการ เรือนเวลาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างในรุ่นรหัส L5.512.5.79.7 นี้มีขนาด 23 x 37 มม. วัสดุที่เลือกใช้คือสเตนเลสสตีล เช่นเดียวกับสายโลหะที่เป็นสเตนเลสสตีลเช่นกันแต่มีการหุ้มโรสโกลด์บนบางส่วนของข้อสายเพื่อความสวยงาม เม็ดมะยมเป็นโรสโกลด์แท้ๆ ทางด้านซ้ายและด้านขวาของแซฟไฟร์คริสตอลมีเพชรเกรดสีท็อปเวสเซลตัน ความกระจ่างระดับวีวีเอส ประดับอยู่จำนวน 46 เม็ด (น้ำหนักรวม 0.552 กะรัต) หน้าปัดบอกเวลาสีเงินแกะลายด้วยเทคนิคแฟลงเก้ หลักชั่วโมงเป็นตัวเลขโรมันสีน้ำเงินเช่นเดียวกันกับเข็มบอกเวลา และมีเข็มวินาทีที่ตำแหน่งหกนาฬิกา ดูลงตัว ถือเป็นเรือนเวลาที่ใส่ติดข้อมือได้ทั้งในวันทำงานและวันหยุดสบายๆ ด้วยบุคลิกที่มีเอกลักษณ์ใบแบบฉบับของ DolceVita เอง Inspired by the outstanding and intriguing lifestyle of fine Italian ladies, the DolceVita collection of watches from Longines are [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 September 25th, 2016|Highlights|0 Comments

MAGIC NUMBER

หลายคนอาจจดจำแต่ภาพนาฬิกาดำน้ำของ Seiko ที่มีเด่นดังหลายรุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนอาจลืมคิดถึงแง่มุมแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาในเชิงเทคนิคของแบรนด์นี้ไป ทั้งที่ Seiko นั้นมีการผลิตนาฬิกาจักรกล มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1913 แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงอยากนำเสนอ Presage ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นนาฬิกาจักรกลล้วนๆ ที่แต่เดิมมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น Presage Automatic with Centre Power Reserve Indicator รหัสรุ่น SSA303J1 บอกเวลาด้วยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีทรงยกเหลี่ยมสีน้ำเงิน มีเข็มวินาทีและเข็มวันที่สีเดียวกัน และเพิ่มความพิเศษด้วยเข็มสีเงินที่เคลื่อนขึ้นลงตามสเกลครึ่งวงกลมอย่างช้าๆ ตามกำลังลานสำรองที่เหลืออยู่จากเต็ม 41 ชั่วโมง ทำงานด้วยเครื่องนาฬิกาแบบขึ้นลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ 4R57 ซึ่งสามารถไขลานเสริมได้ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. นี้จะโดนใจผู้ซื้อนาฬิการุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบนาฬิกาลุคนี้ แต่ที่ผ่านมามักพบแต่รุ่นอื่นๆ ที่มีขนาด 40 มม. หรือเล็กกว่าเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นตัวเลขขนาด 42 มม. นี้จึงถือเป็นความลงตัว สำหรับทั้งวันทำงานและวันสบายๆ พร้อมด้วยแซฟไฟร์คริสตอลที่ทำให้เรือนเวลาเรียบหรูรุ่นนี้เหมาะสมสำหรับกิจกรรมทุกประเภท The explosive popularity [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 September 21st, 2016|Highlights|0 Comments

TOUCH OF FUN

ความฟูฟ่องที่ต้องเหลียวมองนี้เป็นของ My Way Karlito จาก Fendi นาฬิกาที่พกสีสันและความสนุกไว้ในตัวเองได้อย่างลงตัว ด้วยการใช้ขนสุนัขจิ้งจอกขั้วโลกเหนือที่ขาวบริสุทธิ์ดังปุยหิมะมาย้อมเป็นสีชมพูและสีดำ ล้อมรอบหน้าปัดสีเงินที่มีรูปแว่นตากันแดดซึ่งใครดูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ผู้เปี่ยมล้นด้วยจินตนาการและความมุ่งมั่น ครบเครื่องด้วยแถบหนังสีดำตัดเป็นรูปเนคไทและแถบหนังสีขาวตัดเป็นรูปคอปกเสื้อของดีไซน์เนอร์ชื่อดัง Fendi My Way Karlito บอกเวลาด้วยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีสีเงิน ประกอบกับสตั๊ดทั้ง 12 บนขอบตัวเรือนสีดำ หากวันใดรู้สึกว่าใส่เต็มยศแบบนี้แล้วดูสะดุดตาเกินไปก็สามารถถอดชุดเฟอร์ออกได้ตามความต้องการ เหลือเพียงประกายของเพชรทั้งสามเม็ดบนหน้าปัดเท่านั้น Fendi’s My Way Karlito is clearly an impersonation of Karl Lagerfield, with sunglasses on the dial and leather elements to represent black tie and white collar. It marks passage of time [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 September 19th, 2016|Highlights|0 Comments

FAIR AND SQUARE

Ralph Lauren ยังคงนำเสนอผลงานจิลเวลรี่ชั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรุ่น 867 Deco Diamond ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้ตัวเลขอารบิกและโรมันผสานกันบนหน้าปัดเอนาเมลสีออฟไวท์ บรรจุในตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 27.5 มม. ประดับเพชรทรงบาแก็ตคัท 44 เม็ดบนขอบและขาตัวเรือน เติมเต็มด้วยเพชรทรงโรสคัทหนึ่งเม็ดบนเม็ดมะยม รวมน้ำหนักประมาณ 4.60 กะรัต ตัดกับสปิเนลสีดำจนเกิดเป็นลวดลายเรขาคณิตอย่างลงตัว นาฬิกา Ralph Lauren 867 Deco Diamond รุ่นนี้สวมใส่บนข้อมือด้วยสายหนังจระเข้สีดำเงา และทำงานด้วยเครื่องแบบไขลานคาลิเบอร์ RL430 ที่ Piaget เป็นผู้ผลิตให้กับ Ralph Lauren โดยเฉพาะ The watch world continues to be graced by high jewellery products from Ralph Lauren. Presented here [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 September 16th, 2016|Highlights|0 Comments

OF WONDERS AND GRACE

คุณมีโปรแกรมท่องเที่ยวสำหรับช่วงลองวีคเอนด์วันแม่แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี เราขอเสนอทริปสั้นๆ ไปสิงคโปร์ เที่ยวชมอะไรก็ได้แล้วเผื่อเวลาสักเช้าหนึ่งหรือบ่ายหนึ่งเข้าไปเดินในโลกแห่งอัญมณีที่รังสรรค์โดย Van Cleef & Arpels ที่ ArtScience Museum หัวมุม Marina Bay Sands เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายของคุณแล้ว เนื่องจากนิทรรศการ The Art & Science of Gems นี้จัดมาตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน และจะอยู่ถึงวันที่ 14 สิงหาคมนี้เท่านั้น ความพิเศษอยู่ที่การนำเอาจิวเวลรี่และนาฬิกาของ Van Cleef & Arpels จากยุคสมัยต่างๆ มาวางแสดงร่วมกับหินและอัญมณีจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้เราได้สร้างความเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เป็นก้อนแร่ที่ขุดขึ้นมาจากผืนแผ่นดินและอาจดูไม่มีค่าจากภายนอก จนกลายเป็นเครื่องประดับที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งศิลปะน่าชื่นชม ค่าเข้าชมเพียงท่านละ 17 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น หากเป็นเด็กอายุ 2-12 ปีคิด 10 ดอลลาร์สิงคโปร์ และมีเรทครอบครัวสำหรับผู้ใหญ่สองคนกับเด็กสองคน รวมกันเพียง 39 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือหากคุณมีเวลาเต็มที่ก็สามารถเลือกซื้อตั๋วแบบรวมนิทรรศการถาวรของ ArtScience Museum [...]

By | 2017-03-13T17:13:09+00:00 August 1st, 2016|Insights|0 Comments